เด็กเรียนดี/รานิเอรี่ผู้มีพระคุณ/เข้าไม่ได้กับสตีวี่จี : ร่ำลาตำนาน...'แฟรงค์ แลมพาร์ด'

เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2013 แซม พิลเจอร์ คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟร์ทูมีโอกาสนั่งพูดคุยกับอดีตแข้งของเวสต์แฮม, เชลซี และทีมชาติอังกฤษรายนี้ถึงเรื่องราวตลอดเส้นทางลูกหนังของเขา

อะไรที่แมตช์สุดโปรดของคุณในสมัยที่มีโอกาสได้ดู “แฟรงค์ ซีเนียร์” พ่อของคุณลงเตะ? แล้วคุณเคยไปดู “แฮร์รี่ เรดแนปป์” ลุงของคุณแข่งด้วยหรือไม่?

จีโน่ จากเฟสบุ๊ค

มันคือแมตช์สุดท้ายก่อนที่เขาจะเลิกเล่นที่สนามอัพตัน พาร์คปี 1985 ซึ่งตอนนั้นผมอายุได้เพียง 6 ขวบ พี่เลี้ยงของผมชอบพาผมไปดูเกมที่สนามเสมอ ผมจำได้ว่าในวันนั้นมันเป็นเกมที่พบกับลิเวอร์พูลซึ่งตอนนั้นคือยุครุ่งเรืองของพวกเขาเลย ผมยังจำได้ถึงทุกวันนี้ที่ได้ดู เคนนี่ ดัลกลิช ลงเล่น ส่วนลุงของผมนั้น  ผมไม่เคยเห็นเขาแข่งนะ เพราะในตอนนั้นเขาได้ย้ายออกจากเวสต์แฮมไปแล้ว เขาไม่ได้อยู่กับทีมขุนค้อนนานเท่าพ่อของผม ผมเห็นเขาย้ายทีมไปเรื่อยๆ

เวลาพวกคุณทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ทั้งพ่อของคุณ , แฮรรี่ เรดแนปป์ และเจมี่ เรดแนปป์ พวกคุยกันแต่เรื่องฟุตบอลหรือไม่ แล้วการได้เตะฟุตบอลในสวนหลังบ้านกับพวกเขา ในฐานะเด็กคนหนึ่ง เป็นยังไงบ้าง?

ร็อบ เพ็กลีย์, ซิดนีย์ ออสเตรเลีย

พวกเรา 4 คนชอบคุยเรื่องฟุตบอลกันนะ แม้ว่าผู้หญิงคนอื่นๆ จะพยายามเปลี่ยนเรื่องก็เถอะ แต่มันไม่ได้ผลเลย ในตอนที่ผมเป็นเด็ก การได้เตะบอลกับคนเหล่านี้ที่สนามหลังบ้านตัวเองคือเรื่องที่สุดยอดมากๆ เพราะแฮร์รี่กับพ่อของผมก็เป็นทั้งนักเตะและโค้ช ส่วน เจมี เรดแนปป์ ที่โตกว่าผมก็ยังมาเป็นนักเตะอีก เจมี่สามารถแจ้งเกิดกับลิเวอร์พูลได้สำเร็จ นั่นทำให้ผมมักจะยกย่องเขาเป็นไอดอลของผมเลยล่ะ ผมรู้ว่ามันนับเป็นโชคดีของผมแค่ไหนที่ครั้งหนึ่งเคยเตะบอลร่วมกับเขา ผมคิดว่าเขาเป็น 1 ในนักเตะอังกฤษที่น่าติดตามมากๆ  และเขาก็ทำได้จริงๆ เขากลายเป็นที่รักของแฟนบอลซึ่งผมเองก็อยากจะทำให้ได้แบบเขา

Frank Lampard, Jamie Redknapp

แลมพาร์ดเติบโตขึ้นจากการมีโอกาสลับเพลงแข้งกับลูกพี่ลูกน้องอย่าง เจมี่ เรดแนปป์

คุณดูเหมือนจะเป็นเด็กเรียนดีนะ ผมเห็นคุณได้เกรดเอในภาษาละตินด้วย พอจะจำได้บ้างไหม

เจมี่ ฮาร์ด, ลอนดอน

ผมค่อนข้างใฝ่รู้นะตอนสมัยเรียน ถึงแม้ว่าผมจะไม่ใช้เด็กเรียนดีโดยธรรมชาติก็ตาม แต่ผมก็ตั้งใจที่จะเข้าโรงเรียนดังๆ ให้ได้ เพราะที่เหล่านั้นจะช่วยผลักดันคุณอย่างหนัก และอีกเหตุผลคือ ผมไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง ดังนั้นผมจึงทบทวนเป็นประจำ ส่วนวิชาภาษาละตินนั้น ผมได้ เอ ก็จริง แต่ผมแทบจะจำไม่ได้แล้ว พอจะจำได้แค่คำกริยาทั่วๆ ไปเท่านั้น แต่ถ้าผมเห็นคำขวัญของทีมฟุตบอล ผมจะสามารถแปลมันได้นะ

ทั้งคุณ, ไมเคิล คาร์ริค, โจ โคล, ริโอ เฟอร์ดินานด์ และอีกหลายๆ คนมาจากทีมเยาวชนของเวสต์แฮม เพราะอะไรอดีตต้นสังกัดคุณถึงผลิตนักเตะคุณภาพออกมามากมาย

เจค ดอว์ จากทวิตเตอร์

มันเป็นคำถามที่ง่ายมากๆ มันคือความทุ่มเทของผู้จัดการทีมและอะเคเดมี่ของสโมสร ซึ่งการปั้นพวกดาวรุ่งชาวอังกฤษแบบนี้ต้องใช้ความรักและความใส่ใจสูง แต่ แฮร์รี่ เรดแนปป์ และพ่อของผมก็ยังใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการปั้นดาวรุ่งเหมือนที่ โทนี คาร์ เคยทำ ดาวรุ่งที่อายุราว 13-14 ปีจะถูกส่งมาให้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ พวกเขาจะถูกส่งไปพร้อมกับทีมงานตามเกมต่างๆ ที่ทีมแข่งขันรวมกับทีมชุดใหญ่ โจ โคล มีโอกาสไปแมนฯ ยูฯ แต่เขากลับเลือกเวสต์แฮม เพราะพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจ และนั่นคือจุดขายของทีมนี้

เราได้มีโอกาสดูคลิปการให้สัมภาษณ์ของ แฮร์รี่ เรดแนปป์ ที่พยายามปกป้องคุณจากแฟนบอลที่โมโหที่ขึ้นมามีส่วนร่วมในชุดใหญ่ ในตอนนั้นคุณคิดอะไรอยู่?

บรูซ รูย์, ฝรั่งเศส

ในตอนนั้นผมนั่งอยู่ด้วย มันเกิดขึ้นต่อหน้าผมเลย และตอนนี้มันถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง ผมอยู่ตรงนั้นในฐานะนักเตะ 1 ใน 4 คน และยังมีผู้จัดการทีมรวมถึงกลุ่มแฟนบอลอีกจำนวนหนึ่ง โดยแฟนที่โมโหนั่นคือพ่อของเด็กชายคนหนึ่งซึ่งอายุมากกว่าผมไม่กี่ปี แต่ลูกชายเขาไม่ติดทีมในขณะที่ผมเพิ่งจะติดทีมได้ไม่นาน  นั่นทำให้เขาโมโหและต่อว่าอย่างที่เห็น สิ่งที่ผู้ชายคนนั้นกล่าวหาผมคือ เขาคิดว่าสาเหตุที่ผมติดทีมชุดใหญ่ นั่นก็เพราะเป็นครอบครัวเดียวกับผู้จัดการทีม ในตอนนั้นผมเป็นเด็กขี้อาย ผมรู้สึกแย่มากๆ และกังวลมากๆ ผมนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับความรู้สึกอับอายที่ผู้ชายคนนั้นพยายามจะเล่นงานผม แต่แฮร์รี่คือที่สุด คุณลองดูในยูทูบสิ เขาจัดการจนแฟนคนนั้นถึงกับจ๋อยไปเลย มันดีมากๆ แต่ต้องยอมรับว่าในตอนนั้นผมรู้สึกแย่จริงๆ

ผมจำได้ว่าคุณเถียง เปาโล ดิ คานิโอ ว่าใครจะเป็นคนยิงจุดโทษที่เอาชนะแบรดฟอร์ดไปได้ 5-4 ในปี 2000 คุณได้พูดอะไรกันหรือไม่ และมีการเถียงอะไรกันหรือเปล่า?

แจ็คสัน เครย์ จากอีเมล

พวกเราไม่ได้เถียงอะไรกัน ถ้าลองคิดดีๆ เปาโลคือคนประเภทที่คุณต้องยอมให้เขายิง เขาเป็นผู้ชนะในตอนนั้นเพราะผมรู้ว่าเขาจะไม่มีทางยอมเดินออกไปอย่างแน่นอน ผมรู้ได้ทันทีหลังจากเถียงกันอยู่ร่วม 30 วินาที เราทั้งคู่ต่างเป็นตัวยิงจุดโทษ เขาเคยพลาดมา 1 ครั้ง ผมเลยยิงอีก 2 ครั้งหลังจากนั้น มันจึงพอรับได้ถ้าเขาจะกลกับมายิงอีกครั้ง ตอนนั้นผมยังเป็นหน้าใหม่อยู่ ส่วนเขาเป็นแข้งซีเนียร์ และสุดท้ายเขาก็สามารถยิงประตูได้ ผมว่ามันน่าอายที่เรายืนเถียงกันแบบนั้น

ผมได้มีโอกาสอ่านในโฟร์โฟร์ทูเกี่ยวกับเรื่องที่คุณถูกยืมตัวไปอยู่สวอนซีตอนอายุ 17 ปีในช่วงที่พวกเขากำลังหนีตกชั้นในดิวิชั่น 2 อะไรที่ความทรงจำที่ดีที่สุดของคุณตอนอยู่ที่นั่น

แกเร็ธ อีแวนส์, คาร์ดิฟฟ์

มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ก็ดีนะ ผมจำได้ว่าต้องขับรถ 4 ชั่วโมงบนมอเตอร์เวย์ ซึ่งตอนนั้นผมเพิ่งสอบใบขับบี่ผ่าน มันเป็นเหมือนการเปิดโลกสำหรับผมเลยแหละ ฟุตบอลของพวกเขาดูเป็นอีกระดับถ้าเทียบกับของทีมเยาวชนของเวสต์แฮม เราต่อสู่อย่างหนักในการหนีตกชั้น มันเป็นการแข่งขันของลูกผ้าชาย ซึ่งโหดร้ายมาก เราต้องซักชุดแข่งของเราเอง อากาศที่นั่นก็ค่อนข้างน่ากลัว มันเหมือนฝนตกทุกๆ วัน นับตั้งแต่นั่นผมก็ติดตามฟอร์มของสวอนซีมาตลอดเลย

ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมแฟนๆ เวสต์แฮมถึงไม่ชอบในตัวคุณ คุณคิดว่าอะไรคือสาเหตุที่พวกเขาโห่คุณ และตอนที่คุณขาหักในเกมกับแอสตัน วิลล่า คุณได้ยินเสียงดีใจของแฟนๆ บ้างหรือไม่ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?

มาร์ติน โลเวลล์, บริสตอล

ผมได้ยินเล็กน้อยตอนที่ผมขาหัก แต่มันมาจากแฟนๆ ไม่กี่คน ไม่ใช่กลุ่มแฟนใหญ่ๆ อย่างแน่นอน ความจริงแล้วมันเป็นเพราะผมเป็นเด็กท้องถิ่น ผมเข้ามาสู่ทีมตั้งแต่เด็กๆ ช่วงที่ผมเป็นดาวรุ่งผมยังโชวฟอร์มได้ไม่ดีนัก มันเลยทำให้แฟนๆ บางคนมองว่า ผมติดอยู่ในทีมนี้เพราะพ่อของผมล้วนๆ ซึ่งมันทำให้ผมโดนโห่

(โฟร์โฟร์ทู : แฟนๆ เวสต์แฮมบางคนคิดว่าคุณมองว่าเวสต์แฮมเป็นเพียงทางผ่านไปสู่ระดับที่สูงขึ้น) ไม่ใช่เลย ผมไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะผมเป็นแฟนของทีมนี้มาตั้งแต่เด็ก ผมคิดว่าลอนดอนตะวันออกเป็นพื้นที่ๆอยู่ยากนะ และแฟนบอลก็ชอบแสดงออกอย่างที่ใจคิด หลายๆ ครั้งผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมก็โดนดูถูกเหมือนกัน อย่าง เปาโล วันโชเป้ ผมจำได้ว่าเขาเคยโดยเหยียดผิวด้วย

Paulo Wanchope

แลมพาร์ดกล่าวว่าวันโชเป้ย้ายมาเวสต์แฮมเพื่อโดนเหยียดผิว

เราต้องหนีตกชั้นทุกๆ ฤดูกาล ซึ่งทำให้ผมตกเป็นเป้าวิจารณ์ ผมได้ยินผู้คนพูดถึงหลานของผมที่เล่นอยู่กับทีมเยาวชน พวกเขาพูดว่า “เขาเป็นหลานของแลมพาร์ด นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาอยู่ในทีม” ผมเลยคิดว่ามันคงเป็นธรรมชาติของคนที่จะพูดอะไรแบบนี้ ผมจำเสียงโห่ในตอนที่ย้ายออกจากเชลซีได้เสมอ ทำให้ผมเลือกที่จะแสดงความรักต่อเชลซีแทน เพราะพวกเขาอ้าแขนรับผม และดูแลผมเป็นอย่างดี มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเดินออกมาจากเวสต์แฮมและไปร่วมอีกทีมในลอนดอน ทำให้มีผู้เล่นหลายๆ คนถูกโห่เมื่อกลับไปถิ่นเวสต์แฮม ทั้งเจอร์เมน เดโฟ และ พอล อินช์

แต่ในช่วงหลายๆ ปีหลังมานี้มันดูจะเบาลงบ้าง ในช่วงที่ปีแรกๆ ที่ผมมีโอกาสกลับไป มันดูจะหนักกว่านี้ พวกเขาต่อต้านผมสุดๆ แต่ผมก็เข้าใจนะ ตอนนี้ผมอายุ 35 ปีแล้ว ผมผ่านอะไรมาพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนที่ผมอายุ 24-25 ผมอยากจะกลับไปและจัดการพวกเขาให้เงียบให้หมด แต่ระยะหลังมานี้ เวลาผมเจอแฟนเวสต์แฮมที่ไหน พวกเขาจะชื่นชมและดีต่อผมมากๆ

ต้องขอบคุณ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่ซื้อตัวคุณมาร่วมทีมเชลซีด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงมากๆ ในสมัยนั้น คุณต้องใช้เวลา 1-2 ฤดูกาลในการปรับตัวให้เข้ากับทีม แล้วพอ โรมัน อบราโมวิช เข้ามาในปี 2003 คุณกลัวหรือไม่ที่จะหลุดออกจากทีม แล้วอบราโมวิชยังให้คุณยืมเรือยอร์ชอยู่รึเปล่า?

โคดี้ ปริ้นซ์, แมนเชสเตอร์

แน่นอนผมกังวลอย่างมาก ผมขอบคุณรานิเอรีกับ เคน เบตส์ เสมอที่ยอมทุ่มเงินซื้อตัวผมมา ฤดูกาลแรกที่เชลซีผมว่าผมทำได้โอเคนะ และในฤดูกาลที่สอง ผมทำได้ดีขึ้นมากๆ แต่พออบราโมวิชเทคโอเวอร์เข้ามา ผมมองไปรอบๆ แล้วคิดกับตัวเองว่า เดี๋ยวจะมีซูเปอร์สตาร์ทยอยย้ายเข้ามากันไม่ขาดสายแน่นอน เริ่มจากมาเกเลเล่และเวรอน มันเหมือนเขาซื้อกองกลางเข้ามาใหม่ทุกวันๆ ผมจำได้ว่าในการแข่งแชมเปี้ยนส์ลีกนัดแรกของฤดูกาลนั้น ผมต้องนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองกับเทอร์รี่ และกุ๊ดยอห์นเซน และคิดในใจว่า ‘ชั้นไม่แน่ใจว่าชั้นจะชอบการปฏิวัติของเชลซีหนนี้!’ แล้วก็ผมไม่ได้ยืมเรือยอร์ชของเขานานแล้ว ผมขอบคุณมากๆ สำหรับเรื่องนั้น แต่ผมไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณเขาหรืออะไร ผมเคยไปเที่ยวบนเรือนั้นครั้งเดียว และมันก็สุดยอดมากๆ

Frank Lampard, Stamford Bridge

ค่าตัว 11 ล้านปอนด์ของแลมพาร์ดดูจะเป็นค่าตัวที่เหมาะสมอยู่

คุณถูกโหวตให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกอันดับ 2 ในปี 2005 ตามหลังโรนัลดินโญ่ และนำหน้า ซามูเอล เอโต้ ที่อยู่อันดับ 3 คุณคิดว่าฤดูกาลนั้น (2004/05) คือฤดูกาลที่ดีที่สุดของคุณหรือไม่? เพราะในตอนนั้นคุณทำได้ถึง 27 ลูกในฤดูกาล 2009/10 มากกว่าซีซั่นนั้นถึง 7 ลูกด้วยกัน

จอช ลอว์, เอดินเบิร์ก

มันยากที่จะบอกว่าเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุด แต่ในตอนนั้น ฤดูกาล 2004/05 คือฤดูกาลที่ดีที่สุดของผม มันเหมือนปีแจ้งเกิดของผม อีกทั้งเรายังคว้าแชมป์ลีกกันได้อีกด้วย แต่จริงๆ เมื่อผมคิดย้อนกลับไป ผมว่าฤดูกาลที่ดีที่สุดของผมอยู่ในยุคของสโคลารี่และฮิดดิ้งค์ฤดูกาล 2008/09 พวกเราไปถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีกที่เจอบาร์เซโลนา แม้ว่าจะแพ้ก็ตาม ในอีกนัยหนึ่งพวกเราก็ได้แชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งผมรู้ว่ามันก็มีการแข่งขันสูงไม่แพ้กันทุกๆ ปี

ถามจริงๆ นะครับ คุณเบื่อมั้ยเวลาที่แฟนบอลชอบพูดว่า คุณกับเจอร์ราร์ดไม่สามารถเล่นด้วยกันได้ คุณเห็นด้วยหรือไม่?

จารอด วอลเตอร์, อเมริกา

ผมไม่เห็นด้วยนะ แล้วก็เบื่อมากๆ ด้วย ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นข้อถกเถียงที่พอฟังได้จากการที่เราลงเล่นให้กับคนละสโมสร แต่ผมคิดว่าเรา 2 คนมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันนะ เรื่องนี้มันถูกพูดถึงบ่อยจนเรา 2 คนเบื่อมากๆ ทีมชาติอังกฤษไม่ได้ชนะรายการไหนมานานพอสมควรแล้ว ดังนั้นพอเราทั้งคู่ลงสนามพร้อมกัน แฟนบอลก็เลยคาดหวังไว้สูง ซึ่งสุดท้ายแล้วมันไม่ได้อย่างที่พวกเขาหวัง พวกเขาจึงมาตัดสินพวกเราว่าเล่นด้วยกันไม่ได้