เจาะ / เกาะ / แกะ : วันที่ไร้สารัช... "ซิโก้" ควรใช้ระบบอะไรไฟต์ซาอุฯ?

หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวของ ฟู หมิง เชิ้ตดำชาวจีน ในเกมประเดิมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่สาม ที่ทีมชาติไทย บุกแพ้ ซาอุดิอาระเบีย 0-1 จากลูกโทษกังขาท้ายเกม ในรังคิง ฟาฮัด สเตเดี้ยม เมื่อ 1 กันยายน ปีที่แล้ว 

ในที่สุด เกมที่แฟนบอลช้างศึกรอคอยก็มาถึง ระยะเวลาเกือบ 7 เดือน จากวันนั้นถึงวันนี้ ขุมกำลังทีมชาติไทยเปลี่ยนแปลงพอสมควร ทั้งการเข้ามาของ สิโรจน์ ฉัตรทอง, การหายไปของ สารัช อยู่เย็น, การกลับมาของ อดิศักดิ์ ไกรษร รวมถึงการจุติดาวดวงใหม่อย่าง วัฒนา พลายนุ่ม แล้วจะมีแท็คติกใดบ้างที่เหมาะสมสำหรับ “ช้างศึก” ในวันล้างตา “เศรษฐีน้ำมัน” .. FFT มีคำตอบ ที่นี่ที่เดียว

เข้าแคมป์เก็บตัวร่วมกันยาวนานทั้งในกรุงเทพฯ และกิเลน วัลเลย์ สำหรับ 28 ขุนพล ทีมชาติไทย ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่สาม ในที่สุด “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮ้ดโค้ชของช้างศึก ก็ได้ฤกษ์ตัดตัวเหลือ 23 ขุนพลสำหรับการใช้งานจริงในสองเกมแรกของเลกที่สอง ที่ต้องเปิดบ้านพบกับ ซาอุดิอาระเบีย ในช่วงค่ำวันที่ 23 มีนาคม และบุกไปเยือน ญี่ปุ่น ในวันที่ 28 มีนาคม ที่จะถึงนี้

เป็นที่น่าเสียดายสำหรับรายชื่อ 5 นักเตะอย่าง ธนา ชะนะบุตร, นูรูล ศรียานเก็ม, รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก, จอนาตา แวร์ซูรา และ ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ที่ไม่ได้ไปต่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น “เดอะโชว์มัสต์โกออน” ทุกอย่างต้องเดินหน้ากันต่อไป ภารกิจอันหนักอึ้งสองเกมตรงหน้า ยังคงอยู่ โดยเฉพาะเกมแรกกับซาอุฯ ที่แฟนบอลชาวไทย หมายมั่นปั้นมือ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทีมชาติไทย จะทำผลงานได้ดี ล้างแค้นให้กับเกมที่พ่ายแพ้อย่างน่าครหาเมื่อ 7 เดือนที่แล้วให้จงได้

จากรายชื่อ 23 ขุนพลที่ยังอยู่นั้น ยังคงเป็นรายชื่อเดิมๆ ไม่ได้ต่างไปจากชุดที่เล่นร่วมกันใน 5 เกมแรกของศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบที่สาม รวมถึงชุดคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 เท่าไรนัก แต่ทว่า เกมในวันพรุ่งนี้ นั่นคือเกมแรกของการขาดหายไปของ สารัช อยู่เย็น กองกลางตัวโฮลด์บอลเบอร์หนึ่งของทีม ที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บหนัก ซึ่งจะทำให้หน้าตา 11 ขุนพลตัวจริง รวมถึงรูปแบบการเล่น ในวันที่ไร้เจ้าตังค์นั้น ต้องเปลี่ยนอย่างแน่นอน

แล้วจะมีระบบไหนที่มีสิทธิ์เกิดขึ้นได้บ้าง ลองมาดูกัน

ระบบ 4-2-3-1

ระบบ 4-2-3-1 เป็นระบบที่ควรจะใช้ที่สุดสำหรับทีมชาติไทย ในยุคปัจจุบัน เนื่องจากเป็นระบบที่นักเตะไทยชุดนี้ คุ้นเคย และคลุกคลีกับมันมาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นระบบที่เอื้อให้นักเตะเบอร์หนึ่งของทีมชาติไทย ในปัจจุบันอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ มีพื้นที่ได้แสดงแสนยานุภาพออกมาได้อย่างดีที่สุดอีกด้วย

ในส่วนของแผงกองหลังสี่คนนั้น แบ็กซ้าย และแบ็กขวา น่าจะถูกตีตราจองเอาไว้สำหรับสองแข้งจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อย่าง ธีราทร บุญมาทัน และ ทริสตอง โด อย่างแน่นอน หากไม่เจ็บหรือแบนไปซะก่อน ส่วนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟนั้น น่าจะใช้งาน กรวิทย์ นามวิเศษ จับคู่กับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ซึ่งจะเป็นกองหลังตัวกลางสองคนคู่เดิมจากเกมแรกที่พบกับซาอุดิอาระเบีย เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว โดยมี อดิศร พรหมรักษ์ แนวรับฟอร์มดีจากกิเลนผยอง เป็นตัวสอดแทรกชั้นดี ซึ่ง “เจ้าเก่ง” สามารถสอดแทรกยืนคุมเกมรับคู่กับ กรวิทย์ ได้ด้วย หากว่า “ซิโก้” เลือกวางหมาก ให้ธนบูรณ์กลับไปเล่นตำแหน่งกองกลางตัวรับที่ตนเองถนัดแทนที่พื้นที่ของสารัช อยู่เย็น

มากันที่กองกลาง หากว่า “เจ้าตั้ม” ธนบูรณ์ ยังคงต้องยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟนั้น เชื่อได้เลยว่า กองกลางตัวรับจะกลายเป็นหน้าที่ของ “เจ้าไมค์” วัฒนา พลายนุ่ม ที่ฟอร์มกำลังดีวันดีคืนกับเมืองทอง โดยเจ้าตัวน่าจะได้ยืนคู่กับมิดฟิลด์ตัวเคลื่อนเกมอย่าง ปกเกล้า อนันต์ ที่ซิโก้ชอบใช้งานจับคู่กับ สารัช อยู่เย็น ในช่วงก่อนหน้านี้ และมี ชาริล ชัปปุยส์ กับ จักรพันธ์ แก้วพรม เป็นตัวสอดแทรกในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง

ตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์หลังกองหน้า ของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ น่าจะเป็นตำแหน่งที่คาดเดาได้ง่ายที่สุด พอๆ กับตำแหน่งแบ็กซ้ายของธีราทร และผู้รักษาประตู ของกวินทร์ เพราะไม่น่าจะมีใครมาแย่งตำแหน่งของ “เมสซี่เจ” ได้อย่างแน่นอน ในวินาทีนี้ ส่วนปีกซ้าย น่าจะยังคงใช้งานความสูงใหญ่ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง คอยทะลุทะลวง โดยมี เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ คอยแสตนบายในตำแหน่งนี้

สิโรจน์ ฉัตรทอง มีลุ้นออกสตาร์ทตัวจริงในระบบนี้

ย้ายฟากมาที่ ปีกขวา และกองหน้า จากฟอร์มการเล่นที่เข้าขากันเหลือเกินในสโมสรเมืองทอง จนทำให้กิเลนผยองบินสูงอยู่ในขณะนี้ของสองกองหน้าสัญชาติไทยอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และ อดิศักดิ์ ไกรษร ทำให้มีแนวโน้มว่า “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะส่งสองคนนี้ลงสนามพร้อมกัน โดยวางให้ ใครคนหนึ่งคอยทำเกมด้านขวา ส่วนอีกคนยืนหน้าเป้า และสามารถสลับกันยืนพื้นที่ได้ตามที่เหมาะสม โดยมีมงคล ทศไกร เพื่อนร่วมทีมเมืองทอง คอยรอคอยโอกาสที่ข้างสนาม

ระบบ 3-5-2

ย้อนหลังไปราวๆ 20 ปี ระบบการเล่น 3-5-2 มันคือระบบที่ทำให้ทีมชาติไทย ยุคดรีมทีมที่มี “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นกองหน้า โด่งดังเป็นพลุแตก คว้าอันดับที่ 4 ของเอเชียมาแล้ว และระบบนี้เอง ที่ซิโก้เลือกใช้งาน จนทำให้ ทีมชาติไทยสามารถคว้า 1 แต้มแรก ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่สาม ได้สำเร็จในเกมล่าสุดที่เสมอกับ ออสเตรเลีย 2-2 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

แน่นอน มันไม่ใช่ระบบการเล่นที่เกินความคาดหมายแต่อย่างใด

แผงหลังสามคนที่อยู่ในเกมวันเสมอกับออสเตรเลียอย่าง ประทุม ชูทอง, อดิศร พรหมรักษ์ และ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ต่างก็อยู่ในชุดนี้ทั้งสิ้น ซึ่งหากเลือกใช้ระบบนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นสามเซ็นเตอร์ฮาล์ฟชุดเดิมที่ได้ลงเล่นเคียงข้างกันเหมือนเกมกับออสซี่ โดยมี กรวิทย์ นามวิเศษ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกชั้นดี ส่วนวิงแบ็กริมเส้นทั้งซ้าย และขวานั้น ยังคงตีตราจองเหมือนเดิมไม่ว่าจะระบบใดก็ตาม ทั้ง ธีราทร บุญมาทัน และ ทริสตอง โด

เขยิบขึ้นมาในแผงกองกลางสามคน น่าจะต้องใส่กองกลางตัวรับธรรมชาติอย่าง วัฒนา พลายนุ่ม เอาไว้ให้อุ่นใจ คอยสกรีนก่อนที่บอลจะเดินทางไปถึงพื้นที่อันตราย และมีเพลย์เมกเกอร์อันดับหนึ่งอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ คอยปั่นป่วนแนวรับซาอุฯ หลังคู่กองหน้า

ที่น่าหนักใจน่าจะเป็นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวเชื่อมเกมจากรับเป็นรุก ซึ่งมีตัวเลือกชั้นดีอยู่หลายคน ทั้ง ชาริล ชัปปุยส์, ปกเกล้า อนันต์ รวมไปถึง จักรพันธ์ แก้วพรม ที่มีจังหวะออกบอลจากรับเป็นรุกได้ดีพอๆ กันทั้งสามคน

ส่วนคู่กองหน้านั้น ในเกมกับออสเตรเลีย เป็นหน้าที่ของ สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่ได้คู่กับ “ซูเปอร์มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา แต่หากมองไปที่ผลงานโดยรวมจากสโมสรช่วงต้นซีซั่นไทยลีก 6 เกมที่ผ่านมาแล้วนั้น หากทีมชาติไทย จะใช้กองหน้าคู่นั้น ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องใช้งานการจับคู่กันของ ธีรศิลป์ แดงดา และ อดิศักดิ์ ไกรษร สองคู่หูจอมถล่มประตูจากเมืองทอง โดยมี “ปีโป้” รวมถึง มงคล คอยเป็นตัวซัพพอร์ตชั้นเยี่ยมจากข้างสนามต่อไป