เจ้าหนูแห่งศตวรรษที่ 21 : ใครจะเป็นนักเตะคนแรกที่เกิดในปี 2000 บนเวทีพรีเมียร์ลีก

สำหรับฤดูกาลที่แล้ว โจนาธาน เลโก้ ดาวรุ่งของเวสต์บรอมคือแข้งคนแรกที่เกิดปี 1999 ที่ได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีก ขณะที่ในปีนี้ เราเชื่อว่า แข้งคนแรกที่เกิดในปี 2000 นั้นกำลังจะได้โอกาสแล้วเช่นกัน แต่ใครคือตัวเต็งที่จะครองสถิตินี้ ติดตามได้ที่นี่ 

1. เคน วิลสัน, เวสต์ บรอม (11 มีนาคม 2000)

ปราการหลังพลังหนุ่มของเวสต์บรอมรายนี้ได้โอกาสสัมผัสเกมจริงๆ กับเวสต์บรอมไปแล้วหลังจากที่เขาได้ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมลีกคัพ ทำให้เขาคือตัวเต็งอันดับ 1 ของเราที่น่าจะได้ลงสัมผัสเกมลีกในเร็ววันนี้

ดาวเตะทีมชาติอังกฤษชุด ยู-17 เป็นตัวหลักของทีมเยาวชน “เดอะ แบ็กกี้ส์” เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เมื่อช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา เจ้าตัวก็ได้รับโอกาสจาก โทนี พูลิส นายใหญ่ของทีมให้ลงไปแสดงความสามารถในสนามด้วย ซึ่งในตอนนั้นเขาถูกจับไปเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายด้วย แถมนอกจากนี้ เขายังสามารถเล่นในตำแหน่งแบ็คขวาและกองกลางได้อีกด้วย

วิลสันได้โชวืฝีเท้าในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา

2. จาดอน ซานโช, แมนฯ ซิตี้ (25 มีนาคม 2000)

1 ในดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดของทัพ “เรือใบสีฟ้า” รายนี้เพิ่งย้ายมาจากวัตฟอร์ดเมื่อเดือนมีนาคม 2015 ก่อนที่จะโชว์ฝีเท้าอันน่าตื่นตาตื่นใจให้ทุกคนเห็น โดยกองหน้ารายนี้ยิงไปแล้ว 4 ประตู จาก 6 นัดที่ลงสนามในทีมเยาวชน นอกจากนั้นยังทำไปได้ 3 ประตูแล้วด้วยในสีเสื้อทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี

แม้ว่าแมนฯ ซิตี้จะไม่อยากรีบร้อนใช้บริการเขาจนเกิดไป แต่มันก็คงอีกไม่นานนักก่อนที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา นายใหญ่ของทีมจะเห็นแววในตัวแข้งรายนี้ ซึ่งไม่ว่ายังไง สิ่งที่เจ้าตัวต้องทำให้ได้ในตอนนี้ก็คือการรักษาพัฒนาการของตัวเองให้อยู่ในระดับนี้ต่อไปเรื่อยๆ

3. แองเจิล โกเมส, แมนฯ ยู (31 สิงหาคม 2000)

ต้องยอมรับว่าแมนฯ ยูนั้นค่อนข้างขาดแคลนผู้เล่นเจ๋งๆระดับเยาวชนเนื่องจากหลายๆ ทีมหันมาจริงจังกับระบบอะคาเดมีมากขึ้น ส่งผลให้มีเยาวชนจากทัพปีศาจแดงทำผลงานดีจนติดทีมชาติอังกฤษตั้งแต่รุ่น ยู-16 ไปจนถึง ยู-21 แค่ 8 คนเท่านั้นในฤดูกาลที่แล้ว ขณะที่คู่แข่งอย่างเชลซี, แมนฯ ซิตี้ และสเปอร์สต่างทำได้ถึง 27, 23 และ 18 คนตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม แองเจิล โกเมส ดาวรุ่งที่เกิดในกรุงลอนดอนผู้นี้คือผู้ที่เข้ามาจุดประกายความหวังให้กับทีม เมื่อเขาสามารถโชว์ผลงานได้น่าประทับใจในเวลาฝึกซ้อม แถมเขายังสามารถสร้างคววามอันตรายให้กับทีมได้ด้วยในฐานะผู้เล่นหมายเลข 10 จนยิงไปแล้ว 5 ประตูในช่วง 2 เดือนแรกกับทีม ทว่าด้วยข้อจำกัดเรื่องโอกาสในชุดใหญ่เนื่องจากมูรินโญคงจะเลือกใช้บริการของมาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวรุ่งฟอร์มแรงอีกรายมากกว่า แต่มันก็ไม่ใช่ว่าโกเมสจะไม่มีโอกาสเลยเสียทีเดียว

4. ไรอัน แซสเซยอง, ฟูแล่ม(18 พฤษภาคม 2000)

แบ็คขวารายนี้สามารถทะลุขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ให้กับทัพฟูแล่มได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วภายใต้การนำทีมของ สลาวิซา โจคาโนวิช กุนซือของทีม และด้วยผลงาน 2 ประตูจาก 8 นัด ทำให้เขากลายเป็นแข้งวัย 16 ปี คนเดียวที่ได้ลงเล่นในศึกแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลนี้

ในขณะที่ฟูแล่มมีลุ้นเลื่อนชั้นกลับมาลีกสูงสุด แบ็คผิวสีรายนี้ก็ตกเป็นข่าวกับทีมชาติอังกฤษชุดยู-19 ด้วย แถมในตอนนี้ เซสเซยองก็จัดการทำสถิติเป็นแข้งคนแรกที่เกิดปี 2000 ที่ยิงประตูในศึกแชมเปี้ยนชิพ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย ดังนั้นเป้าหมายต่อไปของเขาก็คงหนีไม่พ้นเวทีพรีเมียร์ลีก

ตกเป็นที่สนใจของหลายๆ ทีมในพรีเมียร์ลีก

5. เทร คอยล์, อาร์เซนอล (11 มกราคม 2001)

แม้ว่าคอยล์จะเพิ่งอายุได้ 15 ปีเท่านั้น แต่กองกลางตัวรุกรายนี้ก็ได้โอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องกับทีมเยาวชนของทัพปืนใหญ่ด้วย โดยล่าสุด เจ้าตัวเพิ่งเป็นคนยิงประตูแรกให้กับทีมในนัดที่อาร์เซนอลเอาชนะสเปอร์สไปได้

หลังจากนั้น เขาก็ได้โอกาสประเดิมสนามในเกมกับบาเซิลในศึกยูฟ่า ยูธ ลีก ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ดีทีเดียว และแน่นอนว่าว่า อาร์แซน เวงเกอร์ บิ๊กบอสของทีมนั้นพร้อมจะให้โอกาสดาวรุ่งทุกรายอยู่แล้ว ดังนั้นไม่แน่เราอาจจะได้เห็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ จากเจ้าหนูรายนี้ก็ได้

5. เจค โวกิ้นส์, เซาแธมป์ตัน (17 มีนาคม 2000)

แบ็คซ้ายจากอ็อกซ์ฟอร์ดรายนี้ได้โอกาสประเดิมสนามให้กับทีมเซาแธมป์ตันชุดอายุไม่เกิน 21 ปีไปเรียบร้อยแล้วในตอนที่เขาวัยเพียง 15 ปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แถมยังมีทีท่าว่าเจ้าตัวจะได้เลื่อนขึ้นอีกขั้นในเร็วๆ นี้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลังจากนั้นเจ้าตัวจะถูกลดชั้นกลับไปเล่นทีมยู-18 แต่ด้วยความที่มีรุ่นพี่อย่าง แมตต์ ทาร์เก็ตต์ และ ไรอัน เบอร์ทรานด์ 2 แบ็คซ้ายรุ่นพี่คอยให้คำแนะนำ มันจะทำให้เขาได้เรียนรู้อีกมากมาย และไม่แน่ว่าอาจจะทำให้เขาเติบโตอย่างรวดเร็วอีกด้วย

6.  ทาชาน โอ็คลีย์ บูธ, สเปอร์ส (14 กุมภาพันธ์ 2000)

เจ้าหนูรายนี้เติบโตขึ้นในถิ่นลอนดอนเหนือ ซึ่งทำให้ฟอร์มในสมัยเป็นนักเรียนของเขาก็ไปเตะตาแมวมองของท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ และได้โอกาสมาร่วมทัพไก่เดือยทองเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และสำหรับในตอนนี้ เจ้าตัวก็ได้โอกาสโลดแล่นอยู่ในระหว่างทีม ยู19 และ ยู 23 ของทัพไก่เดือยทอง

ในขณะที่ มาร์คัส เอ็ดเวิร์ด ดาวรุ่งอีกรายของทีมกำลังพยายามถีบตัวเองขึ้นไปเล่นชุดใหญ่ของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน นั่นหมายความว่า บูธเองก็มีโอกาสกาสเช่นกัน

7. เบนจามิน เอ็มบุงกา คิมปิโอก้า, ซันเดอร์แลนด์ (21 กุมภาพันธ์ 2000)

กองกลางตัวรุกย้ายมาร่วมทัพ “แมวดำ” จากสโมสร ซิริอุส ไอเค เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนได้ขึ้นมาวนเวียนอยู่กับชุดใหญ่ของ เดวิด มอยส์ ร่วมกับ โตเอล อโซโร่ และ จอช มาฮา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซันเดอร์แลนด์กำลังรอคอยดาวรุ่งคนต่อไปหลังจาก จอร์แดน พิคฟอร์ด และ ลินเด็น กูช แจ้งเกิดกับทีมไปแล้ว ซึ่งไม่แน่ว่า คิมปิโอก้าเองก็อาจจะเป็นรายต่อไปได้

8. คอเนอร์ โคเวนทรี, เวสต์แฮม (25 มีนาคม 2000)

ดาวเตะทีมชาติไอร์แลนด์ชุด ยู-17 รายนี้ลงเล่นให้กับทีมยู-21 ของเวสต์แฮมตั้งแต่เขายังเรียนอยู่เลยด้วยซ้ำ โดยโคเวนทรีเล่นในตำแหน่งกองกลางและสามารถโชว์ฟอร์มได้น่าประทับมากๆ

แม้ว่าโอกาสที่จะถูกดันขึ้นชุดใหญ่นั้นอาจจะมีไม่มากนัก แต่การที่ รีซ อ็อกฟอร์ด และ โดมิโกส์ กีน่า สามารถทะลุขึ้นไปได้ นั้นก็หมายความว่าทีมขุนค้อนพร้อมจะให้โอกาสดาวรุ่งถ้าหากคนๆ นั้นสมควรได้รับมัน  แถมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โคเวนทรีเองก็เกือบจะทำได้สำเร็จแล้วด้วย

ดาวรุ่งหลายๆ คนได้รับโอกาสภายใต้การนำของสลาเวน บิลิช ดังนั้นเมื่อไหร่จะถึงตาของโคเวนทรี?

9. แม็กซ์ ชีฟ, ฮัลล์ (10 มีนาคม 2000)

น้องชายของ เบน ชีฟ ดาวรุ่งของอาร์เซนอล มีอันต้องแยกจากพี่ชายเป็นครั้งแรกหลังจากที่เขาไม่ได้รับการต่อสัญญากับทีมปืนใหญ่

ทั้งคู่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เป็นเด็กปั้นของเวสต์แฮมก่อนที่จะย้ายมาอาร์เซนอล และแม็กซ์ก็มีอันต้องย้ายไปฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว “เดอะ ไทเกอร์ส” เพิ่งจะปั้น จอช ไทโมน กองหลังดาวรุ่งวัย 16 ปีให้แจ้งเกิดได้สำเร็จ แถมการที่พวกเขาไม่ใช่ทีมที่มีนักเตะจำนวนมาก ทำให้พวกเขาต้องการหมุนเวียนนักเตะบ้าง ซึ่งนั้นหมายความว่าโอกาสของชีฟคงมีมากขึ้นอีกพอสมควร

10. ไรอัน บริวสเตอร์, ลิเวอร์พูล (1 มกราคม 2000)

อะคาเดมีของลิเวอร์พูลกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่มีดาวรุ่งรอวันแจ้งเกิดจำนวนมาก ซึ่งเจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของทีมเองก็พร้อมจะให้โอกาสแข้งเหล่านั้นแจ้งเกิดถ้าหากพวกเขาสมควรได้รับ

บริวสเตอร์ เองก็เป็น 1 ในนั้น โดยกองหน้ารายนี้โบกมืออำลาเชลซีมาตอนที่อายุ 14 ปีเท่านั้นก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมหงส์แดง และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้มีความเป็นไปได้ที่เราอาจจะเห็นเขาในอนาคตอันใกล้ หากยังรักษาผลงานแบบนี้ไว้ได้

11. เกล็นน์ มิดเดิลตัน, นอริช (1 มกราคม 2000)

เช่นเดียวกับเซสเซยอง แม้ว่ามิดเดิลตันกำลังจะโลดแล่นอยู่กับทีมในลีกรองของประเทศ แต่เขาก็ถูกจับตาโดยเหล่ายักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ขณะเดียวกัน นอริชเองก็กำลังลุ้นเลื่อนชั้นในฤดูกาลนี้ ทำให้อีกไม่นานเราจะได้เห็นเจ้าหนูรายนี้บนลีกสูงสุดอย่างแน่นอน

แข้งรายนี้เกิดวันแรกของศตวรรษที่ 21 และกำลังใช้ชีวิตปีสุดท้ายในโรงเรียนในฐานะกองหน้าของทีมนกขมิ้นสีเหลืองอ่อนชุดยู-21 ซึ่งเจ้าตัวกำลังทำผลงานได้ดีทีเดียว

12. คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, เชลซี (7 พฤศจิกายน 2000)

อีกหนึ่งแข้งชาวอังกฤษที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยจอมเลื้อยวัย 15 ปีรายนี้ คือกำลังหลักในทีมของจอร์ดี้ มอร์ริส กุนซือใหญ่ของทีมเยาวชนสิงห์บลู ในการพาทีมล่าแชมป์เอฟเอ ยุธ คัพ สมัยที่ 4

อย่างไรก็ตาม สำหรับเชลซีนั้น เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นดาวรุ่งคนไหนทะลุมาเล่นทีมชุดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น เพราะรุ่นพี่อย่าง นาธาเนียล ชาโลบาห์ เองก็ต้องใช้เวลา 7 ปีก่อนหน้านี้กับ 6 สโมสรก่อนที่จะได้โอกาสประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง แถมยังเป็นการถูกเปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 89 อีกด้วย

เล่นให้ทีม ยู-16

13. ทิโมธี เวอาห์, เปแอสเช (22 กุมภาพันธ์ 2000)

ลูกชายแท้ๆ ของ “จอร์จ เวอาห์” อดีตแข้งเอซีมิลาน เพิ่งจะจัดการกดแฮททริคไป 2 นัดในศึกยูฟ่า ยูธ ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เราได้เห็นเขาเก็บข้าวของมาอังกฤษในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้ๆ กันว่า บรรดาลูกชายนักฟุตบอลมักจะไม่ค่อยทำผลงานได้เหมือนกับพ่อของพวกเขา เช่นเดียวกับ ทิโมธี เขายังคงต้องเรียนรู้อะไรอีกหลายๆ อย่าง ทว่านั้นก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะทำไม่ได้เหมือนกับคนอื่นๆ