Analysis

เจอกันทีไรไฟแล่บ : 7 สุดยอดคู่อริในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ใครก็อยากดู

บนเส้นทางการต่อสู้อันยาวนานในเวทีใหญ่ที่สุดของยุโรป นำมาสู่มหากาพย์แห่งลูกหนังยุคใหม่ เหมือนอย่างที่ บาร์เซโลน่า และ เชลซี เปิดศึกรอบใหม่ในปี 2018 ไมเคิ่ล โยคิน คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟร์ทู สืบเสาะความเป็นอริระหว่างสโมสรต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นเพราะแชมเปี้ยนส์ ลีก

We are part of The Trust Project What is it?

1. บาร์เซโลน่า vs เชลซี

ดูเหมือนนี่เป็นคู่ต่อกรที่เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมแบบสุดๆ ระหว่างสโมสรที่มาจากคนละประเทศ ซึ่งพัฒนากลายเป็นหนึ่งในเกมแห่งศักดิ์ศรีตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในปี 2005 เมื่อ "สิงห์บลูส์" เอาชนะ บาร์ซ่า ในเกมสุดดราม่า รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยักษ์ใหญ่จากกาตาลุนย่าแซงชนะ 2-1 ที่คัมป์ นู ในนัดแรก และทวงประตูคืนด้วยผลงานอันน่าประทับใจ หลังตามถึง 0-3 อย่างรวดเร็วในแมตช์ชี้ะตาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ศิลปินลูกหนัง โรนัลดินโญ่ เป็นที่จดจำหลังสังหารหนึ่งในสุดยอดประตูแห่งแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่แล้ว พวกเขากลับไม่ได้อะไรเลย เมื่อ จอห์น เทอร์รี่ สอดขึ้นมาทำประตูชัยท้ายเกม ทำให้เชลซีชนะ 4-2 ในฤดูกาลแรกของ โชเซ่ มูรินโญ่

ปีถัดมา บาร์เซโลน่าทวงคืนในรอบเดียวกัน ด้วยชัยชนะ 2-1 ถึงกรุงลอนดอน ซึ่งไม่เพียงแต่มีการทำเข้าประตูตัวเองถึง 2 ลูก แต่มันยังมีข้อถกเถียงอันวุ่นวายสำหรับกรณีที่ อาเซียร์ เดล ออร์โน่ ทำฟาวล์ใส่ ลิโอเนล เมสซี่ ทั้งสองทีมกลายเป็นศัตรู แต่ใครจะคิดว่า ความเป็นอริดังกล่าวจะบานปลาย และทวีความรุนแรงกว่าเดิมในปี 2009

บาร์เซโลน่ากลายเป็นทีมขวัญใจของทุกคนในช่วงเวลาดังกล่าว ด้วยฟุตบอลอันมหัศจรรย์ในฤดูกาลแรกที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามารับตำแหน่ง แต่เชลซีภายใต้การคุมทัพของ กุส ฮิดดิ้งค์ เก็บคลีนชีตด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์ที่คัมป์ นู ในรอบตัดเชือก นัดแรก จากนั้น พวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำในเกมชี้ชะตาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ จากลูกยิงสุดสวยจากปลายเกือก ไมเคิ่ล เอสเซียง

จากนั้น "สิงห์บลูส์" โดนปฏิเสธจุดโทษถึง 4 ครั้ง (ซึ่งมีความเหมาะสมในคำตัดสินแตกต่างกัน) ด้วยลมปากของผู้ตัดสินชาวนอร์วีเจี้ยน ทอม เฮนนิ่ง โอเฟรโบ จากนั้น ขณะเกมเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อันเดรส อีเนียสต้า สับไกตีเสมอ และทำให้หัวใจของชาวลอนดอนแหลกสลายในพริบตา

ตอนนี้ มันถึงเวลาแล้วที่เชลซีต้องชำระแค้น และพวกเขาต้องรอคอยถึง 3 ปีหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ในฤดูกาลอำลาของกวาร์ดิโอล่ากับบาร์เซโลน่าในรายการเดียวกันนี้ เชลซีเป็นม้านอกสายตาอย่างแท้จริง และแม้คว้าชัยในนัดแรกด้วยสกอร์ 1-0 แต่นั่นมาจากความยืดหยุ่นและระเบียบวินัยในเกมรับภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ที่แน่นหนาเป็นพิเศษ

บาร์เซโลน่าขึ้นนำ 2-0 และเทอร์รี่โดนไล่ออก แต่รามิเรสทำประตูที่สำคัญที่สุดในอาชีพค้าแข้ง จากลูกยิงช่วงท้ายครึ่งแรก เมสซี่พลาดจุดโทษ จากนั้น เฟร์นานโด ตอร์เรส ยังจองล้างจองผลาญบาร์ซ่าเหมือนกับสมัยที่อยู่กับแอต.มาดริด ช่วยให้ "สิงห์บลูส์" คว้าตั๋วรอบชิงชนะเลิศสำเร็จ ซึ่งที่สุดแล้ว โรมัน อบราโมวิช เติมเต็มความฝันของตัวเองในสถานการณ์ที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้สุดๆ

มันเป็นเรื่องค่อนข้างโชคร้ายสำหรับบาร์ซ่า ที่ไม่เคยจับสลากพบเชลซีในยุค MSN แต่ตอนนี้ 6 ปีผ่านไป พวกเขาโคจรมาพบกับศัตรูแห่งเมืองผู้ดีอีกครั้ง และเป็นที่คาดการณ์ว่า มันจะเต็มไปด้วยความรุนแรงเหมือนเช่นที่ผ่านมา

2. ลิเวอร์พูล vs เชลซี

เชลซี และ ลิเวอร์พูล ไม่เคยเป็นศัตรูกันอย่างจริงจังในพรีเมียร์ลีก ก่อนการพบกันในเวทียุโรปซึ่งเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของทั้งสองทีมไปตลอดกาล ความจริงแล้ว "หงส์แดง" กลายเป็นตัวแสบในการดับฝันของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในการคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกกับ "สิงห์บลูส์" และ ราฟา เบนิเตซ ย่อมรู้สึกภูมิใจกับมันเป็นพิเศษ

ทุกอย่างเริ่มขึ้นตอนที่เขาเขี่ยเชลซีร่วงในรอบรองชนะเลิศ ปี 2005 เมื่อ หลุยส์ การ์เซีย ยิงประตูเดียวในเกมซึ่งบางทีมันอาจไม่ข้ามเส้นเสียด้วยซ้ำ จากนั้น 2 ปีต่อมา คู่นี้กลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบเดียวกัน และทีมที่เป็นเจ้าบ้านต่างชนะด้วยสกอร์ 1-0 เหมือนกัน ก่อนลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะจากการดวลจุดโทษ

ชะตาชีวิตเปลี่ยนไป หลังเดอะ สเปเชี่ยล วัน ถูกไล่ออก อัฟราม แกรนท์ หนุ่มใหญ่ซึ่งมักมีความสุขกับโชคลาภ กุมความได้เปรียบจากการทำประตูตัวเองช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ปี 2008 และเฉือนลิเวอร์พูลในช่วงต่อเวลาพิเศษยกสองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมทำลายคำสาปสำเร็จ

ปีต่อมา คู่นี้ดวลกันใน 2 เกมที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เชลซีเป็นฝ่ายชนะ 3-1 ที่แอนฟิลด์ ด้วย 2 ประตูจาก บรานิสลาฟ อิวาโนวิช และลิเวอร์พูลเกือบคัมแบ็กอย่างสุดมหัศจรรย์ จากผลเสมอ 4-4 ที่กรุงลอนดอน มันเป็นความน่าอับอายที่คู่นี้ไม่เจอกันอีกเลยในเวทียุโรป นับตั้งแต่การจากไปของเบนิเตซ แต่มันอาจเกิดขึ้นได้อีกครั้งในวันข้างหน้า

3. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ยูเวนตุส

นับตั้งแต่ปี 2003 โลกลูกหนังต้องรอคอยการพบกันของ แมนฯ ยูไนเต็ด และยูเวนตุสอีกครั้ง เพราะการต่อสู้ระหว่าง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ มาร์เซลโล่ ลิปปี้ ในยุค 90 นั้นเต็มไปด้วยความระทึกขวัญ ในปี 1996 "ม้าลาย" เอาชนะแบบไปกลับในรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งสองทีมต่างเก็บ 3 แต้มในฐานะเจ้าบ้านเมื่อเจอกันในปีถัดมา แต่มันไม่ใช่เกมที่เข้มข้นนัก เนื่องจากทั้งคู่ต่างควงกันผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์เรียบร้อยแล้ว

เกมที่สำคัญที่สุด และบางทีมันอาจเป็นผลการแข่งขันที่กระฉ่อนสุดในประวัติศาสตร์ของ "ปีศาจแดง" ในรอบรองชนะเลิศ ปี 1999 ยูเวนตุสเป็นเต็งจ๋า หลังเสมอ 1-1 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แม้ ไรอัน กิ๊กส์ ทำประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บก็ตาม เกมนัดที่สอง ปิ๊ปโป้ อินซากี้ทำ 2 ประตูตั้งแต่ 11 นาทีแรกที่สตาดิโอ เดลเล่ อัลปิ บางที มันอาจเป็นการออกนำที่เร็วเกินไปสำหรับยักษ์ใหญ่จากแดนมะกะโรนี เพราะพวกเขาเสียสมาธิและปล่อยให้คู่แข่งโกงความตายได้อย่างสุดเหลือเชื่อ รอย คีน, ดไวท์ ยอร์ค และ แอนดี้ โคล ทำประตูให้ทีมแซงชนะ 3-2 และท้ายที่สุดแล้ว ยูไนเต็ดคว้าถ้วยสำเร็จในสถานการณ์อันสุดดราม่าอย่างที่เราทราบกันดี

ยูเวนตุสยังรอคอยการชำระแค้น เพราะพวกเขาแพ้ทั้ง 2 เกมที่เจอกันในรอบแบ่งกลุ่ม รอบสอง ฤดูกาล 2002/03 (แม้ว่า ยูเว่ สามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศสำเร็จในซีซั่นดังกล่าวก็ตาม) เรากำลังรอคอยการดวลกันอีกครั้งของอริคู่นี้