Talentspotter

เด็กบ้านๆไร้สตั๊ดสู่ดาวดวงใหม่ "เทพอินทรี" : ทวีคูณ ทองอ่อน

เขาก้าวสู่การเป็นนักเตะอาชีพบนลีกสูงสุดครั้งแรกในปีนี้ก่อนระเบิดฟอร์มจนถูกเรียกติดทัพช้างศึกU21 เป็นที่เรียบร้อย

We are part of The Trust Project What is it?

เรื่องเล่า 60 วินาที

เขาคือลูกหลานชาวอุบลราชธานีโดยกำเนิดที่ชื่นชอบฟุตบอลตั้งแต่จำความได้

ด้วยรักที่มีต่อฟุตบอลทำให้ “แหนม” ตัดสินใจไปคัดตัวกับโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี และได้เข้าเรียนที่นี่ในระดับชั้นมัธยมต้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้ฝึกทักษะลูกหนังอย่างจริงจังพร้อมโอกาสลงสนามเก็บประสบการณ์หลายรายการรวมไปถึงถ้วยใหญ่ระดับเยาวชนอย่างศึกไนกี้ พรีเมียร์ คัพ

หลังจบม.4 เขาเข้าคัดตัวกับ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่แม้จะมีชื่อติด ทว่าเขาเปลี่ยนใจกลับมาอยู่กับโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยสาเหตุที่ตอนนั้นเมืองทองฯ เตรียมส่งเขาไปเล่นกับสโมสรอื่นที่เป็นพันธมิตรกัน

อย่างไรก็ตามการตัดสินใจกลับมาอยู่โรงเรียนกีฬาอีกครั้งมันทำให้เขาได้พบจุดเปลี่ยนของชีวิตเมื่อได้มีโอกาสลงอุ่นเครื่องกับอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ซึ่งในเกมอุ่นเครื่อง เขาโชว์ฝีเท้าได้โดดเด่นจนไปเตะตา สก็อตต์ คูเปอร์ กุนซือ “เทพอินทรี” เข้าอย่างจัง โดยหลังจบเกมนั้นเฮดโค้ลอุบลฯ เดินเข้ามาคุยกับเขา และชักชวนไปร่วมฝึกซ้อมกับทีมทันที นั่นทำให้เขาได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักเตะอาชีพในเวลาต่อมา

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

จังหวะยิงไกลสุดสวยใส่สุโขทัย เอฟซี ที่ยังติดตามแฟนบอลอุบลฯ และ “ค้างคาวไฟ” อีกทั้งยังเป็นประตูแรกในการเล่นลีกอาชีพบนวัยเพียง 19 ปี รวมถึงการก้าวเข้าสู่ทัพช้างศึกครั้งแรกในชีวิตนั่นคงเป็นเหตุผลที่คุณคงอยากรู้จักเขามากขึ้น...

สก็อตต์ คูเปอร์ ส่งเขาลงสนามในลีกไปแล้ว 7 นัด ซึ่งที่ผ่านมามีเพียงเกมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เท่านั้นที่แพ้ 0-4 แต่นอกเหนือจากนั้นทุกเกมที่ “แหนม” ลงสนามเขามีส่วนช่วยให้ทีมมีแต้มติดมือทุกครั้ง

ความจริงย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เขาเคยเกือบพลาดโอกาสที่จะได้มาอยู่กับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด หลังเคยผิดคำสัญญากับ สก็อตต์ คูเปอร์ ที่นัดให้เขามาซ้อมฟุตบอลกับทีม แต่เขากลับไม่มาเพื่อฝึกซ้อมฟุตบอลที่โรงเรียนแทน

“ตอนนั้นผมไปกับอุ่นเครื่องกับทีมที่เจอ บุรีรัมย์ พอหลังอุ่นเสร็จเขาก็นัดซ้อมวันถัดไปผมก็รับปากกับ สก็อตต์ ว่าจะมา แต่ถึงวันซ้อมผมไม่ได้ไปเพราะต้องซ้อมกับที่โรงเรียนทำให้ สก็อตต์ โกรธมากจนเกือบไม่ได้เข้าไปซ้อมทีมอีกเลย แต่ก็มีพี่ๆในทีมช่วยอธิบายเหตุผลให้เขาฟัง สก็อตต์ ก็บอกนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายถ้ามีอีกเขาจะไม่เอาแล้ว หลังจากนั้นก็เข้าไปซ้อมกับทีมตลอดแล้วก็ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้อีก”

เมื่อได้รับโอกาสอีกครั้ง เขามุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อมจนมาถึงช่วงต้นเลกสองของซีซั่นนี้ ในเกมที่อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด เจอกับ ซุปเปอร์พาวเวอร์ คือวันที่บรรดาแฟนบอล “เทพอินทรี” ได้รู้จักดาวรุ่งที่ชื่อ ทวีคูณ ทองอ่อน เป็นครั้งแรก เมื่อ สก็อตต์ คูเปอร์ ส่งเขาลงเป็น 11 คนแรก ก่อนที่เกมวันนั้นจะจบลงด้วยชัยชนะของอุบลฯ ในท้ายที่สุด

และหากคุณยังจำกันได้กับประตูสุดสวยที่ถูกส่งออกจากเท้าของดาวรุ่งเบอร์ 28 ผ่านมือ ไพโรจน์ เอี่ยมมาก นายด่าน “ค้างคาวไฟ” พุ่งเสียบเสาอย่างสวยงามในเกมบุกเสมอ สุโขทัย เอฟซี 3-3 ที่ทุ่งทะเลหลวง สเตเดี้ยม เจ้าหนูคนนั้นก็คือเขานี่ล่ะ ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยให้ทีมแบ่งแต้มสำเร็จ มันยังเป็นการแจ้งเกิดของเขาอย่างเต็มตัวอีกด้วย

“จริงๆจังหวะนั้นมีติอาโก้ (ติอาโก้ ซานโตส) กับคาเลา (คาเลา เด ซูซ่า ซิลวา) วิ่งทำทางไปให้ แต่ผมจ่ายบอลช้าไปแล้ว ซึ่งตอนนั้นทางเดียวที่จะไม่เสียบอลคือต้องยิงเท่านั้นเลยตัดสินใจยิงไกลเลย ตอนแรกไม่คิดว่าจะเข้าหรอก(ฮา)”

นาทีที่ 3.30 ของคลิป

แม้เพิ่งก้าวสู่ลีกอาชีพไม่ถึงปี แถมยังเป็นลีกสูงสุดครั้งแรก แต่เขาก็สามารถทำผลงานได้ดีเกิดคาดถึงขนาดเป็นที่ไว้ใจกุนซือจอมเนี๊ยบอย่าง สก็อตต์ คูเปอร์ ส่งเขาลงสนามในลีกไปแล้ว 7 นัด ซึ่งที่ผ่านมามีเพียงเกมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เท่านั้นที่แพ้ 0-4 แต่นอกเหนือจากนั้นทุกเกมที่ “แหนม” ลงสนามเขามีส่วนช่วยให้ทีมมีแต้มติดมือทุกครั้ง กระทั่งถูกเรียกตัวเข้ามาติดทัพช้างศึก รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และถือเป็นการเข้าสู่เส้นทางทีมชาติครั้งแรกในชีวิตของดาวรุ่งชาวอุบลฯผู้นี้อีกด้วย 

เรียกได้ว่าหากเอ่ยถึงดาวรุ่งมาแรงที่สุดของอุบล ยูเอ็มที คงหนีไม่พ้นชื่อของ ทวีคูณ ทองอ่อน คนนี้แน่นอน…

จุดแข็ง

เขาสามารถเล่นได้ทั้งกองหน้า และถอยลงมาเล่นตรงกลางเพื่อทำเกมให้เพื่อนร่วมทีม ส่วนเรื่องใจสู้ก็ไม่เป็นสองรองใคร แม้ที่ผ่านมาต้องเจอบรรดายักษ์ใหญ่ทั้ง บุรีรัมย์, เชียงราย, ชลบุรี หรือกระทั่ง บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่เต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าดี แต่เขาก็ไม่หวั่น และพร้อมใส่เกินร้อยเสมอ

จุดอ่อน

ความแข็งแกร่งของร่างกายคือสิ่งที่เขาต้องเพิ่มกล้ามเนื้อให้หนากว่านี้สำหรับต่อกรคู่แข่งในลีกสูงสุด

รู้หรือไม่

กว่าจะมาเป็นนักเตะอาชีพเหมือนทุกวันนี้ ความจริงย้อนกลับไปสมัยที่เขาเดินทางมาคัดตัวที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยความที่ฐานะทางบ้านยากจน “แหนม” มีเพียงรองเท้าผ้าใบหนึ่งคู่เท่านั้นในขณะที่เด็กคนอื่นๆมีรองเท้าสตั๊ดสวมใส่ลงสนาม ก่อนที่อาจารย์ที่ดูแลการคัดเลือกจะมาเห็นจึงให้เขายืมสตั๊ดมาใส่ กระทั่ง “แหนม” ได้โชว์ฝีเท้า และศักยภาพของตัวเองออกมาได้เต็มที่จนเดินตามฝันแรกได้สำเร็จนั่นคือการได้เรียนที่โรงเรียนกีฬาอุบลฯ

ติดตามตอนต่อไป

ปีแรกกับการเล่นลีกอาชีพ และเป็นลีกสูงสุดของเมืองไทยในวัยเพียง 19 ปี บวกกับโอกาสติดทีมชาติไทยคร้งแรกในชีวิต เรียกได้ว่าเป็นก้าวกระโดดอย่างมากสำหรับดาวรุ่งจาก อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด รายนี้ แต่ยังมีสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้ และเก็บประสบการณ์อีกมาก อย่างไรก็ตามเชื่อได้ว่าในปีหน้าภายใต้การบ่มเพาะของ สก็อตต์ คูเปอร์ เขาน่าจะขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมอย่างเต็มตัวแน่นอน

“ก่อนหน้านี้ผมก็เคยคิดเล่นๆว่าจะมาเล่นที่อุบลฯ เพราะเป็นทีมบ้านเกิดด้วยแล้วก็ได้มาจริงๆ ปีนี้ต้องบอกว่าเป็นปีที่ดี แต่สำหรับผม ผมคิดว่าเรายังต้องพัฒนาอีกเยอะ และมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมากกับการเล่นที่นี่ ตอนนี้ผมดูพี่เจ(ชนาธิป สรงกระสินธ์) เป็นตัวอย่าง เพราะเขาเป็นคนขยัน ไม่เคยยอมแพ้จนได้ไปเล่นที่ญี่ปุ่น วันหนึ่งผมก็อยากทำให้ได้แบบนั้นบ้าง”

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่ FourFourTwo Thailand