เด็กเทพนรกแตก : ตามหาเหล่าแข้งเทพศิรินทร์ ชุดแชมป์ร่วมจตุรมิตรครั้งสุดท้ายในตำนาน

บ้างก็ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทย มีแชมป์ซีเกมส์เป็นความภาคภูมิใจ, บ้างก็เป็นทนายความ ที่ยังใช้ทักษะฟุตบอล พาทีมชาติไทยไปตะลุยศึกทนายความชิงแชมป์โลก มาแล้ว, บ้างก็เปลี่ยนสายอาชีพไปเป็นอาจารย์ พนักงานธนาคาร หรือแม้แต่ในสนามบินก็มี, บ้างก็คือตำนานที่ยังหายใจ ที่แม้จะนานเท่าไร ชาวลูกแม่รำเพยก็ยังคงพูดถึงลีลาการเล่นอยู่เสมอ

นี่ คือ 22 นักเตะของโรงเรียน เทพศิรินทร์ เมื่อครั้งสร้างปาฏิหาริย์ในรอบชิงชนะเลิศ ด้วยการยิง  2 ประตูในช่วงทดเจ็บ คว้าแชมป์ร่วมฟุตบอล จตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 20 มาครองได้อย่างเหลือเชื่อ จนกลายเป็นตำนาน….

ย้อนหลังกลับไป 18 ปีที่แล้ว ในศึกฟุตบอลประเพณี จตุรมิตรสามัคคี ทัวร์นาเมนต์ลูกหนังขาสั้นของสี่โรงเรียนชายล้วนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ได้เกิดเหตุการณ์สุดมหัศจรรรย์ของ “ชาวลูกแม่รำเพย” โรงเรียนเทพศิรินทร์ ขึ้น เมื่อพวกเขาจัดการตีเสมอ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ด้วยการยิง 2 ประตูในช่วงทดเจ็บของรอบชิงชนะเลิศ กระชากถ้วยแชมป์มาครองร่วมกันได้อย่างน่าเจ็บแสบ

และนั่นก็ทำให้ เหล่านักเตะของโรงเรียนเทพศิรินทร์ชุดนั้น กลายเป็นนักเตะชุดตำนานของโรงเรียน เพราะนั่น คือ แชมป์จตุรมิตรครั้งสุดท้ายที่ “ลูกแม่รำเพย” ได้ชื่นชมยินดี และหลังจากนั้น พวกเขาก็ร้างลาจากแท่นแชมเปี้ยนมาแล้วถึง 18 ปี

จตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 20 เมื่อ 18 ปีที่แล้ว เกิดชึ้นในระหว่างวันที่ 11-19 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ณ สนามศุภชลาศัย โดยโรงเรียนที่รับบทเป็นเจ้าภาพในครั้งดังกล่าว ก็คือ “ชงโคม่วงทอง” กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

รอบแรก เทพศิรินทร์ ประเดิมด้วยการเสมอ “อินทรีแดง” อัสสัมชัญ กรุงเทพฯ 2-2 จากผลงานของสองแนวรุกดาวดังอย่าง ไพฑูรย์ เทียบมา และ จักรกริช บุญคำ ส่วนอีกคู่ กรุงเทพคริสเตียน ที่นำมาโดยยอดนักเตะอย่าง ธนากร ขำโขมะ, เกียรติเจริญ เรืองปาน, สุริยะ อมตเวทย์, ณรงค์ชัย วชิรบาล, กิตติพล ปาภูงา ไล่ยำ สวนกุหลาบวิทยาลัย 3-0

เกมที่สอง เทพศิรินทร์ พลิกความตายยิง 2 ประตูตีเสมอช่วงประมาณ 10 นาทีสุดท้าย หลังโดน กรุงเทพคริสเตียน นำ 2-0 จากการทำประตูของ วรวุฒิ วังสวัสดิ์ ทั้งสองลูก ขณะที่อีกคู่ สวนกุหลาบ เสมอ อัสสัมชัญ กรุงเทพฯ 1-1

แมตช์สุดท้ายของรอบแรก เทพศิรินทร์ ที่มี 2 แต้มจาก 2 เกมแรก โคจรมาพบ คู่รักคู่แค้นอย่าง “ชมพู-ฟ้า” สวนกุหลาบวิทยาลัย ที่มี 1 แต้ม โดยทั้งสองทีมต่างต้องการชัยชนะเพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศ และก็เป็นทางด้าน “ลูกแม่รำเพย” ที่โชว์ฟอร์มสุดพีค ไล่ถล่ม สวนกุหลาบ ไป 5-0 จากการทำประตูของ จักรกริช บุญคำ 2 ลูก, วรวุฒิ วังสวัสดิ์ 2 ประตู และอีก 1 เม็ดจาก ธวัชชัย ทองฮวด โดยทั้ง 5 ลูก เกิดขึ้นในครึ่งหลังทั้งหมด และสวนกุหลาบโดนใบแดงหนึ่งคน นั่นคือ อภิศักดิ์ อาสายุทธ์

สิริโรจน์ วรวิเชียรวงษ์ นักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ รุ่น 39-42(คนถือถ้วย)

ส่วนอีกคู่ “ชงโคม่วงทอง” กรุงเทพคริสเตียน สมราคาเต็งหนึ่ง เชือด อัสสัมชัญฯ เฉียดฉิว ทำให้ผ่านเข้ารอบในฐานะอันดับ 1 ของตารางคะแนน ไปพบกับ เทพศิรินทร์ ที่มี 5 แต้ม

19 ธันวาคม 2542 รอบชิงชนะเลิศ ได้อุบัติขึ้นที่สนามศุภชลาศัย โดยมีคลื่นมหาชนแฟนบอลจากทั้งสองโรงเรียนเดินทางมาให้กำลังใจสถาบันกันเรือนหมื่น และนี่คือการรีแมตช์รอบชิงชนะเลิศ ของครั้งที่ 19 ซึ่งจบลงด้วยการเสมอกัน และทำให้ทั้งคู่กลายเป็นแชมป์ร่วมมาในครั้งก่อนหน้า

กรุงเทพคริสเตียน เริ่มต้นได้ดีกว่า และออกนำไปก่อน 2-0 โดยเกมทำท่าว่าจะจบการแข่งขัน 80 นาที อยู่แล้ว (ยุคดังกล่าว แข่งครึ่งเวลาละ 40 นาที) แต่แล้ว ปาฏิหาริย์ของชาว “ลูกแม่รำเพย” ก็เกิดขึ้น เมื่อ จักรกริช บุญคำ ยิงให้เทพศิรินทร์ ไล่ตามมาในนาทีที่ 80+1 ตามด้วยการยิงตีเสมอของ วีระพงษ์ เรืองบุญ ในนาที 80+3

2 ประตูดังกล่าว ทำให้ชาวเทพศิรินทร์ได้ฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยง ชนิดสนามศุภชลาศัยแทบแตก และนั่นคือการกอดคอเป็นแชมป์ร่วมกับ กรุงเทพคริสเตียน 2 สมัยติดต่อกัน อีกด้วย

ภาพการฉลองแชมป์ของนักเตะสองทีมจากหนังสือพิมพ์ฟุตบอลสยาม

จากวันนั้น จนวันนี้ เกือบ 18 ปี แล้ว ที่เหตุการณ์สุดปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้น… FFT TH ขอพาทุกท่านย้อนอดีตไปพบ 22 นักเตะชุดแชมป์จตุรมิตรร่วมครั้งดังกล่าว ของ โรงเรียนเทพศิรินทร์ ไปตามหากันว่า ตอนนี้พวกเขาอยู่ไหนกันแน่ โดยมีไกด์พิเศษนั่นคือ “พี่เจ” จักรกริช บุญคำ นักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ รุ่น 40-43 (115) ดาวเตะตัวหลักของชุดนั้นนั่นเอง…

Pages