เจอร์ราร์ด คือ คนต่อไป? : 10 แข้งดังชีพจรลงเท้าคุมทีมลีกล่าง

หลังจากที่สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตจอมทัพของลิเวอร์พูล ประกาศอำลาสโมรแอลเอ กาแลคซี ทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวว่ากำลังจะกลับมาเกาะอังกฤษอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นในฐานะกุนซือของสโมสรเอ็มเค ดอนส์ ดังนั้นในวันนี้ เพื่อเป็นการโหมโรง เราขอพาทุกท่านไปรู้จักกับอดีต 10 นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ที่กลับต้องมาเผชิญโชคชะตาการคุมทีมในลีกระดับล่าง

โทนี่ อดัมส์ , วีคอมบ์ 2003

"ผมมีความสุขมากกับปริญญาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาของผมจากมหาวิทยาลัย ตอนนี้มันมาได้ครึ่งทางเเล้ว แต่ผมรู้สึกว่านี่แหละที่เป็นที่ของผม" โทนี่ อดัมส์ เคยกล่าวประโยคนี้ไว้สมัยที่เาย้ายไปอยู่กกับ วีคอมบ์ ในเดือนพฤศจิกายนปี 2003 ซึ่ง อลัน แพร์รี่ ผู้อำนวยการสโมสรเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขา

"เรารู้สึกยอดเยี่ยมไม่ต่างจากตอนที่ มาร์ติน โอนีลล์ เข้ามาคุมทีมของเรา" แพร์รี่ กล่าว แต่ผู้จัดการทีมชาติไอร์แลนด์คนปัจจุบันใช้เวลาไม่นานที่จะตัดสินใจลาทีมไปจากนั้นเขาก็ประสบความสำเร็จในอาชีพการคุมทีมที่เหลือ ขณะที่ อดัมส์ นั้นต้องเจอโชคชะตาเล่นตลก กว่าอดีตกัปตันทีมของ อาร์เซน่อล จะรู้ตัวเขาก็ตกชั้นไปอยู่ลีกทูเสียเเล้ว

ว่ากันว่า อดัมส์ ต้องเจอกับงานที่ยากลำบากเพราะเขาได้รับงบประมาณที่จำกัดจำเขี่ยสำหรับการทำทีมเล็กๆทีมนี้ "เช้าวันหนึ่งผมเสียผู้เล่นไปเพราะประธานสโมสรปฎิเสธที่จะจ่ายเงินจำแน่แค่ 90 ปอนด์" นั่นอาจพอเป็นเหตุเป็นผลที่ทำให้ อดัมส์ ตัดสินใจออกไปคุมทีมอื่นๆอย่าง พอร์ทสมัธ และ กาบาล่า อย่างไรก็ตามเขาไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก

บ็อบบี้ มัวร์ , เซาธ์เอนด์ ยูไนเต็ด , ปี 1984

บ็อบบี้ มัวร์ ตัดสินใจหันมาทำงานด้านบริหารและโค้ชทันทีหลังจากที่เขาแขวนสตั๊ด และถ้าหากกัปตันทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลกคิดจะเริ่มสร้างดีกรีกับ เซาธ์เอนด์ เพื่อเปิดทางสู่เส้นทางวงการผู้จัดการทีมของทีมไหนๆก็ได้เขาคงต้องผิดหวังแน่ ... มัวร์ ถูก เซาธ์เอนด์ แต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารระดับสูงของสโมสรในปี 1984 และเพียงหนึ่งเดือนหลังจากนั้นเขาก็ได้รับบทบาทใหม่ด้วยการเป็นกุนซือของทีม 2 ปีกับเซาธ์เอนด์ มัวร์ พาทีมตกชั้นไปไกลถึงดิวิชนั่น 4 เลยทีเดียว "ผมไม่รู้จริงว่าอนาคตมีอะไรรออยู่" เขากล่าวเช่นนั้นในวันสุดท้ายที่เขาแยกทางกับเซาธ์เอนด์ และนั่นเป็นงานคุมทีมครั้งสุดท้ายของเขาด้วย

ปีเตอร์ ชิลตัน , พลีมัธ , 1992

นายทวารทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลกอย่าง ชิลตัน ยังลงเล่นต่อไปแม้เอายุของเขาจะเข้าสู่เลข 4 เเล้วก็ตาม เขาย้ายไปอยู่กับ พลีมัธ ด้วยตำแหน่งผู้เล่นผู้จัดการทีม "ผมเห็นความท้าทายครั้งใหญ่ในงานนี้" นี่คือสิ่งที่เขาให้สัมภาษณ์ในเดือน มีนาคม ปี 1992 .. ดูเหมือนมันอาจจะท้าทายเกินไปเมื่อผลงานของ พลีมัธ ก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอันจน "เดอะ พิลกริมส์" ตกชั้นสู่ดิวิชั่น 2 ในช่วงเวลาแค่ 2 เดือนหลังจากนั้น และสายสัมพันธ์ระหว่าง ชิลตัน กับ เเดน แม็คคอลี่ย์ ประธานสโมสรก็เข้าขันหายนะชนิดที่ว่าผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ สุดท้ายชิลตันก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวประกาศลาออกจากทีมและหลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยคุมทีมไหนอีกเลย

บ็อบบี้ ชาร์ลตัน , เปรสตัน นอร์ธเอนด์

"ผมชื่นชมและให้ความเคารพเปรสตันเสมอและผมคิดว่าสโมสรแห่งที่มีความทะเยอทะยานที่สามารถทำฝันให้เป็นจริงได้" ชาร์ลตัน กล่าวคำนี้ในเดือนพฤษภาคมคมปี1973  แต่หลังจากที่ เปรสตัน ตกชั้นสู่ ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาลแรกที่เขาเข้ามาคุมทีม ตำนานทีมชาติอังกฤษก็ไม่อาจหลบซ่อนความผิดครั้งนี้ได้ เขาตัดสินใจสวมสตั๊ดและกลับมาลงเล่นอีกครั้งเพื่อแสดงให้เห็นว่าศิลปะการยิงประตูมันเป็นเช่นไร ทว่าโชคไม่ค่อยดีนักเขาต้องรอประตูแรกที่ยิงได้เป็นเวลาถึง 1 ปี ในเกมที่พบกับ วอลซอลล์ ในปี 1974 ซึ่งประตูดังกล่าวก็เป็นไฮไลต์เดียวที่น่าจดจำของเขากับ เปรสตัน จากนั้นเขาก็ลาออกในซัมเมอร์ปี 1975 และไม่เคยกลับมายุ่งเกี่ยวกับวงการกุนซืออีกเลย  

ทอมมี่ ลอว์ตัน , เบรนท์ฟอร์ด

ในฐานะยอดดาวยิงของสโมสร แม้เจ้าชาย ลอว์ตัน ถูกเชิดชูบูชาไว้สูงมาก และนั่นทำให้ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจยากอะไรเลยสำหรับการลองให้โอกาสเขาคุมทีมดู ... ลอว์ตัน ตัดสินใจย้ายจากเชลซีเพื่อไปอยู่กับทีมในดิวิชั่น 3 อย่าง น็อตส์ เคาน์ตี้ ในปี 1974 ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดสำหรับยอดดาวยิงอย่างเขา ลอว์ตัน ยังคงยิงกระจายจนได้รับความสนใจมากมายจากหลายๆสโมสร ทว่าปลายทางของเขากลับไม่ใช่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือ ไฮบิวรี่ แต่กลับเป็น กริฟฟิ่น พาร์ค สนามเล็กๆของทีม เบรนท์ฟอร์ด เขายังคงเป็นขวัญใจของแฟนบอลเชนเคยก่อนที่เขาจะได้มีโอกาสรับบาทเป็นผู้เล่นผู้จัดการทีมในปี 1953 แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ราบรื่นอย่างที่เขาคิด "เขาถูกโห่ใส่เป็นครั้งแรกในชีวิต เขาถูกด่าสาบแช่งต่างๆนามากมาย จากนั้นเขาก็ต้องประกาศลาออกในที่สุด" อิวาน พอนติ้ง เขียนเรื่องนี้ลงในชีวประวัติของโลว์ตันในปี 1996

เคอร์รี่ ดิกซั่น , ดอนคาสเตอร์

แซมมี่ ชุง กุนซือคนเก่าของ ดอนคาสเตอร์ ไม่ทันได้รู้ตัวว่าเขาจะถูกแทนที่ ดิ๊กซั่น ด้วยซ้ำ ชุง เดินทางมายังห้องทำงานของเขาตามปกติก่อนจะริ่มฤดูกาล 1996-1997 และทันทีที่เขาเปิดประตูก็พบว่า ดิ๊กซั่น นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขาเเล้ว  ทว่าหลังจากเริ่มบทบาทกุนซือครั้งใหม่นี้อดีตนักเตะของ เชลซี และ ทีมชาติอังกฤษต้องเจอกับฝันร้ายเขามีโอกาสได้คุมทีมเพียง 3 นัดเท่านั้นและหลังจากเกมที่โดน น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ ถล่มไป 8-0 ในเกมลีกคัพ นั่นทำให้เขาถูกไล่ออก แต่มีการยืนยันว่าการเลือกนักเตะลงสนามในเกมนั้นไม่ได้มาจากความคิดของเขา แต่มาจากประธาน เคน ริชาร์ดสัน ที่แทรกแซงการทำงานของเขา

เอียน รัช  , เชสเตอร์ ซิตี้

มาร์ค ลอว์เรนสัน อดีตเพื่อนร่วมทีมของ รัช ได้ตั้งข้อสังสัยว่าในความสามารถในการคุมทีมของเพชรฆาตหน้าหนวดตั้งแต่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจรับงานกับ เชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยซ้ำ หลังจากโดนว่าเช่นนั้น รัช ก็ตอกกลับเพื่อนเก่าว่า "สิ่งที่เขาทำเป็นการดูถูกไม่ใช่เพียงแค่ผมคนเดียวเท่านั้น มันหมายถึง เชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย ผมรู้ว่ามีคนเก่งๆหลายคนที่อยากได้งานนี้ก่อนที่พวกเขาจะแต่งตั้งผม" อย่างไรก็ตามเรื่องราวหลังจากนี้คืออาชีพนักวิจารณ์ของ ลอว์โร่ พบกับความสะดวกสบายและยืนยาวยิ่งกว่า รัช อยู่เยอะเลยทีเดียว ... รัชชี่ ใช้เวลาคุม เชสเตอร์ ไม่ถึง 1 ปีและนั่นคืองานคุมทีมครั้งเดียวในชีวิตของเขา

สแตนลี่ย์ แม็ทธิว , ปอร์ท เวล

ในฐานะผู้เล่นตำแหน่งปีก แมทธิว เปรียบได้ดั่งพ่อมดแห่งการลากเลื้อยเขาทำมันได้ราวกับมีเวทย์มนต์ แต่หลังจากยุติชีวิตค้าแข้งอันมหัศจรรย์ด้วยวัยเกือบๆ 50 ปี เขาตัดสินใจทำตามความต้องการของเขาด้วยการเริ่มต้นบทบาทใหม่ด้วยการเป็นผู้จัดการทีม เขาตัดสินใจรับสัญญาคุมทีม ปอร์ท เวล 3 ปี ทว่ายังไม่ทันได้เริ่มงานอย่างจริงจังสโมสรก็มีอันต้องถูกปรับตกชั้นเนื่องจากปัญหาด้านการเงิน ซึ่งแมทธิวก็ออกมาเผยว่าเขาไม่เคยได้รับค่าจ้างแม้แต่เเดงเดียว และเขาก็บอกลาการคุมทีมไปเลยนับตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น

คริส ซัตตัน , ลินคอล์น ซิตี้

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นนักเตะอังกฤษที่ค่าตัวเเพงที่สุดในประวัติศาสตร์หลังจากย้ายจาก นอริช ไปอยู่กับ แบล็คเบิร์น ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ ... ซัตตัน คือนักเตะอังกฤษไม่มีคนที่มีคาแร็คเตอร์ที่โดดเด่นแต่มันกลับสวนทางกับงานการคุมทีมของเขา เขาไม่ได้มีรอยยิ้มบ่อยนักสำหรับการคุมทีมในถิ่น ซินซิล แบงค์ ด้วยผลงานที่ไม่โดดเด่นเป็นชิ้นเป็นอันเขาก็ประกาศลาออกในเดือนกันยายนปี 2010 และเป็นอันว่าเขาใช้เวลาเพียง 1 ปีเท่านั้นในการคุมทีม จากนั้นเขาก็ไม่คิดจะคุมทีมไหนอีกเลย

เอ็ดการ์ ดาวิดส์ , บาร์เน็ต

ไม่มีใครคาดคิดว่าอดีตนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์อย่างเขาจะเข้ามาคุมทีมเล็กๆในอังกฤษทีมนี้้ หลังจากที่ บาร์เน็ต ตกชั้นดาวิดส์ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้เล่นผู้จัดการทีมพร้อมรับเสื้อหมายเลข 1 โดย ดาวิดส์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเขาต้องการเป็นผู้เริ่มเทรนด์ใหม่ ทว่ามันก็ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง งานของเขาไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดเลย แต่เรื่องดังกล่าวก็ไม่สามารถโทษเขาได้เพียงคนเดียว ดาวิดส์ ลงเล่นในลีกให้กับ บาร์เน็ต ทั้งหมด 36 เกมและขาดเพียงอีก 3 คะแนนเท่านั้นจะสามรถทำอันดับไปเล่นในรอบเพลย์ออฟได้ก่อนที่เขาจะประกาศลาออกในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ไม่ว่าเขาจะอยากรับงานคุมทีมอีกหรือไม่แต่เชื่อเหลือเกินว่ายังมีอีกหลายคนที่เห็นเขาในบทบาทผู้จัดการทีม