เช็ค 5 ลีกยักษ์ยุโรป : ลีกไหนแข้งต่างชาติเยอะสุด-น้อยสุด

FFT จะพาแฟนๆชาวไทยไปเช็คสถิตินักเตะต่างชาติและแข้งท้องถิ่นของ 5 ลีกใหญ่ทั่วยุโรปกัน…

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เริ่มแรกกันที่ ลีกลูกหนัง ซึ่งคนไทยสนใจกันมากที่สุด แต่กลับมีทีมชาติที่ไม่ประสบความสำเร็จอย่าง อังกฤษ กันก่อน

โดยข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจของทีมงาน FFT UK พบว่า ในฤดูกาลนี้ เหล่าทีมดังในลีกสูงสุดแดนผู้ดีนั้น ใช้งานนักเตะเชื้อชาติตัวเองทั้งหมด 160 คน จากทั้งหมด 500 คนที่ลงทะเบียนกับพรีเมียร์ลีก(คิดจาก 25 รายชื่อที่แต่ละสโมสรส่งให้กับลีก โดยไม่รวมนักเตะเยาวชน) สรุปแล้ว คิดเป็นราวๆ 32 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด

ทีมที่ใช้นักเตะอังกฤษมากที่สุดคือ บอร์นมัธ และ ฮัลล์ ที่ 16 คน ตามด้วย เบิร์นลี่ย์(15 คน), คริสตัล พาเลซ(14 คน), เวสต์บรอมวิช(14 คน) ซึ่งตอนนี้ผลงานของทั้งหมดก็ทำได้เพียงกลางตารางเท่านั้น จะมีก็เพียงแค่ ฮัลล์ ที่เล่นได้ดีใน 3 นัดแรกของซีซั่น ก่อนฟอร์มตกแพ้รวด 5 นัดจนต้องมาลุ้นหนีตกชั้นเต็มตัว แต่เชื่อได้เลยว่า ยังมีอีกหลายทีมในกลุ่มนี้ที่ต้องลงมาหนีตายในเวลาต่อมาแน่นอน

ข้ามมาดูที่ทีมที่ใช้นักเตะอังกฤษน้อยที่สุดกันบ้าง โดย วัตฟอร์ด เป็นทีมที่มีแข้งผู้ดีเพียง 2 คนในทีม นั่นคือ ทรอย ดีนีย์ และ เบน วัตสัน ขณะที่ “จ่าฝูง” อย่าง แมนฯ ซิตี้ มีเพียง 3 คน เช่นเดียวกับทีมดังอย่าง เชลซี ที่มี 4 คน

ที่น่าประหลาดใจก็คือ ทีมที่มีนักเตะติดทีมชาติอังกฤษมากในยูโร 2016 ที่ผ่านมาสุดอย่าง ลิเวอร์พูล กลับมีผู้เล่นชาวผู้ดีที่ลงทะเบียนกับทางลีกไว้แค่ 7 คน นั่นแสดงให้เห็นว่า คุณภาพของแข้งชาวอังกฤษของ “หงส์แดง” น่าจะดีติดอันดับต้นๆของลีกเหมือนกัน

ส่วนผู้เล่นต่างชาตินั้น พรีเมียร์ลีกต้อนรับนักเตะจากต่างแดนมากถึง 340 คน หรือคิดเป็นราวๆ 68 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ามากกว่าเดือนมกราคมที่ผ่านมาราว 2 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และแน่นอนว่า พวกเขาครองตำแหน่งลีกที่ใช้นักเตะต่างชาติมากที่สุดในยุโรป

ทีมที่มีนักเตะต่างชาติมากที่สุด คือ “แตนอะละวาด” ที่ 22 คน โดยที่น่าสนใจคือ วัตฟอร์ด มีผู้เล่นต่างสัญชาติมากที่สุดถึง 19 สัญชาติ แต่กลับกัน เชลซี ที่มีผู้เล่นอังกฤษเพียง 4 คน ทว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” กลับมีผู้เล่นต่างกันเพียง 9 สัญชาติ เนื่องจากส่วนใหญ่นั้นเป็นนักเตะจาก สเปน และ บราซิล

ส่วนสถิติภาพรวมนักเตะต่างชาติทั้งหมดของลีก จะพบว่า สเปน ยังคงครองอันดับ 1 ในเรื่องของความนิยม โดยทัพผู้เล่นจากแดน “กระทิงดุ” มาค้าแข้งในอังกฤษถึง 36 คน ตามด้วย ฝรั่งเศส(26 คน), เบลเยี่ยม และ ไอร์แลนด์ (20 คน เท่ากัน)

ที่น่าติดตาม คือ ปัจจุบันมีนักเตะจากเอเชียทั้งหมด 5 คน โดยแบ่งเป็น เกาหลีใต้ 3 คน ญี่ปุ่น 2 คน ขณะที่ ลูกครึ่ง(ตัวอยู่ทวีป แต่เล่นอีกทวีป) อย่าง ออสเตรเลียมีทั้งหมด 4 คน

ด้วยปริมาณนักเตะต่างชาติที่มากขนาดนี้ ทำให้ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไม อังกฤษ ถึงไม่ค่อยมีโอกาสประสบความสำเร็จในระดับโลกเท่าไร

ลาลีกา สเปน

ทีมจากแดน “กระทิงดุ” มักจะทำผลงานได้ดีในฟุตบอลยุโรป โดยสามปีหลังสุด ตัวแทนจากสเปน คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ได้ตลอด เช่นเดียวกับใน ยูโรป้า ลีก ที่ เซบีญ่า ประกาศศักดาคว้าแชมป์สามปีติดต่อกัน

และที่น่าดีใจก็คือ ลีกของพวกเขามีคุณภาพด้วยผู้เล่นท้องถิ่นเอง โดยจากสถิติพบว่า ทีมในลาลีกา สเปน ใช้ผู้เล่นจากต่างชาติเพียง 43.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

โดยมีเพียง 5 ทีมในลีกที่ใช้บริการแข้งชาวสแปนิชน้อยกว่า 10 จาก 25 คนที่ลงเบียนกับทางลีกไว้ ได้แก่ แอตฯ มาดริด(6 คน), เซบีญ่า(6 คน), กรานาด้า(9 คน), เรอัล มาดริด(9 คน)  และ  “แชมป์เก่า” อย่าง บาร์เซโลน่า(9 คน)

และมีถึงสามทีมที่ใช้ผู้เล่นชาวสเปนไม่ต่ำกว่า 20 คน คือ เออิบาร์(20 คน), เรอัล โซเซียดาด(22 คน) และ แอธเลติก บิลเบา(24 คน)

โดย โซเซียดาด และ บิลเบา ยังคงยึดถือประเพณีเดิมของสโมสรที่ต้องใช้ผู้เล่นเชื้อสายบาสก์ เท่านั้น โดยเฉพาะ บิลเบา ที่ไม่มีแข้งเชื้อสายอื่นเข้ามาแทรกเลย โดยหนึ่งเดียวที่ไม่ได้ถือสัญชาติสเปน แต่มีเชื้อบาสก์ก็คือ กองหลังดาวรุ่งชื่อดังอย่าง ไอเมริค ลาปอร์เต้ นั่นเอง

ขณะที่ทีมอื่นก็ตามๆกันไป ไม่มากไม่น้อยกว่ากันเท่าไร ซึ่งจากสถิติพบว่า แข้งชาวอาร์เจนติน่า จะเป็นที่นิยมมากที่สุด(30 คน) เช่นเดียวกับ บราซิล(27 คน) และ ฝรั่งเศส (25 คน) โดย ญี่ปุ่น เป็นชาติเดียวจาก เอเชีย ที่มีนักเตะค้าแข้งใน ลาลีกา ณ ตอนนี้ (2 คน)

อย่างไรก็ตาม เราคงไม่อาจพูดได้เต็มปากว่า ทีมจากสเปนไปไกลในถ้วยยุโรปได้เพราะแข้งสเปนเอง

เพราะจะสังเกตได้ว่า บิ๊กทรีแห่งลาลีก้า ทั้ง “บาร์ซ่า” “ราชันชุดขาว” และ “ตราหมี” ล้วนแต่มีนักเตะสเปนในระดับที่น้อยกว่าทีมอื่น เช่นเดียวกับ เซบีญ่า ที่ได้แชมป์ยุโรปถ้วยเล็กบ่อยครั้ง ซึ่งเอาง่ายๆแค่ซูเปอร์สตาร์ของแต่ละทีมไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี่, คริสเตียโน โรนัลโด้ และ อองตวน กรีซมันน์ ก็ไม่ได้ถือพาสปอร์ตกระทิงแล้ว

ทว่า พวกเขาก็คงบอกว่า อย่างน้อยพวกข้าก็มีนักเตะท้องถิ่นมากกว่าประเทศที่บอกว่าตัวเองมีลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกนั่นแหละ(ฮา)