เด็กเจ๋งเก่งแน่ (?) : 7 แข้งจิ๋วที่โด่งดังตั้งแต่อายุไม่ถึง 10 ขวบ

นี่คือ 7 แข้งตัวจิ๋วผู้สร้างปรากฏการณ์ในโลกฟุตบอลตั้งแต่อายุไม่ถึง 10 ขวบ ทั้งในอดีต และปัจจุบัน บางรายต้องเกาะรั้วดูเพื่อนเล่นฟุตบอลก่อนจะแสดงพรสวรรค์จนโด่งดัง บางรายถูกยกให้เป็นความหวังทีมชาติไทยในอนาคตอันใกล้นี้ แต่พวกเขาคือใคร และเก่งกาจแค่ไหนติดตามที่นี่

น้องพี สุวิน

เชื่อว่าหลายคนที่ได้ดูคลิปเจ้าหนูมหัศจรรย์รายนี้โชว์ยิงบอลชนคานติดต่อกันถึง 3 ครั้ง ย่อมตะลึงในความสามารถแน่นอน เพราะขนาดผู้ใหญ่บางรายยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่แข้งจิ๋ววัย 7 ขวบ กลับทำมันได้อย่างง่ายดาย…

น้องพี สุวิน เด็กน้อยชาวมอญ ผู้เคยเกาะรั้วดูเด็กวัยเดียวกันเล่นฟุตบอลอย่างสนุกสนาม ก่อนจะได้รับโอกาสจาก อ.สมบัติ ลีกำเนิดไทย อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย และเจ้าของอะคาเดมี่ "Inter Thailand Academy" หยิบยื่นโอกาสให้เข้ามาฝึกซ้อมกับทีม และกลายเป็นที่โด่งดังในโลกโซเชี่ยลชั่วข้ามคืน หลังโชว์ทักษะยิงบอลชนคาน 3 ครั้งติดต่อกันเพื่อแลกกับลูกฟุตบอลลูกแรกในชีวิต ผ่านรายการซูเปอร์เท็น (Super 10) ของช่อง Workpoint ทำเอาคณะกรรมการ และผู้ชมในสตูดิโออึ้ง และทึ่งในความสามารถของเจ้าหนูรายนี้ไปตามๆกัน

หลังจากนั้นมีสื่อช่องต่างบุกสัมภาษณ์ถึงสนามฝึกซ้อม รวมทั้งผู้ใช้โซเชียลที่แห่แชร์คลิปน้องพี ในโลกออนไลน์มากมาย ไม่เว้นแม้กระทั่ง 2 สตาร์แห่งทัพช้างศึกอย่าง ธีราทร บุญมาทัน และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ต่างยอมรับ และให้กำลังเจ้าหนูรายนี้ โดยแบ็คซ้ายกัปตันทีมชาติไทย ถ่ายภาพคู่ลงไอจี ส่วนตัวพร้อมมอบรองเท้าคู่ที่ใส่นัดชิงซูซูกิ คัพ 2016 เป็นรางวัลตอบแทนความประทับใจ ส่วน จอมทัพช้างศึก ซึ่งเป็นไอดอลลูกหนังของน้องพี กล่าวอวยพรเจ้าหนูรายนี้ พร้อมเผยว่าวันหนึ่งอาจจะร่วมเล่นด้วยกันในอนาคตก็เป็นได้ สร้างความฮือฮา และความประทับใจต่อแฟนบอลเป็นอย่างมาก

ความสามารถอันโดดเด่นเกินวัย ทำให้หลายสโมสรในเมืองไทย ติดต่อขอตัวไปร่วมทีม หนึ่งในนั้นคือยักษ์ใหญ่ไทยลีกอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และมันอาจดูเป็นเรื่องดี ทว่าความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเป็นเรื่องยากที่เด็ก 7 ขวบจะรับมือไหว ไหนจะเรื่องตัดสินใจเลือกสโมสรเพื่อร่วมทีมในอนาคต, ความเป็นอยู่, สภาพแวดล้อมใหม่ๆที่ต้องเจอ และคงไม่ดีแน่หากโอกาสที่เข้ามาจะกลับกลายเป็นผลรายต่อเจ้าหนูรายนี้

อย่างไรก็ตาม  อ.สมบัติ ลีกำเนิดไทย ผู้ปลุกปั้นน้องพี ขอรับหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจอนาคตของลูกศิษย์ด้วยตนเอง เพราะพ่อ และแม่ของน้องพี ไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอล จึงอาจไม่เข้าใจ และตันสินใจไม่ถูก  ซึ่งอ.สมบัติ ยืนยันว่า แม้หลายทีมจะติดต่อมา แต่ยังไม่ปล่อยให้ไปร่วมทีมไหนแน่นอน โดยให้เหตุผลว่า อยากให้ลูกศิษย์คนเก่งมีวิถีชีวิตตามเดิม ค่อยๆเปลี่ยนทีละน้อย ไม่ใช่แบบก้าวกระโดดที่อาจส่งผลร้ายกลับมา และน้องพี เองยังมีสิ่งที่ต้องฝึกอีกมาก ซึ่งหากถึงเวลาเมื่อไรก็จะปล่อยตัวไปเพื่อโอกาสสู่การเป็นนักเตะอาชีพแน่นอน

และเวลานี้น้องพี ยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากสังคมต่อเนื่อง ซึ่งน่าติดตามเหลือเกินว่าอนาคตของเจ้าหนูยอดนักเตะรายนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

คอร์บิน เมอร์เรย์

“นิวส์เบคแฮม” คือฉายาที่เจ้าหนูรายนี้ได้รับการขนานนามจากสื่ออังกฤษที่ตั้งตามลีลาการยิงฟรีคิกซึ่งท้วงท่า และความแม่นยำไปคล้ายคลึงกับ เดวิด เบคแฮม อดีตตำนานทีมชาติอังกฤษ จนได้รับฉายาดังกล่าว

คอร์บิน เมอร์เรย์ แข้งจิ๋วลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ วัย 9 ขวบ คือหนึ่งในดาวรุ่งที่สร้างเสียงฮือฮาในโลกโซเชียล ไม่ใช่หน้าตาอันน่ารัก หากเป็นทักษะลูกหนังของเขาหลังโชว์การปั่นฟรีคิกสุดสวย ด้วยการยิงไกลในทัวร์นาเม้นต์ระดับเยาวชนกับสโมสร วู้ดแบ้งค์ จูเนียร์ ที่ สนามคัมป์ นู ของ บาร์เซโลน่า

คลิปการทำประตูในแมตช์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ รวมถึงสื่อชื่อดังอย่างเดลี่ มิร์เรอจนชื่อ และฝีเท้าไปเตะตาสโมสรในลีกอังกฤษ และถูกติดต่อจากสโมสรดังๆมากมายไม่ว่าจะป็น ลิเวอร์พูล, เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แบล็คเบิร์น และทีมบ้านเกิดอย่าง บิวรี่  ซึ่งดูเหมือนโอกาสลงเอยกับลิเวอร์พูล น่าจะเป็นความจริงที่สุดเมื่อคุณปู่ของคอร์บินนั้น เป็นสเกาเซอร์ (ชาวพื้นเมืองลิเวอร์พูล) โดยกำเนิดอีกทั้งเคยเล่นให้กับทีมท้องถิ่นในเมอร์ซีย์ไซด์ มาแล้วรวมถึงเจ้าตัวเองก็เป็นสาวก “หงส์แดง” เช่นเดียวกัน

ทว่าด้วยเหตุผลที่บ้านตั้งอยู่ในเมืองบิวรี่ ซึ่งไกลจากลิเวอร์พูล การจะเดินทางไปซ้อมค่อนข้างลำบาก ส่งผลให้ตัดสินใจเลือกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยู่ใกล้บ้านมากกว่าแทนทีมรักที่ต้องตัดใจไปเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งเรื่องสุขภาพ และการเรียน

แน่นอนว่าการตัดสินใจสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพย่อมต้องทุ่มเทกับสิ่งที่เลือกมากกว่าเดิม โดยเฉพาะอะคาเดมี่ของสโมสรระดับยักษ์อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิ่งทำให้เขาต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เพราะผลที่ตามมาคือซ้อมหนักขึ้น ใช้ชีวิตอย่างมีระบบระเบียบเพื่อรักษาสภาพร่างกายให้สมบูรณ์ นั่นทำให้มีสังคมภายนอกสนามน้อยมาก เพราะขณะที่เด็กคนอื่นมีเวลาเล่นกับเพื่อนหรืออยู่กับครอบครัว เขากลับต้องเดินทางไปแข่งฟุตบอลกับทีมตลอดเวลา

ด้วยวัยเพียง 9 ขวบ ความเหนื่อยล้ากับโปรแกรมชีวิตในแต่ละวันของเจ้าหนูคอร์บิน ย่อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่เพื่อความฝันสู่การเป็นนักเตะอาชีพก็ต้องยอมแลกชีวิตวัยเด็กของตัวเอง และที่สำคัญ คอร์บิน เคยยืนยันกับคุณแม่ของเขาว่าอยากจะติดทีมชาติไทยในอนาคต แต่ก็ต้องรอดูต่อไปว่าสุดท้ายวิถีชีวิตบนถนนสายลูกหนังเจ้าของฉายา “นิวส์ เบ็คแฮม” จะเป็นอย่างไร เพราะเส้นทางยังอีกยาวไกล และมีสิ่งที่รอให้เขาพิสูจน์ตัวเองอีกมากมาย