เจาะลึกศึกสองหงส์ : แผลที่ไม่เคยรักษาของลิเวอร์พูลและเฮนโด้เวอร์ชั่นอัพเกรด

 แม้ ลิเวอร์พูล จะสามารถคว้าสามแต้มที่ต้องการออกจากถิ่นลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ทว่าพวกเขายังคงเผยจุดอ่อนที่ยังแก้ไม่หายสักที และนี่คือสิ่งที่เราได้จากการวิเคราะห์ผ่านสถิติ Stats Zone เกมเมื่อคืนที่ผ่านมา... 

1. ลิเวอร์พูลยังคงปวกเปียกกับลูกตั้งเตะเช่นเคย

การโจมตีเข้าขั้นอัจฉริยะ แต่แผลเก่าของพวกเขาก็ยังรักษาไม่หาย

สำหรับในเรื่องการรับมือกับลูกตั้งเตะนั้น ลิเวอร์พูล ยังคงไม่แตกต่างจากทีมชุดที่ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส เคยทำไว้ ... ในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ พวกเขามีเกมรุกที่ดุดันแต่ก็มีข้อบกพร่องที่แก้ไม่หายเสียที ก่อนหน้านี้กุนซือชาวเยอรมันก็เคยพูดถึงความเปราะบางในการรับมือกับลูกตั้งเตะสำหรับลูกทีมของเขา และวันนี้มันยังคงเป็นคำพูดที่เชื่อถือได้เพราะประตูแรกของ สวอนซี ชี้ให้เห็นว่า หงส์เเดง ปล่อยให้คู่แข่งของพวกเขาเล่นง่ายจนเกินไป ประตูดังกล่าวฟันฉับเข้าที่คอไม่ต่างจากการประหาร และท้ายที่สุดแล้วพวกเขาควรจะจัดการกับมันให้ดีกว่านี้

แม้ว่า คล็อปป์ จะรับรู้ถึงความอ่อนแอตรงจุดนี้แต่พวกเขาก็ไม่สามารถจะป้องกันได้ นาทีที่ 25 ของเกม บอร์ฆ่า บาสตอน ก็ได้โหม่งอีกครั้งจากการยืนประกบที่ผิดตำแหน่ง แม้ว่าท้ายที่สุดเเล้วมันจะไม่เป็นประตูแต่การให้สัญญาณกันระหว่าง โญลิส คาริอุส และเหล่าแผงหลังก็ยังแสดงปัญหาให้เห็นอีกครั้งในช่วงท้ายเกมที่ ไมค์ ฟาน เดอ ฮอร์น ได้ยิงหลุดเสาออกไป และถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไขมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆสำหรับชัยชนะในแต่ละเกมของพวกเขา

นอกจากนี้ คล็อปป์ ยังคงมีปัญหาในแนวรับเช่นเคย กองหลังของพวกเขามีสถิติการดวลแบบ 1-1 ที่ไม่ค่อยดีนัก ในครึ่งแรกสวอนซีผ่านบอลเข้ากรอบเขตโทษได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และตลอดทั้งเกม หงส์ขาว ผ่านบอลไปในเขตอันตรายได้ทั้งหมด 3 ครั้งและ 1 ในนั้นกลายเป็นประตู หากลูกทีมของกุยโดลินมีความแม่นยำในการครอสมากกว่านี้สถานการณ์อาจจะแตกต่างออกไปก็เป็นได้

เส้นน้ำเงินบนหน้ากราฟฟิคด้านบนคือโอกาสที่มาจากการครอาบอลจากลูกเตะมุมที่เป็นประตูแรก ... จุดอ่อนนี้อาจเป็นสิ่งที่ทำให้คู่แข่งหันมาเล่นงานลิเวอร์พูลแบบเฉพาะเจาะจงยิ่งกว่านี้ก็เป็นได้

2. ประสิทธิภาพในครึ่งแรกของสวอนซี

สวอนซี ต้องเจอกับความยากลำบากตลอดมานับตั้งแต่เปิดฤดูกาล ในขณะที่ความสามารถในการเข้าเพรสซิ่งของพวกทำให้คู่แข่งไม่สามารถอยู่ในจังหวะเกมที่ถนัดได้ หลังเกมที่พบกับ เชลซี เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว กุยโดลิน ให้สัมภาษณ์ว่าทีมของเขาเล่นดีแค่ในช่วง 20 นาทีแรกก่อนถอดใจทันทีหลังจากโดนประตูของ ดิเอโก้ คอสต้า

เกมนี้มันเป็นรูปแบบที่คล้ายๆกัน สวอนซี เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงครึ่งแรก พวกเขาลงเล่นด้วยพลังและชะลอเกมของ ลิเวอร์พูล ได้ตลอด ในขณะที่การเจาะตามช่องของพวกเขาก็ยังเป็นภัยคุกคามที่อันตราย

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ตีเสมอได้ด้วยลูกโหม่งของ โรเเบร์โต้ ฟิร์มิโน่ มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หงส์แดง พร้อมจะเอาประตูทีสอง ส่วน หงส์ขาว นั้นก็ฝ่อไปเสียเฉยๆ มิดฟิลด์ที่เคยเเข็งเเกร่งในครึ่งแรกกลายเป็นรูที่ทำให้ลิเวอร์พูลลำเลียงบอลผ่านจนพรุน เมื่อ เฟลิเป้ คูตินโญ่ บัญชาเกมได้อย่างอิสระ ลิเวอร์พูล ก็มีโอกาสยิงแบบจะแจ้งเพิ่มขึ้นถึงอย่างชัดเจนและนั่นคือจุดเริ่มต้นของสัญญาณอันตรายและจบลงอย่างไม่เซอร์ไพรส์

3. จอร์เเดน เฮนเดอร์สัน เจิดจรัสอย่างต่อเนื่อง

เฮนโด้ อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมที่สุดในฤดูกาลนี้ เขาได้แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นของเขาในฐานะกัปตันทีมอย่างชัดเจนในเกมเมื่อคืนนี้

เขาไม่ใช่ผู้เล่นที่มีเทคนิคโดนเด่นอะไร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาต่อการเล่นของเขาเลย เขาพิสูจน์ให้เห็นทุกความมั่นคงในตำแหน่งมิดฟิลด์โดยเฉพาะการไล่ตามเก็บบอลจังหวะสองที่เขาทำได้ถึง 19 ครั้งในเกมนี้ นอกจากนี้ยังผ่านบอลสำเร็จมากกว่านักเตะทุกคนในสนามอีกด้วย เขาดูมีอิทธิพลต่อเกมและคอยปิดทองหลังพระทำให้ผู้เล่นคนอื่นดูโดดเด่นขึ้นมาอาทิเช่น คูตินโญ่ เป็นต้น ดาวเตะชาวบราซิลได้รับบอลจากเฮนโด้ถึง 11 ครั้ง และเมื่อใดก็ตามที่ทีมกำลังประสบปัญหา เฮนเดอร์สัน มักจะเป็นคนเข้าแย่งบอลได้จากการเพรสซิ่งเสมอ

ไม่ใช่เเค่ในเกมรุกเท่านั้น บทบาทของ เฮนเดอร์สัน ในการเล้นเกมสวนกลับก็ทำได้อย่างแข็งขันไม่แพ้กัน เขาคอยเคลื่อนบอลไปข้างหน้าด้วยการเล่นที่ไม่มากจังหวะแต่ทำได้อย่างต่อเนื่อง ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้ดูเหมือนกับว่าตอนนี้ เฮนโด้ เข้าข่ายผู้นำที่ดีของทีมไปเสียเเล้ว

4. กิลฟี่ ซิเกิร์ดสัน ไม่สามารถเล่นในเกมของตัวเองได้

ซิเกิร์ดสัน มีฟอร์มการเล่นที่ค่อนข้างน่าผิดหวังสำหรับเกมที่ ลิเบอร์ตี้ เมื่อคืนนี้ เเม้ว่าเขาจะเป็นนักเตะที่มีความคิดสร้างสรรค์และสร้างโอกาสในการเข้าทำมากที่สุด ด้วยระบบการเล่นในเกมนี้เขาถูกบีบให้ต้องเล่นห่างจากแดนหน้าและโดนจับตายโดยเซ็นเตอร์แบ็คตลอดทั้งเกม

ในเกมนี้ สวอนซี มีโอกาสเล่นเกมสวนกลับอยู่บ่อยๆแต่พวกเขาขาดความแม่นยำและการเข้าทำที่สมบูรณ์แบบ ซิเกิร์ดสัน มีโอกาสเชื่อเกมกับกองหน้าอย่าง บอร์ฆ่า บาสตอน เพียง 6 ครั้งเท่านั้น และยังผ่านบอลสำเร็จเพียงแค่ 16 ครั้ง ซึ่งนั่นเป็นจำนวนที่น้อยกว่านักเตะคนอื่นๆในสนาม เขาคือนักเตะที่มีพรสวรรค์เเละความสามารถในการเปลี่ยนเกม แต่เขาจะต้องรับผิดชอบพื้นที่และหน้าที่ของเขาให้ได้มากกว่านี้

 

การใช้แท็คติกเน้นเกมรับที่ กุยโดลิน เตรียมพร้อมมารับมือเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ทำให้ความน่ากลัวของ ซิเกิร์ดสัน ลดน้อยถอยไปอย่างน่าใจหาย สวอนซี ยังมีปัญหาอีกมากในการเล่นแบบโอเพ่นเพลย์และมันเห็นได้ชัดเจนในเกมนี้ พวกเขาจะต้องปรับความสมดุลในเกมรุกอีกมากหากต้องการชัยชนะมากกว่าที่เป็นอยู่

More Stats Zone features