เดี๋ยวรู้เลย : สาเหตุที่การซื้อตัวในฤดูกาลนี้ของ ซิตี้ (อาจ)จะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ลีก ?

Pep Guardiola

มันเร็วเกินไปหรือเปล่าที่จะบอกว่า แมนฯ ซิตี้ จะหมดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้ ? ... ไม่เลย นี่คือคำยืนยันจาก สตีเฟ่น ทูดอร์ นักเขียนของ FFT ที่กาชื่อ ซิตี้ ออกจากตำแหน่งแชมป์ของพรีเมียร์ลีกไปแล้ว ทว่าเขายังเชื่อว่าการเสริมทัพของเรือใบสีฟ้าจะพาพวกเขาไปใกล้ถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกในอนาคตอย่างแน่นอน

สัปดาห์ที่ผ่านมา เจมี่ เร้ดก์เเน็ปป์ กลายเป็นกูรูรายล่าสุดที่เชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะประสบความสำเร็จในระยะยาวเพราะมีระบบอคาเดมี่ที่แข็งแกร่ง ลูกชายของเขาลงเล่นให้กับทีมเรือใบสีฟ้ารุ่นอายุต่ำกว่า 8 ปี และมีโอกาสได้ลงสนามพบกับ เชลซีจูเนียร์ ก่อนที่เขาจะให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า "เป้าหมายของ ซิตี้ ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง เพวกต้องการเป็นที่สุดของที่สุดในทุกรุ่นอายุของการแข่งขัน"

หลักฐานทั้งหมดบ่งบอกว่าพวกเขากำลังอยู่บนทิศทางทีดีเยี่ยมสำหรับการเข้าปะทะความสำเร็จตามเป้าหมาย ความคาดหวังสำหรับทีมชุดใหญ่คือสิ่งที่ไม่มีคำว่าผ่อนปรนใดๆทั้งสิ้นนั่นคือสิ่งที่ค่อนข้างแปลกประหลาดที่พวกเขาทำ

ในฤดูกาลก่อนพวกเขาลงทุนไปอย่างมากมายกับระบบเยาชน การได้รับรางวัลตอบแทนคุ้มค่าทั้ง 4 ทีมในทุกระดับอายุ นอกจากนี้ ซิตี้ ชุดยู 14 ยังเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ดไปได้ถึง 9-0 จนกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา

ความจริงคือการห้ำหั่นกันระหว่าง ซิตี้ และ ยูไนเต็ด ในแง่ของระบบเยาวชนกำลังเว้นระยะห่างมากขึ้นและดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ มีการขู่ว่าจะไม่ลงเล่นตามโปรเเกรม โดยมีการกล่าวอ้างถึงการรวมตัวบุคลากรที่พร้อมทุ่มเงินดึงตัวเข้ามาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและเเน่นอนว่าความเดือดดาลก็เพิ่มเติมขึ้นมาพร้อมกันๆ

การตอบสนองของ แมนฯ ซิตี้ เป็นเพียงการยักไหล่ไม่สนใจกับเรื่องแบบนี้ พวกเขามองไกลกว่านั้น พวกเขาต้องการสร้างนักเตะที่ดีที่สุดในทุกตำแหน่งในทีมอคาเดมี่ของพวกเขา ในฐานะที่มีโครงสร้างเยาวชนที่แข็งแกร่งจากบริษัทอคาเดมี่ชั้นนำอย่าง แอสไปร์ นั่นคือวิสัยทัศน์และความทะเยอะทะยานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งเเบบเต็มรูปแบบของสโมสร

การเริ่มต้นครั้งใหม่

มันเป็นเรื่องปกติอยู่เเล้วที่เราจะได้เห็นจากตัวกุนซืออย่าง เป็ป กวาร์ดิโอล่า

มันไม่ใช่แค่สถิติของ กวาร์ดิโอล่า เท่านั้นที่ยืนยันถึงเรื่องนี้ เขาเป็นโค้ชที่มีแนวทางที่ชัดเจนไม่มีข้อยกเว้ใดๆทั้งสิ้น การเข้ามาของเขาคือต้องการสร้างโครงสร้างหลักของทีมชุดใหญ่ให้มีเอกลักษณ์และนี่คือสิ่งที่ทีมชุดของ มานูเอล เปเยกรินี่ ขาดหายไป เขาจะสร้างรูปแบบการเล่นที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของทีมที่เขานำเข้ามาและมันจะคงอยู่จนวันที่เขาก้าวออกไป

Pep Guardiola

ด้วยข้อจำกัดของ FFP(กฎการเงินของฟุตบอล) อาจทำให้สโมสรและเป็ปไม่อาจซื้อนักเตะแบบจัดหนักได้มากนักขณะที่แฟนๆของพวกเขาอยากเห็นการยกเครื่องครั้งใหญ่ในซัมมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ความเป็นจริงคือนี่คือซีซั่นที่ต้องประคองตัวจากภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆก่อน

อิลคาย กุนโดดัน คือนักเตะรายแรกในยุคของ เป็ป เขาคือมิดฟิลด์ที่เปี่ยมไปด้วยเทคนิคและสามารถคุมเกมได้แต่เขาคือนักเตะที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนบ่อยๆและนั่นคือสิ่งที่ซิตี้ต้องเดิมพันกับดีลนี้ การเข้ามาของ กุนโดกัน ส่งสัญญาณว่าถึงช่วงท้ายยุคสมัยตำนานสโมสรอย่าง ยาย่า ตูเร่ เเล้ว แต่มิดฟิลด์ชาวไอวอรี่โคตส์ก็ยังคงมีบทบาทต่อทีมอยู่บ้างในช่วงเวลานี้

หนึ่งเดือนต่อมา โนลิโต้ ก็เข้ามาเป็นรายที่สอง และการเข้ามาของดาวเตะทีมชาติสเปนส่งให้ วิลฟรีด โบนี่ ต้องย้ายออกจากทีมไปเพื่อการยกระดับแนวรุกของทีม ในขณะเดียวกันการเซ็นสัญญากับ โอเล็กซานเดร ซินเชนโก้ เพลย์เมคเกอร์ชาวยูเครนวัย 20 ปี ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในศึกยูโร 2016 ที่ผ่านมาก็ตามมาติดๆ แน่นอนว่าเขาต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองจนเป็นตัวสแตนบายที่มีคุณภาพในตำแหน่งของ เควิน เดอ บรอยน์

ปรับสู่โหมดอดทน

ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคมมีการยืนยันว่า ซิตี้ จะได้นักเตะใหม่ถึง 3 คนเลยทีเดียว

เลรอย ซาเน่ คือนักเตะรับสตาร์ที่เข้ามาสร้างความฮือฮา ดาวเตะวัย 20 ปีเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตภายใต้การดูแลของ เป็ป , กาเบรียล เฮซุส กองหน้าจากบราซิลอาจจะสร้างความสงสัยอยูบ้างแต่เขาก็ได้รับการเปรียบเทียบกับ เนย์มาร์ และนี่ควรเป็นดีลที่พวกเขาควรจะดีใจ เช่นเดียวกับ มาร์ลอส โมเรโน่ เด็กหนุ่มที่มีความเฉลียวฉลาดและสร้างความตื่นตาตื่นใจได้บนยูทูป

ทั้ง 3 คนนี้แสดงให้เห็นว่า ซิตี้ จะวางรูปแบบใหม่สำหรับซัมเมอร์ที่จะถึง และจะเห็นได้ว่า เป็ป นั้นจัดลำดับความสำคัญสำหรับอนาคตมากกว่าที่จะเน้นการเสกความสำเร็จแบบปัจจุบันทันด่วน คำถามและความประหลาดใจเกิดขึ้นมากมายไม่ใช่เพียงแค่ในส่วนของเกมรุกเท่านั้น

ในฤดูกาลนี้เกมแดนกลางของพวกเขาต้องพึ่งพา แฟร์นันดินโญ่ เป็นอย่างมาก กองกลางรายนี้เป็นเหมือนถังพลังงานของทีม และในตำแหน่งฟูลแบ็คทั้งสองฝั่งที่ต้องทำงานหนักอย่างมากก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขมากมายนัก กวาร์ดิโอล่า อาจจะถูกยกย่องว่าคือกุนซือในระดับอัจฉริยะแต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ใช้ในตอนนี้ การสับเปลี่ยนตำแหน่งและวิธีการเล่นสำหรับ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ และ เฟร์นันโด เรเกซ จะสามารถเอาชนะคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกได้จริงหรือไม่ ?  น่าสนใจว่า เป็ป เชื่อแบบนั้นหรือเปล่า ?

เพื่อวันข้างหน้า

การปล่อยยืมตัวทั้ง ซินเชนโก้ และ โมเรโน่ คือเรื่องที่ยังถูกพูดถึงในแง่ขอความกังวลว่า ซิตี้ จะซื้อมาเพื่อปล่อยยืมตลอดกาลเเบบที่เชลซีทำอยู่บ่อยๆหรือไม่ ? แน่นอนว่าพวกเขามีศูนย์ฝึกเยาวชนที่ยอดเยี่ยมแต่ทั้ง 2 คนนั้นมีศักยภาพมากกว่าที่จะลงเล่นให้กับทีมชุดยู 21 และจากคำพูดของ เร้ดก์แน็ปป์ ก็ยืนยันว่า ซิตี้ ต้องการสร้างกลุ่มนักเตะที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งการทำเช่นนี้นับว่าเป็นการพัฒนาพวกเขาในทิศทางที่ถูกต้องมากกว่า

Leicester 4-2 Man City

ในขณะเดียวกันดีลของ ยาย่า ตูเร่ กับ อินเตอร์ มิลาน ก็ล้มเหลว ส่วนในแนวรับก็มีนักเตะที่ติดตามมาตลอดซัมเมอร์อย่าง เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ และ จอห์น สโตนส์ อีกทั้งยังปิดท้ายด้วยการตัดความสำคัญของ โจ ฮาร์ท ขวัญใจของแฟนบอลออกจากทีม

จริงอยู่ที่ สโตนส์ ย้ายเข้ามาด้วยค่าตัวในระดับที่เป็นสถิติ ควบคู่กับการเข้ามาของ เคลาดิโอ บราโว่ แต่ความคาดหวังที่จะเห็นแนวรับของทีมแข็งแกร่งขึ้นจะยังไม่ได้รับการตอบแทนจากทั้ง 2 รายนี้ เกมรับของ ซิตี้ ยังดูรั่วและไร้ความแน่นอนและหากทีมกับปีที่ผ่านมาพวกเขาดูจะลดประสิทธิภาพลงอีกต่างหาก และนี่คือความรู้สึกที่ไม่สามารถซ่อนไว้ได้

ซิตี้ ในมาดโฉมใหม่ภายใต้การทำทีมของ เป็ป มุ่งเน้นเเต่การจัดแต่งแนวรุกให้ตระการตาแต่ละเลยการดูและหลังบ้านให้เเข็งแกร่งนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าผลงานในแง่ของคุณภาพและตัวเลขดูเหมือนว่ายังไม่เป็นชิ้นเป็นอันตามที่ใครต่อใครคาดหวังไว้

ในปีที่จะถึงนี้แฟนๆของ ซิตี้ อาจจะยังไม่มองว่าการเสริมทีมในซัมเมอร์ที่ผ่านมาจะนำมาซึ่งความสำเร็จได้ … แต่นักเตะที่มีพรสวรรค์อย่าง ซาเน่ , เฮซุส และ ชินเซนโก้ กำลังต้องการเวลาเพื่อพัฒนาอีก ในตอนนี้สิ่งหนึ่งที่ซิตี้ต้องทำคือการยอมทำทุกทางที่นึกออกเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปให้ได้โดยเจ็บตัวให้น้อยที่สุด