Analysis

เจาะลึกคู่แข่งเพื่อนบ้าน : ซีเรียขวากหนามชิ้นใหญ่ของลอดช่อง

สิงคโปร์ 1 ในชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราจะเจอกับซีเรียวันพฤหัสบดีในเกมฟุตบอลโลก 2018 อันสุดสำคัญ ซึ่ง James Dampney จะพาคุณไปทำความรู้จักกับทีมจากตะวันออกกลางทีมนี้กันให้มากขึ้น…

We are part of The Trust Project What is it?

ตอนนี้ซีเรียรั้งอันดับ 117 ในการจัดอันดับของฟีฟ่า โดยอยู่สูงกว่าสิงคโปร์ซึ่งอยู่ที่ 155 อยู่ 38 ลำดับ นั่นทำให้พวกเขาอยู่ที่ 14 ในบรรดาชาติเอเชียด้วยกัน โดยในลิสต์ดังกล่าวนำมาโดยอิหร่าน (อันดับที่ 41), เกาหลีใต้ (อันดับที่ 54) และคู่แข่งในกลุ่ม อี อย่างญี่ปุ่น (อันดับที่ 56) ซึ่งซีเรียจะพบกับญี่ปุ่นที่โอมานวันที่ 8 ตุลาคม และจากนั้นจะออกไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยวันที่ 29 มีนาคมปีหน้า ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของรอบคัดเลือกรอบ 2 ขณะที่พวกเขาจะมีคิวลงเตะที่สนามกีฬาแห่งชาติของสิงคโปร์วันที่ 17 พฤศจิกายน

ที่ผ่านมาอันดับสูงที่สุดของซีเรียอยู่ที่ 78 โดยต้องย้อนไปถึงปี 1993 พวกเขาไม่เคยผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แม้ว่าได้ลงเล่นรอบคัดเลือกตั้งแต่ปี 1950 ก็ตาม ส่วนในศึกเอเชียนคัพพวกเขาเข้าถึงรอบสุดท้าย 5 ครั้งแต่ยังไม่เคยไปไกลกว่ารอบแรก อย่างไรก็ดีพวกเขามีสถิติที่ยอดเยี่ยมในรายการเวสต์ เอเชียน แชมเปี้ยนชิพส์ ที่มีดีกรีถึงรองแชมป์ในปี 2000 และ 2004 นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวเมื่อปี 2012 โดยเอาชนะอิรัก (รูปบน)

ซึ่งทีมชาติเจ้าของฉายา “ดิ อีเกิ้ลส์” ไร้พ่ายมา 7 นัดแล้วนับตั้งแต่ชนะมาเลเซีย 3-0 เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน อีกทั้งยังเถืออินโดนีเซีย, จอร์แดน, ทาจิกิสถาน, โอมาน และอัฟกานิสถาน รวมถึงเสมอกับเลบานอน 2-2 ด้วย

หลังจากที่เปิดหัวรอบคัดเลือกด้วยการถล่มอัฟกานิสถาน 6-0 เมื่อเดือนมิถุนายน ตอนนี้พวกเขารั้งอันดับ 2 ของกลุ่ม อี โดยมีแต้มตามหลังสิงคโปร์อยู่ 1 แต้มแต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด

ทีมชาติซีเรียโพสต์ท่าถ่ายรูปก่อนลงเตะกับอัฟกานิสถานในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อเดือนมิถุนายน

ที่ผ่านมาซีเรียและสิงคโปร์เคยพบกันทั้งสิ้น 3 ครั้ง ซึ่งฝ่ายหลังกำชัยไปได้ 2 หนและแพ้อีก 1 โดย 2 ครั้งเป็นการพบกันเมื่อปี 2013 ในศึกเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก ส่วนอีกหนเป็นนัดกระชับมิตรในปี 1978 ในครั้งนั้นสิงคโปร์เอาชนะไป 4-1 ที่กัวลาลัมเปอร์ ซึ่ง ฟานดี้ อาหมัด ผู้ช่วยโค้ชและตำนานของทีมชาติสิงคโปร์ถึงกับเผยว่าวันพฤหัสบดีนี้จะเป็นเกมสำคัญอย่างยิ่งต่อการผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือกรอบต่อไปเลยทีเดียว

เดิมทีสนามเหย้าของทีมชาติซีเรียคือสนามกีฬาแห่งชาติอเลปโปที่ตั้งอยู่ในอเลปโปเมืองที่ใหญ่ที่สุดของซีเรีย แต่เนื่องจากความขัดแย้งภายในประเทศ ฟีฟ่าจึงไม่ให้ซีเรียได้เล่นในบ้านของตัวเอง ดังนั้นสนามสุลต่าน กาบูส์ สปอร์ตส์ คอมเพล็กซ์ ในเมืองมุสแคตประเทศโอมานซึ่งอยู่ห่างจากซีเรียไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 3,000 กิโลเมตรจึงถูกเลือกให้จัดเกมเหย้านัดแรกของพวกเขาในรอบคัดเลือก

เกมอย่างเป็นทางการแมตช์แรกของ “ดิ อีเกิ้ลส์” คือนัดที่พ่ายตุรกี 7-0 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 1949 ส่วนชัยชนะขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์อยู่ที่ 12-0 ซึ่งพวกเขาทำได้ 3 หน โดยถล่มมัลดีฟส์ด้วยสกอร์ดังกล่าว 2 ครั้งทั้งที่ซีเรียและอิหร่านเมื่อปี 1997 ในระยะเวลาห่างกันเพียงแค่ 5 วัน ส่วนความปราชัยที่ย่อยยับที่สุดคือ 8-0 ต่อกรีซและอียิปต์ในปี 1949 และ 1951 ตามลำดับ

ในตอนนี้ ฟาจาร์ อิบราฮิม คือเฮดโค้ชซีเรียคนปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นหนที่ 3 ที่เข้ามารับงานหลังจากเคยคุมทีมมาแล้วในช่วงปี 2006-08 กับ 2008-10 โดยกุนซือวัย 51  ปีถือว่ามีสถิติยอดเยี่ยมด้วยผลงานชนะ 27 เสมอ 10 แพ้ 8 และยังไม่แพ้ใครมา 5 เกมติดนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายใหญ่อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคม

ภาพจากเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับอัฟกานิสถานที่ซีเรียอัดไป 6-0

Photos: Courtesy of FIFA.com