เจาะละเอียดยิบ เหตุใด 'ผี' จึงกล้าทุ่มไม่ยั้งกับ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ

“แข็งแกร่ง, รวดเร็ว, แชมป์ลีกตอนอายุ 21” นี่คือคำนิยามของกองหลังดาวรุ่งรายนี้ที่เราจะได้เห็นเขาเข้ามาสร้างชื่อในเวทีพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้ากับทัพปีศาจแดง

เรื่องเล่า 60 วินาที

ประวัติส่วนตัว

  • วันเกิด: 17 กรกฏาคม, 1994
  • สถานที่เกิด: เวสเตโรส, สวีเดน
  • ส่วนสูง: 6 ฟุต 2 นิ้ว
  • ตำแหน่ง: กองหลัง
  • สโมสร: เบนฟิก้า (26 นัด, 1 ประตู)
  • ทีมชาติ: สวีเดน (6 นัด, 0 ประตู)

ณ ช่วงเวลานี้คงไม่มีปราการหลังดาวรุ่งคนไหนน่าติดตามเท่า วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ  อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟของ เบนฟิก้า มีที่เพิ่งย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

กองหลังชาวสวีเดนรายนี้โชว์ฟอร์มแกร่งได้ตั้งแต่ได้รับโอกาสในสนามครั้งแรก โดยเขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนที่ของ ลิซานโดร เอเซเกล โลเปซ ปราการหลังรุ่นพี่ที่ได้รับบาดเจ็บ และก็ยังได้เล่นมาอย่างต่อเนื่องตลอด 14 เกมที่เหลือในลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แถมยังช่วยให้ทีมเก็บชัยได้ถึง 13 นัด เข้าวินคว้าแชมป์เหนือคู่อริร่วมเมืองอย่างสปอร์ติ้ง ลิสบอน เพียง 2 คะแนน

เหตุผลที่คุณควรรู้จัก

ลินเดอเลิฟ ทำได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งครึ่งหลังของฤดูกาล เขาเป็นนักเตะที่เข้าปะทะได้ถูกเวลา เล่นลูกกลางอากาศได้ดี แถมยังยืนตำแหน่งได้เหมาะสมแม้ว่าจะยังขาดประสบการณ์ไปบ้าง

ลินเดอเลิฟ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนช่วยให้ทีมชาติสวีเดนชุดยู-20 คว้าแชมป์ ยูโร ยู-21 2015 ไปครองได้สำเร็จ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาน่าจะได้ถึงเวลาที่ได้ขึ้นมาเล่นให้กับเบนฟิก้าชุดใหญ่ในฤดูกาลนั้น ทว่าสุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็ต้องรอถึงครึ่งฤดูกาลหลังจึงจะได้โอกาสประเดิมสนามเป็นครั้งแรกหลังจากเซ็นสัญญามาร่วมทีมดังแห่งกรุงลิสบอนเป็นเวลากว่า 4 ปี 

การที่เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่นัดแรกที่ได้โอกาสประเดิมสนาม มันสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าตัวพร้อมจะคว้าทุกโอกาสที่เข้ามา ลินเดอเลิฟ ทำได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งครึ่งหลังของฤดูกาล 2015/16 เขาเป็นนักเตะที่เข้าปะทะได้ถูกเวลา เล่นลูกกลางอากาศได้ดี แถมยังยืนตำแหน่งได้เหมาะสมแม้ว่าจะยังขาดประสบการณ์ไปบ้าง อีกทั้งเกมกับบาเยิร์น มิวนิค ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อปีก่อน กองหลังเจ้าของความสูง 187 ซม. รายนี้ยังโชว์ความแข็งแกร่งตลอด 2 นัดที่พบกัน ช่วยให้ต้นสังกัดของตัวเองแพ้ไปแบบหวุดหวิดด้วยสกอร์รวม 3-2 เท่านั้น และ ณ เวลานี้เขาคือปราการหลังตัวหลักของทีมชาติสวีเดนเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

Victor Lindelof, Jonathan Walters

ลินเดอเลิฟ (ซ้าย) ตกเป็นข่าวกับทัพปีศาจแดงอย่างหนักในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

จุดแข็ง

ลินเดอเลิฟ มีรูปร่างที่สูงใหญ่และแข็งแกร่ง เขาเล่นลูกกลางอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม และยังเข้าปะทะได้ถูกจังหวะอีกด้วย (เจ้าตัวถูกใบเหลืองแค่ 1 ครั้ง จาก 32 นัดที่ลงสนามในลีกฤดูกาลที่ผ่านมา) เขาเป็นกองหลังที่มีความเร็ว ซึ่งมันทำให้เขามักจะได้เล่นในตำแหน่งแบ็คขวาให้กับทัพไวกิ้ง

Victor Lindelof, Thiago Alcantara

ดวลกับธิอาโก้ อัลคันทาร่า

นอกจากสภาพร่างกายที่ค่อนข้างดีแล้ว ลินเดอเลิฟ ยังเป็นกองหลังที่ค่อนข้างเป็นมืออาชีพสูง เขาไม่เคยเดินเข้าไปในห้องแถลงข่าว และบ่นถึงกรณีที่ตัวเองไม่ได้รับโอกาสในทีมชุดใหญ่ หรือการที่ตัวเองถูกมองข้ามเลยด้วย เขาเป็นนักเตะอายุน้อยที่นิ่งมากๆ เขาสามารถจัดการกับบรรดาตัวรุกบิ๊กเนมหลายๆ คนได้อย่างเยือกเย็น

จุดอ่อน

แม้ว่าเขาจะเป็นกองหลังที่เล่นกับบอลได้ดี แต่เขายังต้องออกบอลให้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเตะทิ้ง หรือผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ตาม นอกจากนั้นเขายังสามารถพัฒนาเรื่องการเติมเกมรุก และเปิดเกมให้เพื่อนได้อีก ซึ่งเขาจำเป็นต้องหาประสบการณ์เพิ่มเพราะมันจะช่วยให้เขาทำได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

พวกเขาว่ากันว่า…

“ผมค่อนข้างแปลกใจนะที่เขาเข้าปรับตัวกับทีมได้อย่างรวดเร็ว เขาเป็นนักเตะที่มีร่างกายแข็งแกร่ง ประกบคู่แข่งไม่ให้เล่นลูกกลางอากาศได้ดี อีกทั้งยังนิ่งและมีสมาธิกับเกมสูงมาก เขาเพร้อมสำหรับโอกาสของตัวเองเสมอ และเมื่อได้โอกาสนั้น เขาก็คว้ามันไว้ได้” โทนี อดีตนักเตะและกุนซือของเหยี่ยวลิสบอนกล่าว

Victor Lindelof, Eden Hazard

ปี 2017 ทั้งคู่จะได้เจอกันในสนามหรือไม่?

รู้หรือไม่?

ด้วยความที่เล่นเกมรับได้นิ่งและเยือกเย็นมากๆ ทำให้ดาวเตะจากแถบสแกนดิเนเวียรายนี้ได้รับฉายว่า “ไอซ์แมนแห่งเบนฟิก้า” นอกจากนั้นเขายังสนิทกับ เรนาโต้ ซานเชส เป็นอย่างมาก จนถึงกับยกให้ดาวรุ่งของบาเยิร์น มิวนิครายนี้เป็นน้องชายของเขา ทั้งคู่มีส่วนช่วยกันพาทีมประสบความสำเร็จในลีกเมื่อฤดูกาลก่อนด้วย


ทักษะอันแพรวพราว

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งจะคว้าตัวเขาไปครองด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร ซึ่งคราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าตัวแล้วว่าจะสามารถพิสูจน์ตัวเองกับทัพปีศาจแดงที่ยังหาคู่เซนเตอร์ตัวหลักไม่ได้ ได้หรือไม่? ซึ่งถ้าหากในฤดูกาลหน้า เขาสามารถปรับตัวได้ เชื่อได้เลยว่าลินเดอเลิฟจะต้องกลายเป็นกองหลังชั้นยอดของวงการได้แน่นอน