เชลซี&เทอร์รี่ : ถึงเวลาที่ต้องจากกัน

ตำนานสิงโตน้ำเงินคราม เพิ่งออกมาเปิดเผยว่า เขาจะลาทีมรักทันทีหลังสิ้นสุดฤดูกาล และ Alex Hess คิดว่า นี่คือทางออกที่ดีสำหรับทุกฝ่าย...

เป็นเวลากว่า 21 ปีที่บุรุษนาม จอห์น เทอร์รี่ ใช้ชีวิตในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ และที่สำคัญ คือ ทุกอย่างในชีวิตของเขา ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของทีมดังแห่งกรุงลอนดอน

แชมป์พรีเมียร์ลีกหลายสมัยถูกชูขึ้นด้วยมือของอดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษ หรือจะเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่แม้ตัว เทอร์รี่ จะไม่ได้ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศ แต่ระหว่างเส้นทางนั้น เขาคือส่วนสำคัญของทีม ฯลฯ

ทว่า ทันทีที่สัญญาของเขาหมดลงในเดือนมิถุนายนนี้ เส้นทางการค้าแข้งของ เทอร์รี่ กับ เชลซี จะเหลือเพียงความทรงจำเท่านั้น..

ทิ้งไว้กลางทาง

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เชลซี ตัดสินใจทำเช่นนี้กับ บรรดาตำนานของทีม

และแน่นอนว่า เทอร์รี่ คงไม่ใช่คนสุดท้ายเช่นกัน

ขนาดผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลของพวกเขาอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ยังโดนไล่ออกมาแล้ว แล้วทำไม อดีตกัปตันทีมสิงโตคำราม จะโดนบ้างไม่ได้?

แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ แฟนๆ “เดอะ บลู” หลายคน กับ สะใจกับสิ่งที่ เทอร์รี่ โดน..

เพราะ พวกเขาเชื่อว่า เทอร์รี่ เป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญที่ตั้งตัวเป็นศัตรูในห้องแต่งตัวกับ อดีตกุนซือขวัญใจ ของพวกเขา

ด้วยความที่อยู่กับทีมมานาน ทำให้ ดาวเตะจอมเก๋า เป็นขาใหญ่ในห้องแต่งตัว ซึ่งนั่นทำให้ โรมัน อับราโมวิช รู้สึกว่า ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างแล้ว

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ อับราโมวิช ตั้งใจจะเริ่มยุคใหม่ของ เชลซี ตั้งแต่ครั้งแต่งตั้ง มูรินโญ่ เป็นคำรบสองในปี 2013 ด้วยซ้ำ โดย เจ้าของชาวรัสเซีย ต้องการให้ ยอดกุนซือชาวโปรตุเกส คุมทีมอีกนานนับสิบปี แต่ทุกอย่างก็มาพังทลายลงเสียก่อน

อันที่จริง มูรินโญ่ รู้ดีว่า จิตวิทยาในห้องแต่งตัวสำคัญขนาดไหน เขาถึงได้ไปชวน ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา กลับมาร่วมทีม ทั้งยังให้ความสำคัญกับ เทอร์รี่ ถึงขนาดที่ส่งลงสนามเกือบทุกนัดในพรีเมียร์ลีก ทั้งๆที่ซีซั่นก่อนหน้านั้น(ภายใต้การคุมทีมของ ราฟา เบนิเตซ) อดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ได้ออกสตาร์ทตัวจริงในเกมลีกเพียง 14 เกม

ขณะที่ เทอร์รี่ กลับเลื่อยขาๆเก้าอี้ของนายรัก(ตามข่าวลือ..)

และนั่นทำให้ อับราโมวิช ตัดสินใจได้ไม่ยากเลย

อีกเหตุผลคือ อายุของดาวเตะวัย 35 ปี มีแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ โดยสวนทางกับฟอร์มในสนามที่นับวันจะกลายเป็นจุดอ่อนของทีม ทั้งหมดจึงเป็นเหตุให้ เทอร์รี่ ถูกทิ้งไว้กลางทาง..

อดีต ปัจจุบัน อนาคต

เราคงบอกไม่ได้เต็มปากว่า อับราโมวิช ไม่รัก เทอร์รี่

เพราะจากอดีตที่ผ่านมา เจ้าของทีมคนดัง มักยืนอยู่ข้าง กัปตันทีมคู่บุญ อยู่เสมอ

ย้อนกลับไปสมัยที่ อังเดร วิลลาส โบอาส ยังคุมทีมอยู่ กุนซือหนุ่ม พยายามที่จะลดบทบาทของ เทอร์รี่ ลง และตอนจบของ โบอาส ก็เป็นอย่างที่เรารู้กัน

หรือจะเป็นตอนที่ เบนิเตซ คุมทีมเช่นกัน อดีตกุนซือลิเวอร์พูล ดร็อป เทอร์รี่ เป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง และสุดท้าย เขาก็ไม่ได้รับการยึดสัญญาออกไป

แต่ ทุกสิ่งต้องไปหมุนไปตามกาลเวลา

และนี่คือช่วงที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย

หลังจากนี้ เชลซี และ เทอร์รี่ คงต้องแยกทางกันเดิน พร้อมกับความหวังที่ว่า สักวันเส้นทางของทั้งสองจะเดินกลับมาบรรจบอีกครั้ง

ไม่ว่าในฐานะของ ผู้เล่น บอร์ดบริหาร โค้ช ผู้จัดการทีม หรือ กระทั่งแฟนบอล

ได้แต่หวังว่า จะมีวันนั้น..

ยังไม่จบ

เรื่องราวของ เทอร์รี่ กับ เชลซี ยังไม่จบบริบูรณ์

พวกเขาทั้งคู่ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน ก่อนที่จะปิดซีซั่น และเป้าหมายของ กัปตันทีมวัยเก๋า คนนี้ คือ ต้องพา “สิงโตน้ำเงินคราม” ประสบความสำเร็จทิ้งท้ายให้ได้

เทอร์รี่ คงหวังลบคำสบประมาทที่หลายฝ่ายมีต่อเขามาตลอดซีซั่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถูก ร็อบ ซาเวจ วิจารณ์ผ่านโทรทัศน์ จน ดาวเตะหมายเลข 26 ออกมาตอบโต้ว่า ไม่สนใจอะไรกับพวกที่ไม่เคยประสบความสำเร็จ หรือจะเป็นการโดนบรรดานักวิจารณ์ด่า หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่ในเกมพ่าย แมนฯซิตี้ เมื่อช่วงต้นฤดูกาล

เทอร์รี่ คงหวังที่จะกู้ชื่อของตัวเอง เพื่อจากไปเยี่ยงราชา…

ทายาท

เทอร์รี่ เป็นนักเตะซีเนียร์คนสุดท้ายที่อยู่กับทีมชุดแรกของ มูรินโญ่ และย่างก้าวต่อจากนี้ ถือเป็น ก้าวที่ชี้อนาคตอีกหลายปีของเชลซี เลยก็ว่าได้

อย่างที่ แมนฯยูไนเต็ด นั้น พวกเขาจะมีผู้เล่นตัวเก๋าในทีมอยู่เสมอ ทั้งหมดเป็นเพราะปรัชญาของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เชื่อว่า การมีนักเตะประสบการณ์สูงในทีมจะช่วยเชื่อมดาวรุ่งหรือดาวเตะตัวใหม่ๆกับเขาได้ดี นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไม ไรอัน กิ๊กส์ หรือ พอล สโคลส์ ถึงได้อยู่กับทีมจนถึงแขวนสตั๊ด แม้ว่าจะฟอร์มตกหรือวิ่งไม่ค่อยไหวก็ตาม

ทว่า เทอร์รี่ ไม่ได้อยู่กับ “ปีศาจแดง” และ เฟอร์กี้

หลังจากนี้ เชลซี จำเป็นต้องหาผู้นำคนใหม่ทั้งในและนอกสนาม ซึ่งถือเป็นงานหนักของผู้จัดการทีมคนใหม่ที่จะพาทีมเดินหน้าต่อ หลังจากที่(น่าจะ)ล้มเหลวในปีนี้ และหากเดินหมากผิดพลาด อนาคตของพวกเขา ก็คงอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถามแน่นอน

ชื่อของ จอห์น เทอร์รี่ จะถูกจดจำในแบบเดียวกับ โทนี่ อดัมส์ ของ อาร์เซนอล, สตีเว่น เจอร์ราร์ด จาก ลิเวอร์พูล หรือ ไรอัน กิ๊กส์ แห่ง แมนฯยูไนเต็ด

ส่วน เทอร์รี่ ก็ต้องก้าวเดินต่อไป หากยังหวังที่จะค้าแข้งต่อ หรือสุดท้ายจะตัดสินใจเลิกเล่น พร้อมกับรับงานในวงการฟุตบอลต่อไปก็ได้

เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี ชื่อของ จอห์น เทอร์รี่ จะถูกจดจำในแบบเดียวกับ โทนี่ อดัมส์ ของ อาร์เซนอล, สตีเว่น เจอร์ราร์ด จาก ลิเวอร์พูล หรือ ไรอัน กิ๊กส์ แห่ง แมนฯยูไนเต็ด

คำเดียวสั้นๆ…

ตำนาน