เจ็บลืม...โลกไม่ลืม : 8 แข้งไทยเจ็บหนักแต่กลับมาแกร่ง

นี่ คือ 8 นักเตะไทยที่เผชิญกับอาการบาดเจ็บที่สุดโหดร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายโชคชะตาก็ทำให้พวกเขา คือ นักเตะที่ควรถูกกล่าวขาน…

บางคนหมอเคยบอกให้เลิกคิดที่จะกลับมาเล่น, บางคนขาหัก 2 ท่อนถึง 2 ครั้ง แถมเอ็นเข่าพัง, บางคนเจ็บเรื้อรังจนเลิกเล่นไป 7 ปีแต่ก็กลับมาได้… เพราะหัวใจพวกเขาแกร่งพอที่จะกลับมาได้อย่างน่าชื่นชม ติดตามเรื่องราวของ “7 แข้งไทยเจ็บหนัก แต่กลับมาแกร่ง” ได้ที่นี่

ชญาวัต ศรีนาวงศ์

เบื้องหลังชีวิตของ...พ่อหนุ่มสตั๊ดขาด

“เล่นบอลหรือโดนรถ 10 ล้อชนมาเนี่ย?” หมอถามกับ บี-ชญาวัต ศรีนาวงศ์ เด็กน้อยวัย 18 ปี “ไม่ต้องคิดกลับไปเล่นฟุตบอลหรอก เอาให้ไม่พิการก่อนก็พอ” หมอคนเดิมพูดซ้ำ…

ชญาวัต ศรีนาวงศ์ กองหน้าดาวรุ่งอนาคตไกลทีมชาติไทยวัย 18 ปี (ขณะนั้น) ที่เพิ่งกลับมาจากศึกชิงแชมป์เอเชีย ปี 2012 รุ่นอายุไม่กิน 19 ปี รอบคัดเลือก นอนร้องไห้โฮกับอาการบาดเจ็บสุดร้ายแรงของชีวิต แม้เขาจะเคยผ่าเข่ามาครั้งหนึ่งตอนอายุ 15 ปี แต่ครั้งนี้มันแตกต่างกันออกไป…

เหตุการณ์เกิดขึ้นในศึกฟุตบอลกรมพลศึกษา ซึ่งเขาลงเล่นให้กับ รร.กรุงเทพคริสเตียน ซึ่งเจ้าตัวได้ปะทะกับผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้าม ส่งผลให้เขาเอ็นไขว้หน้าขาด, เอ็นเส้นใหญ่ด้านข้างขาด และเส้นประสาทก็ได้ผลกระทบร้ายแรงด้วย

“ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย ชีวิตและอนาคตเรากำลังไปได้ไกล และเราเพิ่งเซ็นสัญญากับเมืองทองฯ และเราก็เพิ่งกลับมาจากการเล่นให้ทีมชาติ” เขาพูดกับตัวเองวันที่ต้องผ่าตัดใหญ่

แต่ชีวิตของ บี-ชญาวัต มีเพียงลูกฟุตบอลเท่านั้น คำพูดของหมอบั่นทอนความฝัน แต่เขาสู้สุดหัวใจ ทันทีที่เขาสามารถเริ่มลงมือกายภาพบำบัดได้ เขาทุ่มเทอย่างหนัก ยามเขาดูเพื่อนรุ่นเดียวกันกำลังไปได้ดีในไทยลีก รวมถึงทีมชาติ เขาก็ยิ่งมุ่งมั่นอยากจะกลับมายืนในจุดเดียวกับเพื่อนร่วมรุ่นอีกครั้ง และใช้เวลาถึง 1 ปีครึ่ง จึงจะได้กลับมาร่วมซ้อม...ความจริงเขาหายหน้าหายตาไป จนใครต่อใครคิดว่าหมอนี่ไม่ได้อยู่ในสารบบลูกหนังไทยแล้วด้วยซ้ำ จนกระทั่ง ปลายปี 2013 เขากลับมาเล่นให้กับนครนายก เอฟซี ทีมในดิวิชั่น 2 ที่มี แอนดรูว์ ออร์ด กุนซืออสเตรเลีย คุมทัพ

“ช่วงนั้น แม้จะกลับมาซ้อมได้ทุกอย่างแล้ว แต่มันก็ยังมีความรู้สึกและอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ้าง มันก็อาจทำให้ผมซ้อมได้ไม่เต็มที่ และโค้ช (แอนดรูว์ ออร์ด) บางครั้งก็ไม่ใส่ชื่อผมลงบนม้านั่งสำรองด้วยซ้ำ ตอนนั้นผมก็คิดน้อยใจมากๆ”

ชญาวัต ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขายังคงมุ่งมั่น ปีต่อมาเขาได้ไปเล่นให้กับ บางกอก เอฟซี ก่อนทำผลงานได้ดีกว่าเดิม แม้ไม่ยิงระเบิด แต่ก็มากพอที่จะทำให้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เห็นอะไรบางอย่างในตัวเด็กน้อยผู้ต่อสู้กับโชคชะตาอาการบาดเจ็บคนนี้ เขาได้รับโอกาสติดทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อต้นปี 2015 ตลอดจนได้ร่วมการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้ายที่กาตาร์ ด้วย (ก่อนวิ่งๆแล้วสตั๊ดขาด ฮา)

“ที่ผ่านมา ผมเสียดายโอกาสเกือบ 2 ปีที่เจ็บไป ทำให้ผมต้องเริ่มต้นใหม่ทุกอย่าง แต่ผมก็ไม่ท้อ”

“ผมเซอร์ไพรส์เหมือนกันที่โค้ช (ซิโก้) เรียกผมติดทีมชาติอีกครั้ง อารมณ์ความรู้สึกมันเหมือนคนเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆเลยแหละ”

บางทีถ้า ชญาวัต ศรีนาวงศ์ ไม่ได้บาดเจ็บหนักจนหายหน้าหายตาไปนานขนาดนี้… เขาอาจจะเก่ง และโด่งดังไม่แพ้แข้งดังในรุ่นราคราเดียวกันก็ได้

แต่แค่นี้ก็ถือว่ากลับมาแกร่งได้มากพอแล้ว…โดยเฉพาะหัวจิตหัวใจของเขา

Pages