เด็ก “วินนี่” / กิ๊กส์หลง / ซัวเรซขอแลกเสื้อ...อุมัร อับดุลเราะห์มาน : พ่อมดแห่งยูเออี

แม้อายุเพียง 25 ปีแต่เพลย์เมคเกอร์ผู้นี้ก็ผ่านอะไรมากมายเหลือเกิน และทีมชาติไทยจะต้องเจอกับเขาในเกมสุดสำคัญของศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก อุมัร อับดุลเราะห์มาน ชายที่ว่ากันว่าเป็นนักเตะเอเชียที่ดีที่สุดที่ยังไม่ได้ไปค้าแข้งในทวีปยุโรป 

วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้ให้โอกาส

จากครอบครัวที่มีรากเหง้ามาจากเยเมน อุมัรกลับเกิดในกรุงริยาดห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นน้องคนสุดท้องของพี่ๆทั้ง 5 คน เขามีดีเอ็นเอนักฟุตบอลอยู่ในสายเลือด เนื่องจากคุณพ่อ อับดุลเราะห์มาน อาเหม็ด ก็เคยเป็นนักเตะมาก่อน เช่นเดียวกับพี่ชายทั้ง 3 อย่างอาเหม็ด, คาเล็ด และโมฮัมเหม็ด

ด้วยความที่เป็นชนชั้นแรงงาน ทำให้การเตะลูกหนังของอุมัรไม่ได้เริ่มต้นจากพื้นหญ้านิ่มๆ หากแต่เป็นพื้นถนนใกล้ๆกับสนามปรินซ์ ไฟซาล บิน ฟาฮัด สเตเดี้ยม ด้วยทักษะลูกหนังแบบฟุตซอลทำให้ไปเตะตาแมวมองของอัล ฮิลาล ทีมยักษ์ใหญ่ของซาอุฯ จึงถูกเชิญให้ไปทดสอบฝีเท้าและเซ็นสัญญา พร้อมกับจะมอบสัญชาติซาอุดีอาระเบียให้

อย่างไรก็ตามเนื่องจากทางสโมสรยินดีจะทำให้กับตัวเขาเพียงคนเดียว ทำให้คุณพ่อปฏิเสธไป และทางอัล ไอน์ ที่ได้ล่วงรู้ถึงกิตติศัพท์ของอุมัรและพี่ชายเช่นกันก็ได้เข้ามาเสียบแทน โดยพาพวกเขาไปร่วมเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกับทีมที่เยอรมนี และจัดแจงโอนสัญชาติเป็นยูเออีให้ทั้งครอบครัวพร้อมกับย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากที่นั่น ขณะเดียวกันเขาและพี่ชายอีก 2 คนคือคาเล็ดและโมฮาเหม็ดก็ได้เข้าร่วมเป็นเด็กปั้นของสโมสร

อับดุลเราะห์มานกล่าวกับโฟร์โฟร์ทูว่า “ผมอยากจะเป็นนักฟุตบอลมาตลอด ผมมักจะเล่นกับพี่ชายของผมแต่ก็เป็นอาเหม็ดกับพ่อนี่ล่ะที่ดูแลผม ให้ความสนใจผมมากกว่าใครและช่วยผมพัฒนาฝีเท้าตัวเองมาตลอด ซึ่งความจริงแล้วทั้งครอบครัวก็สนับสนุนผมนะ พวกเขามีอิทธิพลอย่างมากสำหรับผมในการค้าแข้ง ผมเชื่อว่าที่ตัวเองพัฒนามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะความช่วยเหลือของพวกเขารวมถึงความตั้งใจของตัวผมเอง”

จากการที่โชว์ฟอร์มได้เตะตา วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชุดใหญ่ของอัล ไอน์ ในทัวร์นาเม้นต์ระดับนานาชาติรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีที่ทางสโมสรจัดขึ้นซึ่งอุมัรคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ เขาก็ได้ประเดิมสนามระดับอาชีพในเกมลีก คัพ กับอัล อาห์ลี ด้วยวัยเพียง 17 ปี เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2009

อย่างไรก็ตามเจ้าตัวก็ต้องรอเกือบ 3 เดือนกว่าจะได้เปิดซิงในเกมลีกนัดที่ชนะอัจมาน 5-0 เมื่อวันที่ 18 เมษายน และใช้เวลาอีกไม่ถึงเดือนดีในการทำประตูแรกในลีกได้ในเกมกับอัล อาห์ลี ทีมแรกที่เขาเผชิญหน้าเป็นครั้งแรกในทีมชุดใหญ่

ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาหยุดได้อีกแล้ว เพราะถัดจากนั้นอุมัรก็กดอีก 2 ตุงบนเวทีลีกสูงสุดในระยะเวลาห่างกันเพียง 9 วัน และมีส่วนช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีก คัพ และเพรสซิเดนท์ คัพ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีของสโมสรที่มีถ้วยแชมป์ติดมือเลยทีเดียว

กับอัล-ไอน์ สโมสรที่อยู่ตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชน

เริ่มต้นกับทีมชาติ

หลังจากทำได้เพียงแค่ดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์เห็นนักเตะรุ่นราวคราวเดียวกันอย่าง อาเหม็ด คาลิล, ฮัมดาน อัล-คามาลี, อาลี มับคูต และ อาเมอร์ อับดุลเราะห์มาน ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และเข้าถึงรอบควอเตอร์ไฟนัลบอลโลกยู-20 แล้ว  ก็ถึงเวลาของเขาที่จะเริ่มฉายแสงบนเวทีระดับนานาชาติบ้าง

โดยทัวร์นาเม้นต์แรกของเจ้าตัวในฐานะนักเตะทีมชาติยูเออีก็คือศึกกัล์ฟ คัพ ระดับยู-23 ที่กาตาร์เป็นเจ้าภาพ ซึ่งอุมัรทำไป 1 แอสซิสต์จากการลงสนาม 4 นัดช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เป็นสมัยแรก จนถูกเรียกไปติดทัพต่อเนื่องในเอเชียน เกมส์ 2010 ที่ประเทศจีน

อย่างไรก็ตาม การเส้นทางเริ่มต้นของทัวร์นาเม้นต์นี้ไม่ได้สวยหรูสำหรับเขา เพราะเพียงแค่นัดแรกที่เจอกับฮ่องกง เจ้าตัวก็ถูกไล่ออกในนาทีที่ 88 จากการที่โดนใบเหลืองครบสองใบ ทั้งที่ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองได้เพียงครึ่งชั่วโมงเศษ นั่นทำให้โดนกักไป 1 นัดก่อนจะกลับมาได้ในเกมกับอุซเบกิสถาน

หลังจากผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์ ยูเออีก็ก้าวข้ามทีละด่านอย่างช้าๆและมั่นคงเช่นเดียวกับสถานะตัวจริงของเขาที่ไม่เคยหันหลังกลับไปที่ม้านั่งสำรองเลยนับตั้งแต่นั้น เริ่มจากเอาชนะคูเวต 2-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนจะเจอกับเกาหลีเหนือในรอบควอเตอร์ไฟนัล และต้องดวลกันถึงซัดเด้นเดธกว่าจะเอาชนะไปได้ 9-8

พอผ่านโสมแดงมาได้ ขุนพลชุดขาวก็ต้องเจอกับหนึ่งในตัวเต็งแชมป์อย่างเกาหลีใต้ในรอบตัดเชือก ที่มีสตาร์อย่าง จี ดง วอน, คู จา ชอล และ พาร์ค ชู ยอง ซึ่งใครๆก็มองว่าทัพโสมขาวจะผ่านเข้าไปชิงกับญี่ปุ่นที่เข้าไปรออยู่ก่อนหน้าหลังจากเฉือนชนะอิหร่านได้อย่างแน่นอน

แต่กลายเป็นว่าเกาหลีใต้ยิ่งเล่นยิ่งกดดันเมื่อทำอะไรทีมรองบ่อนอย่างยูเออีไม่ได้ เกมดำเนินไปอย่างอึดอัดจนกระทั่งถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บของการต่อเวลาพิเศษ อุมัรก็ไหลให้ อาเหม็ด อาลี ที่สอดขึ้นมาทางกราบขวายิงทางเสาไกลเข้าไปเป็นประตูชัยให้ทีมเข้าชิงเป็นครั้งแรก

แม้สุดท้ายจะลงเอยด้วยความปราชัยในนัดชิงชนะเลิศ แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนชาติในทวีปกลายๆว่า “โกลเด้น เจเนเรชั่น” ของยูเออีถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว…

อ่านต่อหน้าถัดไปเพื่อดูเรื่องราวระหว่างเขากับ หลุยส์ ซัวเรซ และ ไรอัน กิ๊กส์...