เจาะแท็คติก : กลยุทธิพิชิตลีกไทยของ…“โค้ชตุ้ม” รังสิวุฒิ ชโลปถัมภ์

นี่ คือ เกจิลูกหนังบนหน้าจอโทรทัศน์ที่ได้รับการกล่าวขานอย่างแพร่หลายสำหรับคอบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ...เขา คือ อดีตตำนานนักเตะ รังสิวุฒิ ชโลปถัมภ์ 

แฟนบอลหลายคนสงสัยว่า หากวันหนึ่ง "โค้ชตุ้ม" มาจับงานจริง... เขาจะทำได้ดีแค่ไหน วันนี้ FFT TH ได้รับเกียรติมานั่งพูดคุยกับเขา และเจาะลึกว่า "โค้ชตุ้ม" จะใช้กลยุทธ์ใดในการพิชิตไทยลีกในฐานะผู้ช่วยของ "โค้ชดำ" ธนิศร์ อารีย์สง่ากุล... ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เขาวิเคราะห์ผ่านจอโทรทัศน์ทุกๆสัปดาห์ช่วยเชาได้แค่ไหน ติดตามได้ที่นี่ 
 
FFT TH : สวัสดีครับ โค้ชตุ้ม...วันนี้ยังไงก็ต้องขอรบกวนสักนิดนะครับผม 
โค้ชตุ้ม : ได้เลย ไม่มีปัญหา 
 
FFT TH: เพราะอะไรจึงตัดสินใจกลับมารับงานคุมทีมอีกครั้ง?

โค้ชตุ้ม: เพราะเพื่อนเลย ชัดเจน ธนิศร์ (อารีย์สง่ากุล) นี่เล่นคู่กันมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยทำงานร่วมกัน เพราะเขาทำงานไฟฟ้า ไม่ค่อยมีเวลา แต่เราก็จะนัดเจอกัน มีอะไรคุยกันตลอด

FFT TH: แสดงว่าเพราะอาร์มี่ มีส่วนต่อการตัดสินใจด้วยใช่มั้ยครับ?

โค้ชตุ้ม: ถ้าเป็นอาร์มี่ก็เหมือนศิษย์เก่าทั้งคู่ ตั้งแต่สมัยเล่นบอลเยาวชนมาเราไม่เคยทิ้งกันตั้งแต่เล่นบอลเยาวชนด้วยกันมา เวลาทำบอลมันเลยคุยกันได้ง่าย ภาษาเดียวกัน เขาชวนผมมาทำก็เลยตอบตกลง เพราะคุยเรื่องทำทีมกันมานานแล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่มีโอกาสเหมาะสักที

FFT TH: นอกจากอาร์มี่แล้ว มีทีมอื่นติดต่อเข้ามาบ้างไหมครับ และทำไมถึงต้องเป็นอาร์มี่?

โค้ชตุ้ม: จริงๆมีหลายทีมติดต่อมา แต่ปกติผมวิเคราะห์บอลอยู่แล้ว ถ้าทีมไหนไกลเกินก็ไม่สะดวกทั้งคู่ และข้อสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจง่ายคือ ผบ.ทบ. (พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท) และทีมงานผู้บริหาร เพราะเขาเป็นคนที่ดูบอลเป็น รู้เรื่องบอล รวมถึงเรื่องบริหารการจัดการที่หากปล่อยให้โค้ชรับหน้าที่แล้ว เขาจะไม่ยุ่งเลย เพียงแต่คอยหาสปอนเซอร์ ดูแลเรื่องต่อสัญญา และเรื่องผู้เล่นอะไรต่างๆที่จะเอาใครเข้ามา เขาจะเปิดให้เราเต็มที่ จะใช้การเล่นแบบไหนไม่เคยถาม ใช้ผู้เล่นอย่างไรก็จะไม่ยุ่ง ซึ่งเขาเป็นแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่ตอนที่อยู่ลพบุรีด้วยกัน

FFT TH: เท่ากับว่าเพราะได้ทำทีมด้วยตัวเอง โดยไม่มีผู้บริการมาก้าวก่าย  ทำให้โค้ชตุ้มตัดสินใจง่ายเลยใช่มั้ยครับ?

โค้ชตุ้ม: แน่นอน เรื่องพวกนี้เราเวลาคุยกันตรงๆไม่ได้ ถ้าเราไม่ได้ตัดสินใจหรือไม่ได้ทำทีมเอง อันนี้มันลำบาก แต่ที่นี่เขาเปิดโอกาสเราเต็มที่ แต่เราก็ต้องเสนอแผนงานว่าจะเล่นรูปแบบไหนบ้าง ซึ่งมันหายากในปัจจุบันที่เบื้องบนจะไม่เข้ามายุ่ง เพราะนักฟุตบอลนับถือรุ่นพี่รุ่นน้อง ถ้ารุ่นพี่มายุ่งเราก็เกรงใจ พอเกรงใจเราก็ต้องทำตามเขา แต่แบบนี้ถ้าเกิดผลงานไม่ดีเรารับผิดชอบเต็มๆ โยนความผิดให้ใครไม่ได้ แล้วเราก็ต้องบอกทีมงานว่าต้องรับผิดชอบร่วมกันนะ ผลงานไม่ดีก็ไปกันยกชุด

FFT TH: ทำไมทีมงานต้องเป็นชุดนี้ครับ สาเหตุที่เราเลือกมาทำงานด้วยคืออะไร?

โค้ชตุ้ม: เพราะเราเคยเล่นด้วยกันมานานแล้ว  เหมือนคนสนิทที่ได้มาอยู่ด้วยกัน ความคิดความอ่านไม่ได้แตกต่างกัน ทุกคนก็เป็นรุ่นน้องหมด อย่างดำ (ธนิศร์ อารีย์สง่ากุล), อนุกุล (กันยายน) ก็เคยเล่นโอสถฯมาด้วยกัน เวลาเขาไปทำบอลที่ไหนก็โทรปรึกษากันตลอด เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสร่วมงานกัน และนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้ทำงานด้วยกัน

FFT TH: คิดว่ายากแค่ไหนกับการพาทีมสู้ศึกยามาฮ่า ลีก ดิวิชั่น 1 ในครั้งนี้?

โค้ชตุ้ม: แน่นอนว่าต้องยาก เพราะนโยบายคือเลื่อนชั้นสถานเดียว และฟุตบอลปัจจุบันตัวนักเตะไทยไม่ได้แตกต่างกัน มันอยู่ที่ต่างชาติล้วนๆ ใครจะพูดว่าไม่มีต่างชาติมันเป็นไปไม่ได้ เพราะนักเตะเยาวชนมาผลิตมายังใช้งานได้ไม่เต็มที่ ต้องมาเสริมทักษะกันอีก แต่บางทีมาเสริมตอนอายุ 20-21 มันก็ไม่ได้แล้ว เพราะแต่ละชุดถูกผลิตออกมาตามระบบโรงเรียนต่างๆ โดยที่ไม่มีอิสระในการเล่น เอาแต่จับแล้วส่ง 1-2 ออกบอล จะหาแบบ ชนาธิป (สรงกระสินธ์) ก็ไม่มี เพราะเขาเริ่มเองตั้งแต่เด็ก จึงยากตรงที่ว่านักเตะของเราเราจะเสริมได้ขนาดไหน เพราะบางคนไม่กล้าเล่น เคยไม่ทำตามโค้ชแล้วโดนด่าตอนเด็กๆ ตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งมีเรื่องเดียวเท่านั้นที่ทีมงานคุยกันไว้คือเรื่องทีมเวิร์ค สปิริต ที่ต้องผ่านไปให้ได้ และตัวต่างชาติที่มีความสามารถแตกต่างจากคนไทยก็เอามาเสริมกันอีกที อย่างเดียวเท่านั้นเลย
 

FFT TH: แล้วนักเตะไทยที่วางไว้ในแผนการทำทีม จะใช้พวกอายุเยอะหรือเอาเด็กปั้นขึ้นมาให้เป็นตัวจริงเลย?

โค้ชตุ้ม: ถ้าเป็นทีมเวิร์ค พวกอายุมากจะใช้ไม่ได้แล้ว เพราะพวกเขาต้องมุ่งหาหลักประกันชีวิต คือหาเงินไว้ใช้ช่วงบั้นปลาย จะหาแรงบันดาลใจให้เล่นเพื่ออนาคตก็ไม่มี และถ้าเราเล่นแบบทีมเวิร์ค หรือเพรสซิ่งคู่ต่อสู้ คนอายุมากจะไม่ทำละ เขาจะชะลอเกม และประคองเกม เพราะด้วยวัยและสภาพร่างกาย ซึ่งจะปรับใช้นักเตะแบบนี้กับสไตล์ทีมเวิร์คลำบาก

FFT TH: จากที่เคยวิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาหลายๆเกม เคยเห็นรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย คิดว่าจะนำมาปรับใช้กับอาร์มี่หรือไม่?

โค้ชตุ้ม: ใช้ได้เกินร้อย ต้องบอกไว้เลยไอ้เรื่องนี้สำคัญจริงๆ สิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นโค้ชคือต้องดูบอล แต่ไม่ใช่ดูบอลแค่ในประเทศไง แต่ละทีมถึงจะต่างชั้นกัน แต่การเล่นของเขาจะแตกต่างกันไป ตรงนี้เราก็เอามาประมวลและมาปรับใช้กับทีมเรา ว่าเวลาเจอทีมใหญ่, ระดับเดียวกัน หรือต่ำชั้นกว่า เราจะใช้รูปแบบไหน สำคัญคือต้องซ้อมๆๆ เจอทีมนี้ต้องเล่นแบบนี้ ลักษณะนี้มันได้ประโยชน์หมด

FFT TH: ขอรายละเอียดลงลึกกว่านี้นิดนึงครับ...

โค้ชตุ้ม: ยกตัวอย่างเลสเตอร์เนี่ย ทำไมปีที่แล้วกับปีนี้ถึงต่างกัน เพราะปีที่แล้วเขาเพรสซิ่งกันหมด ตั้งแต่หลังไปหน้า เคยเห็นผู้เล่นเลสเตอร์เถียงกันมั้ย ไม่มีหรอก เพราะทุกคนโนเนม แต่มีเป้าหมายเดียวกันว่าจะต้องอยู่รอดและเล่นเพื่อทีม แต่ถ้าเอานักเตะเก๋าๆมามันทำแบบนี้ไม่ได้ไง อย่างจะสั่ง ไมเคิล คาร์ริค, ฆวน มาต้า ไล่จิกตลอดเกม มันก็ไม่ทำกันไง แต่พวกตัวเก๋าๆในทีมก็เข้าใจ และปรับตัวให้เข้ากับทิศทางการทำทีมของเขา มันต้องตามยุคตามสมัยกัน ไม่ใช่ว่าอายุมากยังเล่นแบบโบราณอยู่

FFT TH: มันเลยสำคัญที่เราต้องหานักเตะให้ตรงกับสเป็คการทำทีมรึเปล่าครับ?

โค้ชตุ้ม: ถูกต้อง เราคุยกันหมดว่าจะเล่นสไตล์นี้ๆ ต้องหาบุคลากรให้เหมาะสมกับการเล่นของเราให้ได้ ไม่ใช่ว่าจะเอาแต่ตัวเด่นๆเข้ามา กลายเป็นไม่เข้ากับระบบที่วางไว้ อย่าง แมนฯยู เนี่ย...เอา ซลาตัน (อิบราฮิโมวิช) มา ทำไมคุณไม่หาปีกซ้าย, ปีกขวา ให้เขาด้วยอ่ะ

FFT TH: อื้ม...ไว้โยนบอลเนอะ?

โค้ชตุ้ม: อ้ะ! ใช่มั้ย เพราะ ซลาตัน เป็นบอลวิ่งขึ้น-ลง ไม่ใช่ออกด้านซ้าย-ขวา ไม่เหมาะกับอยู่ข้างหน้าสองตัว  เขาเป็นหน้าเป้าที่เวลาคุณโยนมา ไม่มีกองหลังในอังกฤษคนไหนเทคตัวสู้เขาได้ คุณไม่หาปีกหรือหน้าต่ำมาให้เขา ก็เสร็จ ตรงนี้ก็คือต้องหาตัวที่เข้าระบบของเราให้ได้ และมันจะง่ายต่อการทำทีมไง ไม่ต้องไปเริ่มนับใหม่ เราไปด้วยกันได้เลย

FFT TH: เท่ากับว่าปีนี้ อาร์มี่ ของโค้ชตุ้ม จะเล่นเป็นทีมเวิร์ค และเพรสซิ่งใช่ไหมครับ?

โค้ชตุ้ม: เพรสซิ่งแน่นอน เพราะว่าพี่เคยพูดไว้ ไม่ว่าจะในพรีเมียร์ลีก หรือไทยลีก ทีมไหนเล่นเพรสซิ่งไม่มีตกชั้น ไม่มีทางหนีตาย แต่วิธีการมันทำยาก ว่าเด็กมันจะเอาด้วยมั้ย อยู่ที่ว่าเราจะพูดให้เด็กเข้าใจยังไง เพราะทั่วโลกมันไม่มีทีมไหนที่จะเพรสซิ่งได้ตลอด 90 นาที ใช่มะ? แต่มันก็ต้องฝึกจังหวะในทั้ง 3 พื้นที่สนาม เรากล้าการันตีว่าเราจะเพรสซิ่ง แต่ถ้าทีมอื่นถ้าไม่สนใจก็เรื่องของเขาไง แนวคิดเราเป็นอย่างแบบนี้  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะ ถ้าหาตัวไม่ได้ตามแนวที่เราวางไว้เนี่ย เราก็ต้องเปลี่ยนทิศทางและวิธีการเล่นตรงนี้นะ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถามว่าคุณเอาแมนฯยูไปเพรสซิ่งได้มั้ย มันไม่ได้นะ เพราะผู้เล่นมันช้าไง

-ติดตามเรื่องราวของทีมต้นแบบที่ "โค้ชตุ้ม" จะยึดนำมาใช้กับทีมอาร์มี่ในฤดูกาล 2017 ในหน้าถัดไป-