Stories

เชสก์ ฟาเบรกาส : แข้งผู้รับเคราะห์จากโลกฟุตบอลยุคใหม่

Cesc Fabregas

เมื่อครั้งหนึ่ง กองกลางวัย 31 ปี เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นกองกลางจอมเทคนิคมากที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก แต่ ณ ตอนนี้เขาไม่ต่างจากนักเตะที่ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว อเล็กซ์ เฮสซ์ จะมาอธิบายให้ฟังว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

We are part of The Trust Project What is it?

ในโลกของฟุตบอล เรามักจะใช้เวลาไม่นานในการรับรู้และเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรอก

ยกตัวอย่างเช่นในเชลซีตอนนี้ ที่มีการผสมผสานนักเตะต่างๆ ในแดนกลาง ทั้ง จอร์จินโญ่ที่ช่วยยกระดับให้ทีมมากขึ้น คอยประสานงานกับเอ็นโกโล ก็องเต้, รอสส์ บาร์คลีย์ กองกลางเคยรุ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ได้ย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ดาวรุ่งคนปัจจุบันของทีมอย่าง รูเบน ลอฟตัส-ชีค ก็ถูกมองว่าอาจจะได้ลงสนามไม่มากนักเพราะการเข้ามาของ มัตเตโอ โควาซิช

สามเดือนที่ผ่านมา บาร์คลีย์ดูดีขึ้นอีกครั้ง, ลอฟตัส-ชีค ก็สามารถทำประตูให้ทีมได้ถึง 4 ลูกในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา, โควาซิชทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดี ก็องเต้ก็ทำได้ไม่ต่างกัน ส่วนจอร์จินโญ่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเงินที่เสียไปคุ้มค่าแค่ไหน และกลายเป็นหัวใจสำคัญในการครองบอลแดนกลางของเมาริซิโอ ซาร์รี่

ภูมิหลัง

ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นนี้ คือแผงกองกลางที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ซึ่งทำให้เชลซีมีตัวเลือกมากมายในการเล่น แต่น่าแปลกที่ไม่มีกองกลางคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมสร้างสรรค์เกมคนหนึ่งในวงการลูกหนัง

นั่นก็คือ เชสก์ ฟาเบรกาส กองกลางดีกรีแชมป์โลกทีมชาติสเปน, คว้าแชมป์ลีกมา 6 สมัย จาก 2 ลีกใหญ่ในยุโรป, แอสซิสต์มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก แต่นักเตะเท้าชั่งทองในยุคนี้กลับกลายเป็นคนที่ถูกที่ลืมในทีมสิงห์บลูส์ของซาร์รี่

สัญญาณที่บ่งบอกในฤดูกาลนี้คือฟอร์มที่ตกลงไปของฟาเบรกาสในการคุมแดนกลาง ซึ่งเกิดขึ้นในเกมที่พบกับดาร์บี้ทีมระดับแชมเปี้ยนชิพ เขาลงเล่นแทนตำแหน่งของจอร์จินโญ่ในเกมนั้น แต่เขาขาดทั้งความเร็ว และเซนต์ในการจ่ายบอลของเขาก็ไม่ช่วยให้เกมดีขึ้นแต่อย่างใด

นับเป็นเรื่องแปลกที่จะบอกว่าชายที่เคยก้าวขึ้นเป็นทายาทของชาบีในบาร์เซโลน่าจะกลายเป็นเช่นนี้ ความสามารถต่างๆ ของเขาไม่ได้ลดลงไปมากเท่าไหร่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ความสามารถในการเล่นบอลที่รวดเร็วกลับหายไปอย่างมาก บางทีนี่อาจจะอธิบายได้ว่าทำไมตัวเขาถึงทำได้ไม่ดีนัก แม้จะเล่นกับทีมลีกรองในบอลลีก คัพ

ถูกนำหน้าไปไกล?

แต่บางที มันอาจจะเกี่ยวกับเรื่องอื่นด้วย บางอย่างที่ฟุตบอลระดับสูงต่างมุ่งเน้นเป็นอันดับต้นๆ นั่นก็คือเรื่องแท็คติกต่างๆ ที่ช่วยให้ทีมสร้างสรรค์หรือทีมจะเป็นอย่างไรหากเล่นด้วยความเร็วสูง

แต่ฟาเบรกาสเป็นนักเตะที่ไม่ได้ใช้ความเร็วเป็นจุดเด่นอยู่แล้ว จะว่าไป เขาไม่ใช่นักเตะที่มีความรวดเร็วหรือคล่องแคล่วเลยด้วยซ้ำ

ในทางตรงกันข้าม จอร์จินโญ่สามารถออกบอลได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เขาก็ไม่ได้เชื่องช้า ด้วยเหตุผลนี้ทำให้หลายคนจับจ้องที่การเล่นของจอร์จินโญ่ซึ่งช่วยให้เชลซีครอบครองบอลได้เหนี่ยวแน่นขึ้น ยามที่บอลอยู่ตรงหน้าเขา

เมื่อมองไปที่การเล่นในลีก คุณจะสังเกตว่าโมเดลของกองกลางยุคใหม่คือ เชี่ยวชาญการเล่นบอลทั้งสองเท้า และต้องมีความแข็งแกร่งด้วย ยกตัวอย่างเช่น แฟร์นานดินโญ่, เควิน เดอ บรอยน์ และ ลูคัส ตอร์เรย์ร่า ก็ยกระดับตัวเองด้วยการผสมผสานการเล่นบอลที่สวยงามไปพร้อมๆ กับการวิ่งขึ้นลงแบบไม่มีหมด

ที่สเปอร์ส แฮร์รี่ วิงค์ส ก็เป็นตัวเลือกของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ สำหรับการจ่ายบอลที่รวดเร็ว ที่ลิเวอร์พูล เจอร์เกน คล็อปป์ มีกองกลางแบบนั้นให้เลือกใช้งานถึง 7 คน นักเตะในทีมล่างต่างใช้โมเดลแบบเดียวกัน ทั้ง อิดริสซ่า เกย์, รูเบน เนเวส และ เลวิส คุ๊ก และหากนักเตะเหล่านี้อยู่ในเชลซี พวกเขาจะกลายเป็นคู่แข่งในการแย่งตำแหน่งของฟาเบรกาสอย่างแน่นอน

นักเตะคนอื่นๆ

ก็ไม่ได้จะบอกว่าพวกเขาเหล่านี้มีหน้าที่และความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาต้องมีก็คือการหาแนวทางการเล่นเพื่อยกระดับให้ตัวเองเป็นกองกลางระดับท็อปให้ได้ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องยากมากๆ

แต่เมื่อเวลาเกือบ 15 ปีที่แล้ว หนุ่มน้อยฟาเบรกาสประเดิมสนามให้กับอาร์เซน่อล ตอนนั้นเขามีทั้งการจับบอลและเทคนิคที่ยอดเยี่ยม ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเขาจะกลายเป็นกองกลางอนาคตไกลในยุคนี้

เขาเป็นกองกลางที่ไม่เน้นความเร็วและไม่เน้นเข้าปะทะ แต่มิดฟิลด์สแปนิชรายนี้ก็สร้างชื่อให้ตัวเองด้วยการจ่ายบอลอันหลักแหลม รวมถึงคิดไวทำไวในการเล่นแต่ละครั้ง และนั่นก็เป็นจุดเด่นของเขาในการเล่นฟุตบอลมานานแล้ว

ในลีกยุคก่อน นักเตะที่ชอบเข้าปะทะหนักๆ ได้รับการจับตาดูอย่างเข้มงวด ทำให้นักบอลสายทักษะและเทคนิคเริ่มฉายแววมากขึ้น 2-3 ปีหลังจากที่ฟาเบรกาสประเดิมสนามให้ปืนใหญ่ นักเตะอย่างรอย คีน และ แพทริค วิเอร่า ได้โบกมือลาฟุตบอลอังกฤษ สตีเว่น เจอราร์ด ถูกโยกตำแหน่งจากกองกลางริมเส้นมาคุมเกมตรงกลางสนามแทน ขณะที่นักเตะที่เป็นต้นแบบของกองกลางในลีกตอนนี้อย่าง โคลด มากาเลเล่ ก็ได้รับการพูดถึงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ส่วนแข้งที่โดดเด่นในยุโรปยุคต่อมา มีทั้ง เดโก้, ชาบี, อันเดรส อิเนียสต้า, ชาบี อลอนโซ่, พอล สโคลส์, อันเดร ปีร์โล่ รวมถึงตัวฟาเบรกาสด้วย  หลังจากที่อยู่อาร์เซน่อลมาอย่างยาวนาน เขาเลือกที่จะกลับไปบาร์เซโลน่าสโมสรในวัยเด็กของเขา เพื่อเป็นตัวแทนของชาบีที่กำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของการค้าแข้งแล้ว ซึ่งโค้ชที่ลุ่มหลงเกี่ยวกับการครองบอลของบาร์ซ่าในตอนนั้นรู้ดีว่าจะใช้งานฟาเบรกาสอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

7 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฟาเบรกาสในวัย 31 ปีตอนนี้ได้ตกที่นั่งลำบากจากการเป็นแค่ผู้เล่นในม้านั่งสำรองของเชลซี แม้เขาจะเป็นอะไหล่ชั้นดีสำหรับซาร์รี่อยู่บ้าง แต่ฟุตบอลก็พัฒนาต่อไปอย่างรวดเร็วและโหดร้ายเกินกว่าที่นักเตะบางคนจะปรับตัวได้จริงๆ

การบีบสูงขึ้น การพยายามครอบครองไว้กับตัว และการวิ่งขึ้นลงตลอดทั้งเกม นั้นเป็นรูปแบบการเล่นที่ไม่ปราณีกับฟาเบรกาสเลย นอกจากนี้เขายังช่วยสนับสนุนข้อเท็จจริงที่ว่ารูปแบบการเล่นนี้ช่วยให้ทีมดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าแบบเดิมเป็นไหนๆ

กลับไปสู่จุดที่คุ้นเคย    

วิคโก ทาราซอฟ ตัวร้ายในภาพยนตร์เรื่อง ‘จอห์น วิค’ กล่าวไว้ว่า “ผู้คนไม่เคยเปลี่ยน เวลาต่างหากที่เปลี่ยน”

โลกฟุตบอลที่คุ้นเคยของฟาเบรกาสเปลี่ยนแปลงไป และค่อนข้างโหดร้ายสำหรับเขา ในตอนนี้ทีมมีทั้ง รอสส์ บาร์คลีย์ ที่เริ่มกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง และ ก็องเต้ที่สามารถวิ่งได้ตลอดเกมไม่มีหมด    

4 ปีก่อนหน้านี้ ฟาเบรกาสกลับมาที่อังกฤษอีกครั้งโดย โจเซ่ มูรินโญ่ และเป็นผู้เล่นสำคัญในแดนกลางของทีม พร้อมกับช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ แต่ในเวลาต่อมาความสำคัญของเขาที่มีต่อทีมเริ่มลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว เมื่อชายที่ชื่อ อันโตนิโอ คอนเต้ เข้ามา กุนซือิตาเลี่ยนเน้นความหนักแน่นในการเล่นมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นรากฐานของทีมในปัจจุบัน

ไม่มีอะไรบอกได้ว่าอาชีพค้าแข้งของฟาเบรกาสอยู่ในระดับสูงสุดที่เชลซีหรือจบลงที่นี่ แต่สัญญาณที่แสดงให้เห็นก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีเท่าไหร่นัก แต่สำหรับแฟนบอลที่ชื่นชอบดูฟุตบอลที่เล่นด้วยความสร้างสรรค์และชาญฉลาด การเห็นเขาทำได้แค่ใส่เสื้อแจ็คเก็ตนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองคงจะน่าเศร้าไม่น้อย

บางทีสิ่งที่ควรจะทำในตอนนี้คือการย้ายกลับไปสโมสรเก่าในวัยเด็ก ทีมที่เน้นการครอบครองบอลมากกว่าสิ่งอื่นใด และรู้วิธีดึงความสามารถของเขาออกมาได้จริงๆ แต่ถ้าไม่ใช่แบบนั้น มีความคิดอะไรดีๆ อีกมั้ยล่ะ?

ติดตามเนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ FOURFOURTWO.COM