เจมส์ หว่อง : ตำนานมาเลย์ที่กลายเป็นหนุ่มโรงงานสมัยค้าแข้งแดนออสซี่

“คารวะ คิง เจมส์”​ นั่นคือพาดหัวของหนังสือพิมพ์ เดอะ สตาร์ ประจำวันที่ 7 เมษายน 1980 มันไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพาดหัวแบบนี้ แต่ว่ามันไม่เคยเป็นพาดหัวของฉบับเช้าวันจันทร์มาก่อน​ หลัง เจมส์ หว่อง ยิงประตูให้ทีมเอาชนะ เกาหลีใต้ – ใช่, เกาหลีใต้ และส่ง มาเลเซีย ไปเล่นในศึกโอลิมปิกส์ปี 1980

แต่ว่าปัญหาเรื่องการเมือง ทำให้เขาไม่ได้ไปเล่น โอลิมปิก ที่ มอสโก เนื่องจาก มาเลเซีย ได้ร่วมมือกับ สหรัฐอเมริกา บอยค็อตต์การกระทำของ โซเวียต ที่ไปรุกราน อัฟกานิสถาน ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้า ตำนานของ ซาบาห์ และ อาเซียน เลยไม่ได้ไปวาดลวดลายในรายการนั้น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เขาได้ไปเล่นที่ ออสเตรเลีย ในฐานะนักเตะของ ซิดนีย์ ฮากัวห์ ในปี 1974

“ตอนที่ผมอยู่ที่นั่น , สิ่งแรกที่ผมได้รับแจ้งก็คือ “เราจะเรียกนายว่า เจมส์ ไวท์”

“ผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังมาก่อน. คุณคือที่แรก” หว่อง กล่าวกับ โฟร์โฟร์ทู หลังจากที่เตรียมเล่าถึงเรื่องราวของเขาในประเทศ​ ออสเตรเลีย ที่ผ่านมาแล้ว 4 ทศวรรษ ที่เขาเป็นความภูมิใจของ ซาบาห์ , มาเลเซีย และ อาเซียน ที่ได้ไปที่ ซิดนีย์ ฮากัวห์ , รายละเอียดในช่วงเวลานั้นของเขาเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก ซึ่งเขาบอกว่า ส่วนหนึ่งเพราะว่าตอนนั้นเขาไม่ใช่ เจมส์ หว่อง

“ตอนที่ผมอยู่ที่นั่น , สิ่งแรกที่ผมได้รับแจ้งก็คือ “เราจะเรียกนายว่า เจมส์ ไวท์” นั่นเป็นการเริ่มต้นที่น่าสับสนมากทีเดียวกับนักเตะหนุ่ม “ผมตอบกลับไปว่า “โอ้ ได้เลย”

ตอนนั้นมันสร้างความสับสนพอสมควรกับชื่อที่ถูกต้องของเขา เพราะว่าสื่อบ้านเกิดของเขา เรียกชื่อที่ถูกต้อง แต่ว่าสื่อของ ออสเตรเลีย นั้นจะเรียกเขาอีกชื่อ เพื่อให้ง่ายต่อการออกเสียงของชาว ออสเตรเลีย “การลงทะเบียนผมในชื่อ หว่อง มันกลายเป็นเรื่องยากด้วย เพราะว่าผมจะโดนถามหาเรื่อง วีซ่า ซึ่งมันจะค่อนข้างซับซ้อน พวกเขาเลยสอนผมว่า ถ้าใครถาม นายก็ไปว่านายชื่อ เจมส์ ไวท์”

“ตอนนั้นผมไม่มีทั้ง ผู้จัดการ หรือว่า เอเย่นต์ ตอนนั้นมีแค่ผมเท่านั้น ซี่งผมต้องอยู่กับมันให้ได้”

มีไม่กี่คนที่รู้ว่าผมเคยไปเล่นที่ออสเตรเลีย นอกจากผมมีแค่ มีแค่เจ้าหน้าที่ในสมาคมฟุตบอลของ ซาบาห์ เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

จุดเริ่มต้นมันมาจาก เดฟ แม็คลาเรน เขาเกิดที่สก็อตแลนด์ และเป็นอดีตผู้รักษาประตูของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส , เลสเตอร์ ซิตี้ และ เซาธ์แฮมป์ตัน ในช่วงยุคทศวรรษ 50 และ 60 ก่อนที่จะเดินทางมาที่ปีนัง โดยเขาช่วยให้ แพนเธอร์ส ประสบความสำเร็จในรายการ มาลายา คัพ

ในฐานะโค้ช เขาได้ไปทำงานที่ อังกฤษ กับ วูล์ฟส์ และได้มีโอกาสติดต่อกับ หว่อง เมื่อปี 1972 โดยเจ้าตัวชักชวนให้ หว่อง ให้ลองออกไปเล่นต่างแดน “ตอนนั้น เดฟ อยู่ที่ เคเค (โคตา คินาบาลู , ซึ่งเป็นเมื่องหล่วงของรัฐ ซาบาห์ บ้านเกิดของ หว่อง) เพื่อมาอบรมโค้ช จากนั้นเขาชวนผมไป วูล์ฟแฮมป์ตัน เขาไปพบกับพ่อแม่ของผม เพื่อขออนุญาตพาผมไปที่อังกฤษ ซึ่งตอนนั้นผมยังเด็กมาก”

แม็คลาเรนสมัยเฝ้าเสาให้วูล์ฟส์ เขาจากไปเมื่อปีก่อน ภาพ: Southampton FC

“แรกเริ่มเลย เขาไปที่ ซิดนีย์ และก็ได้งานที่นั่น นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น เขาชวนผมให้ไปที่ ซิดนีย์ เขาบอกว่ามันเป็นการเตรียมตัวที่ดีก่อนจะไปอังกฤษ ซึ่งผมก็ตอบตกลง มีไม่กี่คนที่รู้ว่าผมเคยไปเล่นที่นั่น นอกจากผมมีแค่ มีแค่เจ้าหน้าที่ในสมาคมฟุตบอลของ ซาบาห์ เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ เพราะว่าผมบอกกับพวกเขาว่าผมอยากจะลองไปที่นั่น”

ผมไม่ได้ค่าจ้างที่เหมาะสม และถ้าผมไม่ได้อย่างที่ต้องการ ผมจะกลับบ้าน

มันใช้เวลาพอสมควรกว่าที่ข้อเสนอทุกอย่างจะเรียบร้อย และ หว่องก็ได้เดินทางไปที่ ออสเตรเลีย เมื่อปี 1974 และก็ยิงได้ 6 ประตู ในการทดสอบฝีเท้าสองเกม การเล่นในสนามนั้นกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับเขา แต่ว่าต่อจากนั้นมันก็หนักขึ้น

“ผมทำงานในช่วงกลางวันซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไหร่ ผมทำงานที่โรงงานผลิตเนื้อ หลังจากที่ซ้อมเสร็จ ผมจะไปที่นั่น”

การมาที่นี่ทำให้เขารู้สึกถึงผลลัพธ์จากการทำงานหนัก “ผมซ้อมหนักมาก ผมได้เล่นให้กับทีมชุดใหญ่ และมาตรฐานฟุตบอลที่นี่มันสูงมาก ผมไม่ได้อยากจะเทียบกับที่ มาเลเซีย หรอกนะ แต่ว่าที่นี่มีนักเตะจากหลากหลายชาติ ทั้ง ฮังการี , และทุก ๆ ที่ รวมทั้งยังมีโค้ชที่ดีด้วย”

“ผมเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ มาตรฐานที่นั่นสูงมาก แต่ผมก็ไม่ได้มีความสุขมากหรอก เราได้ค่าจ้างรายสัปดาห์ก็จริง แต่ว่าผมได้น้อยกว่าคนอื่น. ผมเคยคุยกับ เพื่อนร่วมทีมเป็นกองกลางชาว ออสเตรเลีย คนหนึ่ง เขาถามผมว่าผมจะได้ต่อสัญญามั้ย ซึ่งผมตอบไปว่า คงจะไม่ได้ (ตอนนั้นเขามีสัญญา 12 เดือนและมีออพชั่นเซ็นเพิ่ม) ซึ่งมันก็ทำให้ผมเสียอะไรไปเยอะถ้ามันเกิดขึ้น”

เมื่อมันไม่ชัดเจน เขาเข้าไปพบกับ แม็คลาเรน เพื่อขอคำตอบ

เกมรอบคัดเลือกคราวนั้นถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายในปีก่อน

“ผมคุยกับ เดวิด และถามว่าทำผมต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เขาตอบกลับมาว่า “บางทีหลังจากปีนี้ ผมจะได้ต่อสัญญา”​

"สิ่งสำคัญคือผมต้องการสัญญาที่เหมาะสมแบบนักเตะคนอื่น ผมแค่รู้สึกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นได้เงินมากกว่าผม ผมเองก็เล่นได้ดี และดีกว่าพวกนั้นด้วย แต่ผมไม่ได้ค่าจ้างที่เหมาะสม และถ้าผมไม่ได้อย่างที่ต้องการ ผมจะกลับบ้าน”

หว่อง จำไม่ได้ชัดเจนว่าเขาลงเล่นที่ ออสเตรเลีย ไปกี่เกม แต่เขาบอกว่า มันก็ไม่ได้มากมายนัก แต่ว่าเขาก็มีความสุขกับประสบการณ์ที่ได้รับ “ผมชอบ ซิดนีย์ และ ออสเตรเลีย ผมมีช่วงเวลาที่ดี มันอาจจะไม่ได้มีความสุขมากนักกับการเล่นฟุตบอล ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องมาตรฐานของที่นั่น แต่ผมได้เติบโตขึ้นมาก ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ”

“มันทำให้ผมเป็นผู้เล่นทีดีขึ้น และเป็นคนที่ดีขึ้น แต่ผมไม่มั่นใจว่าผมเก็บเกี่ยวสิ่งดี ๆ จากที่นั่นมามากพอหรือเปล่ากับการซ้อมและฟุตบอลที่นั่น ซึ่งมันแตกต่างจากที่ผมเคยเจอมา”

มันคือหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่เขาเสียใจ “อย่างน้อย ผมก็เคยได้ลองไปเล่นที่ ออสเตรเลีย แต่ผมหวังมาตลอดว่า ผมจะได้ไปที่อังกฤษ แม้สุดท้ายมันจะไม่เกิดขึ้น แต่ผมก็ยังมีเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลที่ดีเช่นเดียวกัน”

Main image: Obses Bola