เช็คฟอร์มหงส์: คริสเตียน เบนเตเก้ ไม่ใช่แอนดี้ แคร์โรล

Paul Wilkes วิเคราะห์ฟอร์มกองหน้าร่างยักษ์ชาวเบลเยี่ยม และเชื่อว่าเบนเตเก้ จะเป็นมอริเอนเตส มากกว่าเป็นแอนดี้ แคร์โรล

แฟนหงส์คงรู้สึกเหมือนดูหนังเก่าฉายซ้ำที่แอนฟิลด์เมื่อลิเวอร์พูลขายกองหน้าความเร็วสูงด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ แล้วทุ่ม 30 ล้านซื้อหน้าเป้าสูงใหญ่เข้าทีม

หงส์แดงขายราฮีม สเตอร์ลิ่งให้กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ก่อนจะควักเงินก้อนใหญ่ซื้อตัวคริสเตียน เบนเตเก้จากแอสตันวิลล่า ไม่ต่างกับเมื่อวันปิดตลาดซื้อขายเดือนมกราคม 2011 ที่หงส์แดงขายเฟอร์นันโด ตอร์เรสให้เชลซี และซื้อแอนดี้ แคร์โรลเข้ามาแทน

แม้จะดูคล้ายคลึงกัน แต่เราเชื่อว่ายังมีความแตกต่างที่สำคัญระหว่างทั้งสองดีล 

ในขณะที่แอนดี้ แคร์โรล ถูกวางตัวให้มาแทนที่ตอร์เรส แต่เบนเตเก้ไม่ได้ถูกซื้อมาเพื่อแทนที่สเตอร์ลิ่ง

เบนเตเก้ถูกซื้อมาเพื่อยิงประตูให้หงส์แดง เพราะในขณะที่กองหน้าอย่างฟาบิโอ บอรินี่, ริคกี้ แลมเบิร์ต และมาริโอ บาโลเตลลี่ ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกรวมกันได้เพียง 4 ลูก แต่เบนเตเก้ทะลวงตาข่ายไปถึง 13 ลูกกับทีมที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างแอสตันวิลลา

เบนเตเก้ ไม่ใช่แคร์โรล 2.0

แม้จะมาพร้อมความคาดหวัง แต่แคร์โรลย้ายมาร่วมทัพหงส์แดงเมื่อยังเป็นนักเตะที่เรียกได้ว่า "ใหม่" กว่าเบนเตเก้ 

ด้วยวัยเพียง 22 ปี แคร์โรลเพิ่งเคยได้ลงเล่นพรีเมียร์ลีกจริงๆ จังๆ เพียงหกเดือนเท่านั้น และก่อนหน้านั้นเพิ่งได้เล่นแชมเปี้ยนชิพเพียงฤดูกาลเดียว นอกจากนี้แคร์โรลยังมีเรื่องราวนอกสนามอีกหลายครั้ง ซึ่งบางครั้งก็ถึงมือตำรวจเลยทีเดียว และกองหน้าทีมชาติอังกฤษยังเคยถูกเตือนจากฟาบิโอ คาเปลโล่ ผู้จัดการทีมชาติในขณะนั้นว่าให้ "ดื่มให้น้อยลง" อีกด้วย

แอนดี้ แคร์โรล และ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ลิเวอร์พูล

"ให้เล่นยังไงนะ บอส?"

แต่สำหรับเบนเตเก้ที่อายุน้อยกว่าแคร์โรล 1 ปี และเพิ่งจะอายุครบ 25 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีปัญหาส่วนตัว เบนเตเก้มีพ่อที่เคร่งวินัยสุดๆ และเมื่อพูดถึงครอบครัว เบนเตเก้ก็กล่าวถึงด้วยความซาบซึ้งถึงการเสียสละของพ่อแม่เพื่ออนาคตของลูกๆ

"พ่อต้องเข้มงวดกับผม เพราะนี่คือสิ่งสำคัญกับชีวิตเรา เพราะผมยังมีน้องชายและน้องสาว เพราะพ่อเคยรู้รสชาติของชีวิตมาแล้ว" กองหน้าร่างยักษ์กล่าว 

เบนเตเก้เกิดในประเทศซาอีร์ (ปัจจุบันคือสาธารณรัฐคองโก) แต่ครอบครัวเบนเตเก้ได้หอบหิ้วลูกๆ หนีจากการปกครองของโมบูตู และจนถึงปัจจุบันนี้คริสเตียน เบนเตเก้ ได้ลงเล่นรับใช้ทีมชาติเบลเยี่ยมมาแล้ว 24 เกม

แม้จะมาพร้อมความคาดหวัง แต่แคร์โรลย้ายมาร่วมทัพหงส์แดงเมื่อยังเป็นนักเตะที่เรียกได้ว่า "ใหม่" กว่าเบนเตเก้

แม้จะยังมีความกังวลเกี่ยวกับประวัติอาการบาดเจ็บของเบนเต้เก้ แต่กองหน้าเบลเยี่ยมก็ได้ลงสนามเฉลี่ยเกิน 30 เกมในการลงเล่น 3 ใน 4 ฤดูกาลล่าสุด ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับแอนดี้ แคร์โรลแล้ว เจ้าหนุ่มผมหางม้าฟิตพอลงเล่นเกิน 30 เกมเพียงแค่ 2 ฤดูกาลตลอดอาชีพค้าแข้งเท่านั้น

สิ่งที่เหมือนกันของทั้งสองคนก็คือความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศและความแข็งแกร่งที่จะสู้กับกองหลัง แม้ว่านอกเหนือจากนั้นแล้วจะมีสไตล์การเล่นค่อนข้างแตกต่างกันก็ตาม

เบนเตเก้ เหมาะกับระบบลิเวอร์พูลของร็อดเจอร์ส

เบนเตเก้ เป็นนักเตะที่มีเทคนิคฟุตบอลดีกว่าแคร์โรล รวมถึงการเลี้ยงบอลได้ดีกว่าและจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมได้ดีกว่าแคร์โรล ซึ่งนี่ก็เห็นจากสถิติทางเทคนิคในเกมของเบนเตเก้เทียบกับแคร์โรลในฤดูกาลที่ผ่านมา: เบนเตเก้ต่อบอลดีกว่า, จ่ายสำเร็จมากกว่า และเลี้ยงบอลหนีกองหลังได้ดีกว่า รวมถึงจ่ายบอลจังหวะสำคัญได้ดี

การได้เล่นกับทีมชาติเบลเยี่ยมที่มีนักเตะพรสวรรค์ความสามารถสูงหลายๆ คนช่วยให้เบนเตเก้คุ้นเคยกับการจ่ายบอลสั้น และเล่นต่อบอลกับเพื่อน นั่นหมายความว่าเบนเตเก้จะประสานงานกับฟิลิเป้ คูตินโญ่ และโรแบร์โต้ เฟร์มิโน่ได้อย่างดี

สถิติจาก Stats Zone ข้างล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าอะไรที่เป็นส่วนสำคัญทำให้แอสตันวิลล่าเก็บชัยชนะจากไวท์ ฮาร์ท เลนได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เบนเตเก้สามารถเชื่อมเกมได้ด้วยการขยับถอยลงไปเล่นลึกก่อนจะฉีกออกปีกเพื่อจ่ายบอลต่อให้มิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมได้โอกาสทำเกม และเมื่อเปรียบเทียบกับการเล่นบอลโยนยาวใส่หัวแคร์โรลในเกมกับสวอนซีเมื่อฤดูกาลการที่แล้ว จะเห็นว่าอดีตดาวยิงนิวคาสเซิลจะไม่มีประโยชน์กับทีมมากเท่ากับเบนเตเก้เลย

ที่แอสตันวิลลา เบนเตเก้สามารถพัฒนาเกมและความเข้าใจในการเล่นกับฟาเบียง เดลฟ์ และแจ็ค เกรียลลิช ซึ่งเมื่อย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูลและใช้ความสามารถของเบนเตเก้รวมกับนักเตะบราซิลเลียนของหงส์แดง เบนเตเก้ก็น่าจะแสดงศักยภาพได้มากขึ้น 

ส่วนแคร์โรล แม้จะสามารถดึงนักเตะคนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมกับเกมได้มาก แต่ส่วนมากแล้วก็มักจะเป็นการเล่นด้วยลูกโหม่งหรือการพักอกมากกว่าการต่อบอลด้วยเท้าเหมือนเบนเตเก้ ซึ่งถ้าจะพูดกันจริงๆ แล้ว หัวหอกชาวเมืองเกทส์เฮ้ดไม่สามารถจ่ายบอลด้วยเท้าได้แม้แต่ครั้งเดียวตลอดการเล่นฤดูกาล 2014/15

ผมคิดว่านะ ถ้าคุณเล่นแบบมีกองหน้าตัวเป้า เขาก็จะกลายเป็นจุดโฟกัสของทีมจนทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องถูกใช้ปั้นเกมให้กองหน้าดาวเด่นคนนั้น

- เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

ถ้าลิเวอร์พูลมีหลุยส์ ซัวเรซอยู่ เบรนแดน ร็อดเจอร์สไม่มีทางจะให้แคร์โรลเป็นกองหน้าตัวเป้า "ผมคิดว่านะ ถ้าคุณเล่นแบบมีกองหน้าตัวเป้า เขาก็จะกลายเป็นจุดโฟกัสของทีมจนทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องถูกใช้ปั้นเกมให้กองหน้าดาวเด่นคนนั้น" ร็อดเจอร์สเคยกล่าวไว้ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะลงเตะกับเวสต์แฮมเมื่อเดือนธันวาคม 2013 "บางครั้งคุณต้องถูกดึงให้เล่นเกมแบบสวนกลับแบบแรงๆ ตรงๆ ซึ่งสำหรับผมและประสบการณ์ในฐานะโค้ช ผมไม่เล่นอะไรแบบนั้น"

เกมถัดมาลิเวอร์พูลถล่มเอาชนะท็อตแน่มด้วยการเล่นเกมสวนกลับเร็ว และนั่นเองที่เป็นจุดเปลี่ยนแนวคิดของร็อดเจอร์ส

ตั้งแต่นั้นมา ลิเวอร์พูลก็หันมาใช้ระบบการเล่นฉับไวด้วยการหาทางส่งบอลไปให้ถึงซัวเรซและแดเนียล สเตอร์ริดจ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สตีเว่น เจอร์ราร์ดถูกขยับให้ลงไปยืนต่ำเพื่อช่วยเชื่อมบอลจากเกมรับให้ถูกส่งขึ้นมาถึงกองหน้าตัวเป้าให้เร็วที่สุด และแม้นั่นจะเป็นประวัติศาสตร์สไตล์การเล่นของลิเวอร์พูลในฤดูกาลที่ผ่านๆ มา แต่ระยะหลังจากนี้เราเริ่มจะได้เห็นร็อดเจอร์สกลับมาเล่นแบบจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาล 2015/16 ที่จะต้องแสดงผลงานให้เห็นมากขึ้น

เชอร์วู้ดพูดมั่ว: หงส์ก็ครอสบอลเป็น

ทิม เชอร์วู้ดที่เคยพยายามดึงตัวเบนเตเก้ให้อยู่กับทีมแถบมิดแลนด์ เคยตั้งคำถามถึงแนวคิดของคณะกรรมการจัดหานักเตะของลิเวอร์พูลเกี่ยวกับการซื้อตัวเบนเตเก้ "เราจ่ายบอลเข้ากรอบประตูมากกว่าทีมอื่นในพรีมียร์ลีก และนักเตะอย่างคริสเตียนก็ใช้ชีวิตกับการเล่นบอลครอสเข้าหาประตู" กุนซือแอสตันวิลลาเคยกล่าวไว้ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพกับอาร์เซนอล "ถ้า[คริสเตียน]จะต้องไปเล่นกับทีมที่ครอสบอลไม่เป็นก็คงไม่รู้จะไปทำไม"


คริสเตียน เบนเตเก้
ฤดูกาลที่ผ่านมาเบนเตเก้ป่วนกองหลังได้ไม่น้อย

เชอร์วู้ดพูดผิดนะ ผิดหลายอย่างด้วย

ตลอดฤดูกาล 2014/15 แอสตันวิลลาวางบอลยาวครอสเข้าหาประตูเฉลี่ย 20 ครั้งต่อเกม (มีเพียง 6 ทีมที่มีค่าเฉลี่ยน้อยกว่านี้ ส่วนทีมที่ครอสบอลเฉลี่ยมากที่สุดคือเวสต์แฮม 26 ครั้งต่อเกม) ลิเวอร์พูลก็ตามมาติดๆ ที่ค่าเฉลี่ยครอสบอล 17 ครั้งต่อเกม น้อยกว่าวิลลาแค่ 3 ครั้งเท่านั้นเอง และเมื่อคิดถึงความแตกต่างน้อยนิดอย่างที่บอก เบนเตเก้อาจจะเล่นได้ดีถ้าลิเวอร์พูลครอสบอลได้น้อยครั้งแต่แม่นกว่าการวางบอลทิ้งบอมบ์แบบเรดาร์เสียไร้ทิศทางเหมือนแต่ก่อนก็ได้ 

ในขณะที่การมาร่วมทีมของเบนเตเก้อาจจะทำให้ลิเวอร์พูลเริ่มวางบอลครอสในจังหวะโอเพ่นเพลย์เข้าหาประตูมากขึ้น แต่กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมก็ยังสามารถสร้างโอกาสจากจังหวะลูกตั้งเตะเช่นกัน ฤดูกาลที่แล้วหงส์แดงยิงประตูจากลูกตั้งเตะเพียง 6 ประตูเท่านั้น ส่วนในฤดูกาล 2013/14 ยิงประตูจากลูกตั้งเตะได้ถึง 26 ประตูเลยทีเดียว

PepMansour

เบนเตเก้ไม่เพียงโดดเด่นในการเล่นลูกกลางอากาศเท่านั้น นับตั้งแต่เริ่มลงเล่นในลีกอังกฤษกองหน้ารายนี้โขกประตูมากกว่านักเตะคนอื่นๆ ถึง 13 ประตู แต่เบนเตเก้ก็สามารถหาโอกาสยิงประตูจากจังหวะฟรีคิกได้อย่างแม่นยำและทรงพลังเช่นกัน

จากปากก็อด: เบนเตเก้ไม่ใช่หน้าเป้า

ถ้ามองว่าเบนเตเก้ที่ลงสนามไปแล้ว 101 เกม และยิงได้ถึง 49 ประตู ก็คงจะเป็นการไม่ยุติธรรมนักถ้าจะบอกว่าคริสเตียน เบนเตเก้พึ่งพาการยิงประตูจากลูกเปิดครอสเข้าหาหน้าประตูเท่านั้น 

เพราะนับตั้งแต่เบนเตเก้ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกแล้ว ก็มีเพียงซัวเรซ, กุน อเกวโร่ และโรบิน ฟาน เพอร์ซี่เท่านั้นที่ยิงประตูได้มากกว่ากองหน้าร่างยักษ์รายนี้ ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมสำหรับเบนเตเก้ที่ต้องเล่นกับทีมหนีตกชั้นมาตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุด 

แม้แต่ "ก็อด" ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ยังเคยกล่าวชื่นชมคริสเตียน เบนเตเก้ "โดยรวมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่ง ความเร็ว รูปร่างสูงใหญ่และการจบสกอร์ ผมคิดว่าเบนเตเก้จะกลายเป็นเสาหลักของลิเวอร์พูล"

คริสเตียน เบนเตเก้

จังหวะครองบอลสไตล์เบนเตเก้

"ผมดูเขาเล่นมาหลายครั้งและเห็นว่าเขาไม่ใช่แค่กองหน้าตัวเป้า เบนเตเก้สามารถเก็บบอลได้ดีและเล่นกับเพื่อนร่วมทีมได้ด้วย นอกจากนี้ยังเคลื่อนที่หาตำแหน่งได้ดีและสามารถกดดันเกมรับของทีมคู่แข่งได้อย่างน่าชม" แม้เบนเตเก้จะไม่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง แต่เท่าที่ผ่านมาในการเล่นให้กับพอล แลมเบิร์ต และทิม เชอร์วู้ด กองหน้ารายนี้ก็แสดงให้เห็นว่ามีความยืดหยุ่นพอที่จะให้โค้ชได้เลือกใช้งานในระบบการเล่นหลายๆ แบบ ทั้งการเป็นกองหน้าในตำแหน่งหัวหอกนำเกมบุกที่มีปีกซ้ายขวาช่วยเสริมเกมจากริมเส้น หรือการเล่นร่วมกับมิดฟิลด์หมายเลข 10 และยังสามารถประสานงานกับกองหน้าเพื่อนร่วมทีมอย่างแกบบี้ อักบอนลาฮอร์ได้อย่างดี ซึ่งเราเชื่อว่าเบนเตเก้จะมาประสานงานกับแดเนียล สเตอร์ริดจ์ได้อย่างสวยงามเช่นกัน

หมายถึงว่าเมื่อสเตอร์ริดจ์หายเจ็บกลับมาแล้วนั่นแหละนะ

ดาวน์โหลดฟรี  Stats Zone วันนี้พร้อมให้บริการบน iOS และAndroid