เชลซี 1 - 1 แมนฯ ยูฯ : เรื่องดีๆ ของปีศาจแดงในวันโดนตีเสมอสุดเจ็บปวด

แม้ว่า “ปีศาจแดง” จะพลาดเก็บสามแต้มออกจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ฟอร์มของดาวรุ่งอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด และ คาเมรอน บอร์ธวิค-แจ็คสัน ก็พอจะทำให้เหล่า “เร้ด อาร์มี่” ยิ้มออกได้บ้าง..

หากสุดท้ายแล้ว หลุยส์ ฟาน กัล ต้องอำลาทีมหลังจบซีซั่นนี้จริงๆ เราคงบอกได้เต็มปากเต็มคำว่า (อดีต) ยอดโค้ชชื่อดัง เอาชื่อมาทิ้งที่อังกฤษแท้ๆ เพราะหากพิจารณาถึงผลงานตลอดสองปีที่ผ่านมาแล้ว ฟาน กัล สอบตกเต็มๆ

ทว่า อย่างน้อย อดีตกุนซือบาร์เซโลน่า ก็รักษาสถิติอย่างหนึ่งไว้ได้ นั่นคือ ทุกสโมสรที่ ฟาน กัล ไป เขาจะปั้นเยาวชนขึ้นทีมชุดใหญ่ได้เสมอ..

ชอว์มีหนาว

การมี บอร์ธวิค-แจ็คสัน ยังช่วยแบ่งเบาภาระของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้

“ปีศาจแดง” เริ่มต้นเกมได้อย่างดุดัน โดยพวกเขาเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่เจ้าถิ่น จนทำให้ เชลซี ต้องถอยลงไปตั้งรับกันหมด และ คาเมรอน บอร์ธวิค-แจ็คสัน ก็มีส่วนร่วมกับการขึ้นเกมทางด้านซ้ายของทีมตลอดช่วงเวลาที่ว่า พร้อมกับมีโอกาสเปิดสวยๆอยู่ 2-3 ครั้ง

โดยจุดนี้ ถือเป็นจุดที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงหลัง อีกทั้งการมี บอร์ธวิค-แจ็คสัน ยังช่วยแบ่งเบาภาระของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้อีกด้วย

สองดูโอ้วัยรุ่น สามารถเล่นด้วยกันได้อย่างดี โดยหลายครั้งที่ บอร์ธวิค-แจ็คสัน จะเติมเกมขึ้นมาช่วย ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส เช่นเดียวกับ มาร์กซิยาล ที่พร้อมวิ่งตัดเข้าเสมอ หาก แบ็คซ้ายชาวอังกฤษ ลากบอลขึ้นมา และนั่นทำให้แนวรุกทางด้านซ้ายของทีมดังแห่งแมนเชสเตอร์ น่ากลัวขึ้นเยอะ

ในส่วนของเกมรับ เกมนี้ บอร์ธวิค-แจ็คสัน ต้องรับมือกับ ผู้เล่นที่ดีที่สุด ของ เชลซี ในปีนี้ อย่าง วิลเลี่ยน ซึ่ง เด็กปั้นของ “ปีศาจแดง” อาจมีช่วงเวลาที่เอา ปีกหัวฟู ไม่อยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้ว เขาช่วยทีมได้ในหลายครั้ง โดยเฉพาะการบล็อคลูกเปิดจากด้านข้าง ที่ทำเอาผู้เล่น “สิงโตน้ำเงินคราม” หงุดหงิดทีเดียว

แม้ว่า ความดีความชอบจะมาพังทลายเกือบหมดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ(ไม่เช็ดล้ำหน้า จนเป็นเหตุให้ทีมเสียประตู) แต่ ฟาน กัล ก็ยังปรบมือ พร้อมกับให้กำลังใจ กองหลังวัย 18 ปีต่อไป

“ผมรู้สึกสงสารเขา เพราะว่า บอร์ธวิค-แจ็คสัน เล่นได้อย่างสุดยอดมาเกือบทั้งเกม แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็ภูมิใจในตัวเขามากๆ ” จอมปรัชญาชาวดัตช์ กล่าวหลังเกม

มนุษย์วินวอร์ค

แม้จะไม่ค่อยโดดเด่น แต่ ลินการ์ด ยิงไปถึง 3 ประตู จาก 5 เกมพรีเมียร์ลีกหลังสุด

มาถึงอีกหนึ่งดาวเตะอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด ผู้ทำประตูสุดสวย โดยตอนนี้ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ กลายเป็นตัวหลักในทีมของ ฟาน กัล ไปแล้ว และถือว่า ไม่น่าเรื่องน่าประหลาดใจเท่าไร เพราะแม้จะไม่ค่อยโดดเด่น แต่ ลินการ์ด ยิงไปถึง 3 ประตู จาก 5 เกมพรีเมียร์ลีกหลังสุด

กองกลางวัย 22 ปี กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เพราะ หาก ลินการ์ด ยังไม่สามารถพัฒนาตัวเองมาเป็นกำลังหลักของทีมได้ อนาคตของเขาก็คงไม่ต่างกับเพื่อนๆรุ่นเดียวกันอย่าง ราเวล มอร์ริสัน หรือ ไมเคิ่ล คีน

อย่างไรก็ตาม ถือว่าผลงานของเขาในซีซั่นนี้ ก็ไม่แย่เท่าไร เมื่อ ลินการ์ด มักจะยิงประตูสำคัญๆให้ทีมได้เสมอ โดยจุดเด่นของ ปีกเด็กปั้น รายนี้ คือ การหาพื้นที่ในการเล่น และการวางเท้ายิงประตูที่ยอดเยี่ยม

Jesse Lingard, Chelsea

ฝากประตูสุดสวยไว้ให้ประจักษ์

สำหรับเกมนี้ ลินการ์ด ฝากหนึ่งประตูสุดสวย พร้อมกับหาโอกาสยิงได้ถึง 5 ครั้ง(1 ประตู, 1 เข้ากรอบ, 1 หลุดกรอบ และ 2 ถูกบล็อค) นอกจากนี้ การมีเขาอยู่ทางฝั่งขวา ยังทำให้ มัตเตโอ ดาร์เมียน มีโอกาสเติมเกมขึ้นไปเปิดบอลให้ได้ลุ้นอีกบ่อยครั้ง

อิสระที่มากขึ้น

“ตอนนี้ พวกเราเล่นด้วยอิสระมากขึ้น และนั่นทำให้พวกเราสนุกกับฟุตบอล”

- เจสซี่ ลินการ์ด

ก่อนหน้านี้ ฆวน มาต้า คือ ตัวเลือกแรกในตำแหน่งปีกขวา ทว่าการกลับมาของ ลินการ์ด ทำให้ เพลย์เมคเกอร์เลือดสเปน ถูกดร็อปในช่วงก่อนหน้านี้ ก่อนจะมาโชว์ฟอร์มได้ดีในเกมเอฟเอ คัพ กับดาร์บี้ จนได้รับโอกาสในการเล่นด้านหลัง เวยน์ รูนี่ย์ ตลอดสองเกมลีกหลังสุด

อย่างไรก็ตาม ลินการ์ด กล่าวหลังเกมกับ สโต๊ค ว่า ผู้จัดการทีมของเขา อนุญาตให้ทุกคนเล่นอย่างเป็นอิสระมากขึ้น และนั่นทำให้ผลงานของ “ปีศาจแดง” กลับมาดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

“ตอนนี้ พวกเราเล่นด้วยอิสระมากขึ้น และนั่นทำให้พวกเราสนุกกับฟุตบอล” ปีกวัย 22 ปีกล่าว “พวกเราพยายามสลับตำแหน่งกันไปมา พร้อมกับสร้างความสนุกให้แฟนๆอีกครั้ง และเราดีใจที่เห็นพวกเขายิ้มออกได้สักที”

แม้ว่า ฟาน กัล อาจจะไม่ปลาบปลื้มกับคำพูดหลังเกมของ ลินการ์ด(และ รูนีย์) ในเรื่องนี้ แต่ ขงเบ้งชาวดัตช์ ก็ต้องยอมรับว่า ผลงานในสนามของ “ยูไนเต็ด” ดูได้รับอิสระมากขึ้นจริงๆ

Wayne Rooney, Jesse Lingard

เสี่ยหมูผู้ทำแอสซิสต์ (แบบลั่นๆ) เข้ามาดีใจกับรุ่นน้องคนนี้

และถึงตรงนี้ ต้องบอกว่า ทั้ง บอร์ธวิค-แจ็คสัน และ ลินการ์ด ต่างมีอนาคตที่สดใสพอสมควรใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

คำถามเดียวก็คือ คนที่ให้โอกาสพวกเขาอย่าง ฟาน กัล จะได้อยู่ช่วยทั้งสองต่อไปในปีหน้าหรือไม่ ซึ่งถ้าคำตอบเป็น “ใช่” ทั้งคู่ ก็คงมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอย่างน้อยอีกหนึ่งปี          

แต่หากว่า “ไม่” แล้ว ทุกอย่างก็คงขึ้นกับช่วงเวลาที่เหลือของพวกเขาในเวลานี้ โดยเฉพาะ ลินการ์ด ที่อาจจะตัดสินได้เลยว่า ต้อง “อยู่” หรือ “ไป”..

ว่าแต่ แฟนๆ ผีแดง อยากให้ออกมาเป็นไหนละครับ?