เชลซีไม่ใช่อิตาลี : 4 ปัญหาที่ คอนเต้ ต้องคิด หากอยากใช้ 3-5-2 ที่เดอะบริดจ์

อันโตนิโอ คอนเต้ กำลังไปได้สวยในยูโร 2016 ซึ่งนั่นทำให้แฟนๆ “สิงโตน้ำเงินคราม” คาดหวังจากตัวนายใหญ่ทีมชาติอิตาลีอย่างมาก และ John Robertson คอลัมนิสต์ของเรา จะมาวิเคราะห์ถึงอนาคตที่น่าจะเกิดในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์…

การเปลี่ยนผู้จัดการทีมย่อมนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่างๆในสโมสรเสมอ

และไม่ว่าผู้จัดการทีมคนใด จะเคยเก่งขนาดไหน จะมีสถิติที่ยอดเยี่ยมเพียงใด แต่เมื่อย้ายทีม ทุกอย่างก็จะถูกเซ็ทซีโร่ทั้งหมด ยิ่งโดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในลีกของประเทศนั้นๆมาก่อน งานของพวกเขาก็จะยากขึ้นเป็นสองเท่า

และกรณีของ อันโตนิโอ คอนเต้ ก็นับเป็นเคสที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก กุนซือชาวอิตาลี กำลังพาประเทศบ้านเกิดไปได้สวนในศึกชิงแชมป์ยุโรป เช่นเดียวกับประวัติเก่าๆกับ ยูเวนตุส

แล้วชีวิตของ คอนเต้ ณ อังกฤษ จะเป็นอย่างไร? เขาจะนำรูปแบบใดมาใช้บ้าง? แท็คติคที่เราเห็นตอนนี้ที่ ฝรั่งเศส จะถูกนำมาใช้หรือไม่? คำตอบทั้งหมดอยู่เบื้องล่างนี้แล้ว…

Antonio Conte

อีกไม่เจอกันที่อังกฤษนะครับ

1. ต้องซื้อเซ็นเตอร์แบ็คตัวใหม่

ทุกคนรู้ว่า อิตาลี กำลังได้ไปสวยที่ ฝรั่งเศส ก็เพราะว่า ปราการหลังอันแข็งแกร่ง โดยถึงตรงนี้ พวกเขาเสียเพียงแค่ลูกเดียว จากทั้ง 4 เกม ซึ่งแน่นอนว่า การเล่นแบบเซนเตอร์ฯ 3 ตัว จะเป็นทางเลือกที่ คอนเต้ พิจารณาในปีหน้า

เซนเตอร์แบ็ค ต้องมีบทบาทสำคัญในการช่วยทีมทำเกมรุก เหมือนอย่างที่บอลยาวของ โบนุชชี ไปถึง เอ็มมานูเอล จัคเครินี่ จนทำให้ “มักกะโรนี” ได้ประตูขึ้นนำในเกมแรกกับ เบลเยี่ยม

ในทีมชาติอิตาลีนั้น จอร์จิโอ คิเอลลินี, อันเดรีย บาร์ซาญี่ และ เลโอนาร์โด โบนุชชี คือ สามตัวหลักที่ตามติด คอนเต้ มาตั้งแต่สมัยคุม “ยูเว่” และพวกเขาทั้งหมดเข้าใจระบบ 3-5-2 เป็นอย่างดี

และมันจะน่าติดตามเป็นอย่างมาก หาก กุนซือคนใหม่เชลซี เอาระบบนี้มาใช้ใน ลอนดอน เพราะเท่าที่ดูจากรายชื่อกองหลังของ “สิงโตน้ำเงินคราม” ตอนนี้ ไม่มีใครที่จะสามารถเล่นในแผนนี้ได้ดี

เพราะว่าในแท็คติค 3-5-2 นั้น กองกลาง 5 ตัว จะต้องเติมเกมช่วยเกมบุก เมื่อพวกเขาครองบอล และนั่นทำให้ เซนเตอร์แบ็ค ต้องมีบทบาทสำคัญในการช่วยทีมทำเกมรุก เหมือนอย่างที่บอลยาวของ โบนุชชี ไปถึง เอ็มมานูเอล จัคเครินี่ จนทำให้ “มักกะโรนี” ได้ประตูขึ้นนำในเกมแรกกับ เบลเยี่ยม

ปัญหาก็คือ เชลซี ไม่มีกองหลังเช่นนั้นในทีมเลย ซึ่งเชื่อได้ว่า คอนเต้ คงจะนำเข้าปราการหลังตัวใหม่มาสักคนแน่นอน

ทว่า คำถามก็คือ แล้วแฟนๆทีมดังแห่งกรุงลอนดอน จะทนกับระบบใหม่นี้ได้ดีแค่ไหน เนื่องจากครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาก็เคยต่อต้านการเล่นอุดมาแล้ว

2. อาซาร์ กับ วิลเลี่ยน อยู่ตรงไหน?

หากใช้แผน 3-5-2 จริงๆ คอนเต้ จะต้องพบกับคำถามเรื่องตำแหน่งของดาวเด่นของทีมอย่าง เอเด็น อาซาร์ และ วิลเลี่ยน

ไม่ใช่แค่ปัญหาเซนเตอร์แบ็คเท่านั้น แต่หากใช้แผน 3-5-2 จริงๆ คอนเต้ จะต้องพบกับคำถามเรื่องตำแหน่งของดาวเด่นของทีมอย่าง เอเด็น อาซาร์ และ วิลเลี่ยน

เพราะการจะให้ทั้งคู่ไปเล่นในตำแหน่งวิงแบ็ค ก็คงไม่ต่างกับสมัยที่หลุยส์ ฟาน กัล พยายามจับปีกของ แมนฯยูไนเต็ด ไปเล่นตรงนั้นเช่นกัน

Willian, Eden Hazard

สองคนนี้จะมีบทบาทอย่างใด?

และจากบุคลิกของ คอนเต้ ที่มักจะเลือกระบบก่อนนักเตะ ทำให้หมายความว่า สองนักเตะที่ดีที่สุดของทีมในสองซีซั่นล่าสุด จะไม่มีตำแหน่งตัวจริงในทีม

และนั่น ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาความไม่พอใจในทีมและแฟนบอล ตามมาได้ หากผลงานของทีมไม่เป็นไปตามที่คิด

3. หน้าใหม่ก็ต้องมี

หากมองไปที่ตัวเลือกของ อิตาลี ในตอนนี้ พวกเขามีเพียงดาวยิงชื่อไม่ดังอย่าง กราเซียโน่ เปลเล่ กับ เอแดร์ ในแดนหน้า แต่คุณสมบัติที่ทั้งคู่มีคือ แข็งแกร่ง, ขยัน และพร้อมชนคู่แข่งเสมอ

ในระบบนี้ คอนเต้ จำเป็นต้องมีกองหน้าคู่ ซึ่งหากมองไปที่ตัวเลือกของ อิตาลี ในตอนนี้ พวกเขามีเพียงดาวยิงชื่อไม่ดังอย่าง กราเซียโน่ เปลเล่ กับ เอแดร์ ในแดนหน้า แต่คุณสมบัติที่ทั้งคู่มีคือ แข็งแกร่ง, ขยัน และพร้อมชนคู่แข่งเสมอ

ซึ่งนี่เป็นจุดเด่นของ “อัสซูรี่” ชุดนี้ เพราะว่าการที่มีศูนย์หน้าคู่ยืนคู่กัน โดยปราศจากเพลย์เมคเกอร์หมายเลข 10 ข้างหลังหมายความว่า เซนเตอร์ฮาล์ฟคู่แข่ง ต้องตามประกบพวกเขาแบบตัวต่อตัว อีกทั้งกองหน้าคู่ ยังสามารถวิ่งสลับตำแหน่ง จนทำให้คู่ต่อสู้หลงตำแหน่งหรือไม่รู้ว่าจะตามประกบใครได้

อีกทั้งด้วยระบบแบบไร้ตัวทำเกม ทำให้ตัวตัดเกมของคู่ต่อสู้ มักจะลอยสูงกว่าปกติ ซึ่งหากกองกลางของ อิตาลี สามารถฉวยโอกาสตัดบอลและครองเกมขึ้นมา นั่นหมายความว่า สถานการณ์ตรงนั้นจะเป็น 3 vs 2 หรือ 4 vs 2 และนั่นอาจจะนำมาซึ่งประตู

Diego Costa, Chelsea

คอสต้า อาจจะได้คู่หูในแดนหน้าเพิ่ม

ดังนั้น เชลซี จำเป็นต้องซื้อกองหน้าใหม่เข้ามาเข้ามาจับคู่กับ ดีเอโก้ คอสต้า แน่ๆ และอีกไม่นาน เราคงรู้กันว่า เขาคนนั้นคือใคร?

4. กระตุ้นได้ พูดดี อินกับเกม

ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น อิตาลี ชุดนี้ถูกหลายฝ่านค่อนขอดว่า เป็นชุดที่ห่วยที่สุดชุดหนึ่งในรอบหลายสิบปี ทว่าหลังจากเกมแรกกับ เบลเยี่ยม เสียงวิจารณ์ทุกอย่างหายไปหมด

หลายคนเชื่อว่า นอกจากแท็คติคอันยอดเยี่ยมของ คอนเต้ แล้ว อีกสิ่งที่ กุนซือวัย 46 ปีมีก็คือ จิตวิทยาขั้นสูงและการกระตุ้นลูกทีมที่สุดยอด

อย่างที่เราเห็นแอ็คชั่นของเขาในทุกๆเกมที่ ฝรั่งเศส ซึ่งนั่นจะทำให้แฟนๆ “สิงโตน้ำเงินคราม” หลงรักเขาอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับนักเตะเชลซี ที่เพิ่งผ่านฤดูกาลแห่งความแตกแยกมาหมาดๆ

นอกจากนี้สกิลการสื่อสารของ คอนเต้ ก็ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน อันจะเห็นได้จากเกมที่พวกเขาพ่าย ไอร์แลนด์ ในนัดสุดท้ายที่ อดีตกุนซือยูเวนตุส โรเตชั่นทีมถึง 8 ตำแหน่ง แต่ว่าฟอร์มการเล่นของอิตาลีก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

สรุปแล้ว แผนของ อิตาลี ณ ปัจจุบัน จะไม่มีทางเอามาใช้กับ เชลซี ได้แน่นอน

ดังนั้นสิ่งที่ คอนเต้ ต้องคิดและต้องทำคือการซื้อผู้เล่นตัวใหม่เข้ามาเสริมทีม มิฉะนั้นแล้ว 3-5-2 ที่เขาชื่นชอบ ก็อาจต้องเก็บเข้าแฟ้มโดยปริยาย…