เบื้องลึก "เรือใบสีฟ้า" ตอนที่ 8 : แผ่อาณาเขตไปเอเชีย

สร้างชื่อในบ้านเกิดแล้ว... มีทีมลูกในอเมริกาและออสเตรเลียแล้ว ทีนี้ก็ถึงตาเอเชียที่เป็นเป้าหมายต่อไป...

ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป มีแผนสร้างอาณาจักรในเอเชีย พวกเขามีหุ้นเล็กๆในโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส และกลุ่มสปอนเซอร์อย่างนิสสันก็ได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เช่นกัน

ซึ่งในวันที่ทีมงาน FFT เยี่ยมชมซิตี้ ฟุตบอล อะคาเดมี่ เจ้าหน้าที่ 4 คนจากโยโกฮาม่าก็ได้มาดูงานด้วย

ขณะเดียวกันซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป ไม่ได้ปฏิเสธที่จะเพิ่มสโมสรลูกในอนาคต และดูแล้วจีนน่าจะเป็นสถานีต่อไป

อเกวโร่ต้องการจะเซลฟี่และโชคดีที่ประธานาธิบดีตอบรับ เดวิด คาเมรอน ด้วยเช่นกัน

แมนฯซิตี้ได้มาเยือนแดนมังกรระหว่างทัวร์ปรีซีซั่น และ โอมาร์ เบอร์ราด้า ประธานฝ่ายปฏิบัติการก็มองว่าเป็นฐานการตลาดที่สำคัญมากที่หนึ่ง โดยกล่าวว่าพวกเขา “เปิดกว้าง” ว่าตัวเองจะสามารถเติบโตในประเทศนี้ได้มากแค่ไหน และนั่นทำให้พวกเขาได้ขายหุ้น 13 เปอร์เซ็นต์ของซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป ให้กับกลุ่มทุนไชน่า มีเดีย แคปิตัล ช่วงปลายปี 2015 เป็นจำนวนมหาศาลถึง 265 ล้านปอนด์ ทำให้มีมูลค่ามากกว่า 2 พันล้านปอนด์เข้าไปแล้ว

และดีลนั้นเกิดขึ้นพร้อมกับเป้าหมายในการสร้างตัวตนของซิตี้ในเมืองจีน ซึ่งประธานอัล บูมารัค ทำให้มันชัดเจนว่าไม่มีแผนสำหรับมันซูร์ที่จะปล่อยหุ้นออกไปมากกว่านี้ มันเกิดขึ้นหลังจากที่ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนแวะมาเยี่ยมชมซิตี้ ฟุตบอล อะคาเดมี่ ในแมนเชสเตอร์เป็นการส่วนตัวพร้อมกับ เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษตอนนั้น และมันก็เป็นการเยี่ยมชมที่สร้างทองคำทางการตลาดให้กับสโมสร

“มันก็คล้ายๆกับสไตล์การเล่นของ เซร์คิโอ อเกวโร่ นั่นล่ะ ที่ทุกอย่างไร้การวางแผนโดยสิ้นเชิง” เบอร์ราด้ากล่าวติดตลก “เขาต้องการจะเซลฟี่และโชคดีที่ประธานาธิบดีตอบรับ เดวิด คาเมรอน ด้วยเช่นกัน มันจึงเป็นเรื่องน่าทึ่งที่ได้เห็นภาพนั้นอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆทั่วโลก และทุกครั้งที่เราไปเมืองจีน คนก็จะพูดถึงมัน”

เซลฟี่เลื่องชื่อบนหน้าทวิตเตอร์

“ถือว่าเป็นเกียรติที่เราได้ต้อนรับประธานาธิบดีจีน มันเป็นการมาเยือนประเทศและเขาก็ต้องการจะเห็นตัวอย่างที่ดีของศูนย์ฝึกเยาวชน เพราะตอนนี้เป้าหมายสำคัญของจีนคือการพัฒนาจากรากหญ้า เราต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์จีน และช่วยพัฒนาลูกหนังที่นั่น เช่นเดียวกับญี่ปุ่น, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียโดยรวมอยู่แล้ว”

“มันมีตลาดที่น่าดึงดูดที่เราคิดว่าน่าจะมีบทบาทต่อวงการฟุตบอลในอนาคตอยู่ บางทีอาจเป็นที่อินเดีย, อินโดนีเซีย หรือเวียดนาม และก็มีตลาดหลายที่ๆเดิมทีฟุตบอลไม่ใช่กีฬาอันดับหนึ่งแต่ก็เริ่มเติบโตขึ้นเร็วมากในตอนนี้”

และประธานาธิบดีสีก็ไม่ใช่คนเดียวที่ต้องการไปเยี่ยมชมศูนย์ฝึกเยาวชนของซิตี้ “จำนวนผู้เรียกร้องที่เราได้รับนั้นเยอะมาก” เจสัน วิลค็อกซ์ อดีตปีกแบ็คเบิร์น โรเวอร์ส ชุดแชมป์ที่ตอนนี้นั่งแท่นหัวหน้าฝ่ายโค้ชอะคาเดมี่ของสโมสรกล่าว “หลายๆสโมสรต้องการมาดูงาน เช่นเดียวกับสมาคมฟุตบอล, กีฬาอื่นๆ, วงการบันเทิง รวมถึงศิลปะด้วย ทุกคนต้องการจะเห็นว่าเรากำลังทำอะไรอยู่”

เราต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์จีน และช่วยพัฒนาลูกหนังที่นั่น เช่นเดียวกับญี่ปุ่น, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียโดยรวม

ซึ่งไม่ใช่แค่เพราะขนาดอันใหญ่โตของศูนย์ฝึกเท่านั้น แต่ยังมาจากผลลัพธ์ที่เริ่มผลิดอกออกผล เช่นเดียวกับการทุ่มซื้อบรรดาดาวรุ่งฝีเท้าเยี่ยมจากทั่วทุกทุมโลก ไม่ว่าจะเป็น เลรอย ซาเน่, มาร์ลอส โมเรโน่ และ โอเล็กซานดาร์ ซินเชนโก้ ที่ต่างเซ็นสัญญากับแมนฯซิตี้ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา รวมถึง กาเบรียล เชซุส ที่จะมาในช่วงปีใหม่

ส่วนทีมเยาวชนของสโมสรเองที่นำโดย มาร์ค อัลเลน ผู้อำนวยการอะคาเดมี่ก็ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้น เมื่อทีมชุดยู-18 คว้าแชมป์เนชั่นแนล ลีก เมื่อซีซั่นก่อน เช่นเดียวกับเข้าชิงเอฟเอ ยูธ คัพ ขณะที่ทีมยู-16 และยู-14 ต่างก็ถล่มลิเวอร์พูลและแมนฯยูไนเต็ดมา 9-0 ตามลำดับ สิริรวมแล้วทีมเยาวชนของสโมสรคว้าแชมป์ไป 14 ถ้วยเมื่อซีซั่นก่อน รวมถึงชุดยู-10 ด้วย

แน่นอนว่าวิลค็อกซ์ตื่นเต้นมากกับผลงานของเด็กๆ “เรามีนักเตะฝีเท้าเยี่ยมที่กำลังก้าวขึ้นมา” เขากล่าว “เราต้องการสร้างนักเตะจากอะคาเดมี่ป้อนทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง”

ก่อนหน้านี้มันก็เป็นเมืองแมนเชสเตอร์ที่ได้สร้างคลาส ออฟ 92 ขึ้นมา อันเป็นกลุ่มที่ช่วยให้ยูไนเต็ดครองแชมป์พรีเมียร์ลีกมาหลายปี และซิตี้ก็อยากจะทำบางอย่างที่คล้ายกันบ้างสักวันหนึ่ง

ซิตี้หวังจะสร้างแกนหลักจากทีมเยาวชนเหมือนยูไนเต็ด

“นั่นคือความตั้งใจของเรา” วิลค็อกซ์กล่าว “บาร์เซโลน่าทำมาแล้ว แมนฯยูไนเต็ดก็ทำมาแล้ว แม้เราจะยังไม่รู้ว่าจะสามารถสร้างสตาร์ 6-7 คนในระยะเวลาอันสั้นได้หรือไม่ แต่เราก็พยายามที่จะสร้างอย่างต่อเนื่อง"

"นี่คือสิ่งที่จะทำให้แฟนๆตื่นเต้นได้พอๆกับเซ็นสัญญานักเตะค่าตัว 50 ล้านปอนด์ สิ่งที่เรากำลังทำก็คือการสร้างนักเตะที่มีค่าตัวระดับ 50 ล้านปอนด์ และทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ? เรามีความสามารถที่จะทำอย่างนั้นได้"

"และเราก็มีผู้จัดการทีมที่เชื่อมั่นในคนหนุ่มและให้โอกาส เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้าชมเกมของชุดยู-18 ตอนเช้าวันเสาร์ตลอดถ้าเขามีเวลา เขามักจะใช้เวลาในการทักทายเด็กๆเสมอ และตอนที่พวกเขาไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ พวกเขาก็จะคุ้นเคยกับการซ้อม เพราะเราได้พัฒนาฟุตบอลสไตล์นี้มาสักระยะแล้ว ”

ปีที่น่าทึ่งสำหรับทีมเยาวชน!

Manchester City's Youth Team Trophy Count: 2015-16:

  • Under-10s: Premier League National Futsal, Wormerveer Tournament, PT Sports Cup, Raddatz Immobilien Cup
  • Under 11s: Deichmann Cup, Premier League National Finals
  • Under 12s: Champions Cup, Frankfurt
  • Under 13s: Premier League International Tournament
  • Under 14s: Torneo Reino de Leon, Spain
  • Under 15s: Premier League Floodlit Cup Northern Division, Premier League Floodlit Cup Super-Final, Cayman Islands Airways Youth Cup
  • Under 18s: Premier League North, Premier League National

และซิตี้เองก็ไม่ลืมความสำคัญของพ่อแม่ด้วยเช่นกัน ที่ซิตี้ ฟุตบอล อะคาเดมี่ มีพื้นที่ในร่มอันน่าประทับใจ พวกเขาสามารถดูลูกๆชมการซ้อมได้ไม่ว่าจะฝนตกหรืออากาศหนาว หรือแม้แต่ห้องพักในกรณีที่พวกเขามาจากที่ไกลๆ ซึ่งดาวรุ่งของซิตี้บางคนก็มาจากต่างแดน อย่าง บราฮิม ดิอาซ, อเล็กซ์ การ์เซีย, ปาโยล มาฟเฟโอ และ มานู การ์เซีย ที่เป็นชาวสแปนิช เช่นเดียวกับแบ็คซ้ายอังเคลินโญ่ที่เคยถูกยืมตัวไปนิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซี

แม้พวกเขาจะมีเด็กท้องถิ่นที่เกิดในแมนเชสเตอร์อย่าง โทซิน อดาราบิโอโย่, คาเมรอน ฮัมฟรีย์ส-แกรนท์ และ เบรนดอน บาร์เกอร์  แค่ 3 คนเท่านั้นในทีมชุดใหญ่ โดยคนหลังสุดคือ 1 ใน 4 นักเตะที่ตอนนี้ปล่อยให้เอ็นเอซี เบรด้า ยืมตัว เนื่องด้วยข้อตกลงเป็นพาร์ทเนอร์ทำให้ทีมในดิวิชั่น 2 ดัตช์ทีมนี้มีเด็กๆของแมนฯซิตี้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่นั่น

แต่ 61 เปอร์เซ็นต์ของเด็กฝึกหัด “เรือใบสีฟ้า” ในอะคาเดมี่นั้นมาจากเกรเทอร์ แมนเชสเตอร์ และ 36 เปอร์เซ็นต์ก็เกิดในแมนเชสเตอร์โดยตรง “คนมักจะชอบพูดว่าเราไม่เซ็นสัญญากับนักเตะท้องถิ่น แต่ถึงจะมีความเข้าใจอย่างนั้น เราก็ยังมีเด็กในแมนเชสเตอร์ฝีเท้าดีอยู่เป็นจำนวนมาก” วิลค็อกซ์เผย

“เราต้องการให้เด็กเก่งๆมาอยู่กับเราที่นี่ ผมคงขยะแขยงน่าดูหากเด็กในแมนเชสเตอร์เลือกที่จะไปเล่นให้ลิเวอร์พูลหรือที่อื่นแทน ในเมืองนี้มีดาวรุ่งฝีเท้าดีอยู่มากมาย”

ทว่างานที่ใหญ่ที่สุดก็คือการแปรเปลี่ยนเด็กๆเหล่านี้ให้เป็นนักเตะที่สามารถสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นนักเตะชุดใหญ่ได้ “เราต้องหาคนที่สามารถก้าวขึ้นมาแล้วแทน ดาบิด ซิลบา, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี หรือ เซร์คิโอ อเกวโร่ ได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมาก” ไบรอัน มาร์วู้ด ยอมรับ

แต่ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ หัวหอกวัย 20 ปีก็พิสูจน์แล้วว่าสามารถก้าวขึ้นมาได้ โดยดาวรุ่งวัย 20 ปีรายนี้ทำผลงานได้น่าประทับใจอย่างมากนับตั้งแต่ประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่เมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นมือวางอันดับสองรองจากอเกวโร่ในแดนหน้าแค่คนเดียวเท่านั้น เมื่อ วิลเฟรด โบนี่ ปล่อยให้สโต๊คยืมตัว

 
[ตอนต่อไป: ครอบคลุมไปถึงฟุตบอลหญิง]