เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ : ตัวเลือกที่ฉีกแนวของทีมชาติอังกฤษ

เราอาจจะได้อ่านบทวิเคราะห์สำหรับ แซม อัลลาร์ไดซ์ และ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ไปแล้ว ในวันนี้ก็ถึงตาของ สตีฟ เดวิส คอลัมนิสต์ของเราอีกรายที่ขอส่งชื่อ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ เข้าประกวดด้วยอีกราย

หากใช้กุนซือสไตล์เดิมๆ เข้ามาทำทีม แล้วมันไม่ประสบความสำเร็จเสียที มันก็คงถึงเวลาที่จะต้องลองเสี่ยงอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง

ถ้าหากคุณต้องการสไตล์การเล่นใหม่ๆ ที่ต่างไปจากที่ผ่านมา ชายคนนี้ก็คงจะเป็นกุนซือที่ตอบโจทย์ของคุณได้ดีที่สุด “เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์”

จอมผ่าตัดทีม

คุณอาจจะจำภาพของชายคนนี้ได้ในสีเสื้อของทีมท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ทว่าจากวันนั้นจนวันนี้ คลินซ์มันน์ไม่ได้เป็นคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาเป็นชายที่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงจากสิ่งเดิมหรือแนวทางเดิมๆ ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้เขาเหมาะกับการคุมทีมชาติเป็นอย่างมาก

ถึงคุณจะนึกภาพของเขาในถิ่นลอนดอนเหนือไม่ออก แต่คุณจะต้องนึกภาพความสำเร็จของเขาในประเทศเยอรมันได้อย่างแน่นอน เพราะเขาคือชายที่พาทีมอินทรีเหล็กคว้าอันดับ 3 ในศึกฟุตบอลโลกปี 2006

คลินซ์มันน์เข้ามารับงานคุมทีมชาติเยอรมันในปี 2004 ซึ่งในตอนนี้นไม่มีกุนซือคนไหนต้องการงานนี้เลย คลินซ์มันน์ได้เข้ามารื้อระบบเก่าๆ ของทีมทั้งหมด ก่อนจะนำเข้าทีมงานใหม่ๆ รวมถึงเรียกนักเตะหน้าใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับทีมด้วย นอกจากนั้นยังพยายามปลูกฝังแนวทางการเล่นฟุตบอลสมัยใหม่ให้กับเยอรมันที่แต่เดิมนั้น เน้นการใช้พละกำลัง เข้าหนัก และเล่นรูปแบบเดิมๆ ราวกับเป็นหุ่นยนต์ เขาได้ปรับให้ทีมชาติเยอรมันเน้นการใช้พละกำลังน้อยลง และใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทีมให้มากขึ้น

ในเชิงแทคติกนั้น เจ้าตัวก็ได้ปรับทัพเยอรมันให้เน้นเกมรุกมากขึ้นจากเดิมที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวแน่น ซึ่งกว่าที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ คลิ้นส์มันน์ได้จ้างนักวิทยาศาสตร์การกีฬา, นักสร้างแรงจูงใจ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหาร เข้ามาเป็นตัวช่วย นอกจากนั้น ยังมีโค้ชฟิตเนสชาวอเมริกาที่เข้ามาดูแลเรื่องการเล่นฟิตเนสของนักเตะอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นงานช้างสำหรับกุนซือฉลามขาวรายนี้ก็ได้ ในการที่จะแปลงโฉมทัพอินทรีเหล็กใหม่

Jurgen Klinsmann

คลิ้นส์มันน์และเพื่อนร่วมงานของเขา : อันเดรส ค็อปเค่, โยอาคิม เลิฟ และ โอลิเวอร์ เบียร์ฮอฟฟ์

กล้าเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น

คลินซ์มันน์เข้ามารับงานคุมทีมชาติเยอรมันในปี 2004 ซึ่งในตอนนี้นไม่มีกุนซือคนไหนต้องการงานนี้เลย คลินซ์มันน์ได้เข้ามารื้อระบบเก่าๆ ของทีมทั้งหมด

สิ่งนี้เขาทำนั้นส่งผลดีอย่างมากกับทีมเยอรมัน ดีกว่าทีมชาติสหรัฐฯ ที่เจ้าตัวก็พยายามจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทีมแดนมะกันอยู่เช่นกัน ซึ่งหากพูดกับตามความเป็นจริงนั้น ต้องยอมรับว่าทีมชาติอังกฤษดูจะคล้ายๆ กับทีมชาติเยอรมันมากกว่าอเมริกาเสียอีก

สำหรับคลิ้นส์มันน์ในนามกุนซือทีมแดนมะกันนั้น เจ้าตัวจะประจำอยู่ที่ออฟฟิศในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความสามารถของนักเตะอเมริกันโดยเฉพาะ เนื่องจากอเมริกามีทรัพยากรบุคคลมีความเป็นสมืออาชีพจำนวนมาก แถมนักเตะอเมริกันนั้นมีความขยันอยู่ในตัวอยู่แล้ว ทำให้สิ่งที่คลิ้นส์มันน์ต้องการมีเพียง คนที่มีหัวใจรักในกีฬาชนิดนี้ สามารถทุ่มเทเต็มร้อยเพื่อฟุตบอล และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองตลอด

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งสิ่งที่ดูเหมือนว่าจะขาดหายไปสำหรับวงกรลูกหนังลุงแซมก็คือความกระหายของแฟนๆ ที่ต้องการให้ทีมชาติของพวกเขาประสบความสำเร็จให้ได้

Jurgen Klinsmann

คลิ้นส์มันน์โบกมือให้กับแฟนบอลหลังสร้างเซอร์ไพรส์ในฟุตบอลโลก 2006

ซึ่งเขาจะหาสิ่งนี้ได้จากทีมชาติอังกฤษอย่างแน่นอน เนื่องจากแฟนบอลผู้ดีเข้าขั้น “คลั่งไคล้” กีฬาฟุตบอลเลยก็ว่าได้

ต้องการตัวช่วย

อย่างไรก็ตามปัญหาอย่างหนึ่งของคลิ้นส์มันน์ก็คือ เขาต้องหาผู้ช่วยมือขวาสักคนที่เชี่ยวชาญด้านแทคติก และเข้าใจในเกมฟุตบอลสมัยใหม่ รวมถึงการแก้เกมต่างๆ ในยามที่ทีมอยู่ในสถานการณ์คับขัน

ด้วยเหตุนี้ มันไม่ได้แปลว่าคลิ้นส์มันน์เป็นกุนซือที่ไม่เก่งแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องยอมรับว่ากุนซือฉลามขาวรายนี้เชี่ยวชาญทางด้านการดูแลภาพรวมมากกว่ามาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยเหล่านี้

ทางที่ดี สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หากจะจ้างคลิ้นส์มันน์ ก็คงต้องเปิดโอกาสให้เขาหาผู้ช่วยด้วยตัวเอง (นอกจากนี้ คลิ้นส์มันน์น่าจะขอเป็นคนดูแลตั้งแต่อาหารการกิน ที่พัก โปรแกรมอุ่นเครื่อง และทีมงานของเขาทั้งหมด)

อาจจะดูเหมือนว่าคลิ้นส์มันน์เป็นกุนซือที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากสิ่งหนึ่งที่เจ้าตัวถูกวิจารณ์มาโดยตลอดก็คือ การที่เขาจับผู้เล่นไปเล่นในตำแหน่งที่ตัวเองไม่ถนัดบ่อยๆ รวมถึงการจัดตัวของเขายังดูตามใจตัวเองไปหน่อย

ขณะเดียวกัน ก็มีคนที่มองมุมต่างอยู่บ้าง พวกเขาคิดว่าบรรดานักเตะในบัญชีรายชื่อนักเตะทีมชาติเป็นเพียงแค่นักเตะระดับกลางๆ เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น จฟฟ์ คาเมรอน ปราการหลังตัวเก่งของสโต๊ค ซิตี้ ที่เขาอาจจะเป็นกองหลังอันดับต้นๆ ของทีมชาติ แต่แน่นอนว่า คงไม่มีใครกล้าเอาเขาไปเทียบกับกองหลังของยอดทีมอย่างเรอัล มาดริดอย่างแน่นอน ซึ่งทีมของคลิ้นส์มันน์นั้นครึ่งหนึ่งล้วยมาจากลีกในประเทศ ซึ่งเทียบเท่ากับลีกแชมเปี้ยนชิพของอังกฤษก็ว่าได้ ดังนั้น แม้ว่านี้อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องแย่อะไรขนาดนั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าคุณภาพของนักเตะเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ทีมอย่างฝรั่งเศส, เยอรมัน, อาร์เจนติน่า รู้สึกอิจฉาสักเท่าไหร่

แน่นอนว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้นหากเจ้าตัวมาคุมทีมชาติอังกฤษ ดังนั้นมันจึงมีโอกาสไม่น้อยที่กุนซือฉลามขาวรายนี้จะสามารถพาทีมชาติอังกฤษออกจากวงวนเดิมๆ ปลุกปั้นนักเตะที่มีแวว และพาทีมประสบความสำเร็จเสียที

ถ้าคลิ้นส์มันน์ไม่เหมาะ สมาคมฟุตบอลก็คงต้องหันหน้ากลับไปหากุนซือสไตล์เดิมๆ อย่าง แซม อัลลาร์ไดซ์, แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์, อลัน พาร์ดิว  หรือใครก็ตามที่ยังคงเล่นฟุตบอลสไตล์เดิมๆ และพาทีมชาติอังกฤษเข้าสู่วังวน 2 ปี เหมือนเดิม ซึ่งอย่างน้อยมันอาจจะทำให้คุณรู้สึกดีแค่ช่วง 2 ปีนั้น