Stories

เด็กเทพนรกแตก : ตามล่าหา บุรีรัมย์ พีอีเอ ชุดรองแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ 2011

We are part of The Trust Project What is it?

ปรัชญา อ่อนสีทา

ยอดกองหน้าในประวัติศาสตร์ของ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เมื่อปี 2010 โดย ปรัชญา อ่อนสีทา เป็นผู้โหม่งประตูชัยให้ ขุนพล “ชมพู-ฟ้า” เอาชนะ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย 1-0 ได้ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย จนทำให้คว้าแชมป์ ฟุตบอลกรมพลศึกษา ถ้วย ก. รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ได้สำเร็จ

ยอดกองหน้าในประวัติศาสตร์ของ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เมื่อปี 2010 โดย ปรัชญา อ่อนสีทา เป็นผู้โหม่งประตูชัยให้ ขุนพล “ชมพู-ฟ้า” เอาชนะ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย 1-0 ได้ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย จนทำให้คว้าแชมป์ ฟุตบอลกรมพลศึกษา ถ้วย ก. รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ได้สำเร็จ

หลังจากนั้น ปรัชญา อ่อนสีทา ที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ทั้งกองหน้า, ปีกขวา รวมไปถึงแบ็คขวา เจ้าตัวก็สามารถเล่นได้ ก็ได้ถูกส่งขึ้นมาอยู่ทีมชุดใหญ่ของบุรีรัมย์ แต่ก็ไม่สามารถเบียดตำแหน่งได้ จนถูกปล่อยตัวมาอยู่กับทีมต่างๆ ในลีกดิวิชั่น 2 ในหลากหลายโซน ทั้ง น่าน เอฟซี, อุดรธานี เอฟซี ,รังสิต เอฟซี

ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาสู่ทีมบ้านเกิดอย่าง “เดอะ ทีเร็กซ์” ขอนเเก่น เอฟซี ในปัจจุบัน ซึ่งเจ้าตัวเป็นตัวหลักในตำแหน่งแบ็คขวาจอมบุกของทีม ในศึก T3 ตอนบนของประเทศ โดยพา ขอนแก่น รั้งจ่าฝูงอยู่ในขณะนี้อีกด้วย

ยศพล เทียงดาห์

“เจ้าเต้ย” ยศพล เทียงดาห์ เป็นผู้รักษาประตูมือสองของทีมเยาวชน บุรีรัมย์ ขณะนั้น เนื่องจากมี อุกฤษณ์ วงศ์มีมา คอยประจำการในตำแหน่งมือหนึ่งอยู่

ยศพล เทียงดาร์ เกิดเมื่อปี 2535 เขามีภูมิลำเนามาจาก อำเถอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนประสาทวิทยาคาร ซึ่งที่โรงเรียนแห่งนี้ เขายึดมือหนึ่ง จนทำให้สร้างเกียรติประวัติมากมาย ทั้งชนะเลิศฟุตบอลเยาวชนอายุ 18 ปี ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ถ้วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ชนะเลิศฟุตบอลเยาวชนและประชาชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี จนติดทีมชาติไทยไปแข่งขัน และได้รองแชมป์ ฟุตบอลเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี เมื่อปี 2008

จากฟอร์มการเล่นอันเอกอุ ในระดับเยาวชน ทำให้เขาได้เข้าไปอยู่ในทีม สุรินทร์ เอฟซี ก่อนจะย้ายมาอยู่เป็นดาวรุ่งกับ บุรีรัมย์ พีอีเอ ทีมจังหวัดใกล้เคียงที่กำลังฟอร์มทีมขึ้นมา ในช่วงปี 2010

แต่ด้วยความที่สโมสร มี “แชมป์” ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูตัวจริงอย่างเหนียวแน่นมานานหลายปี ทำให้ เขาไม่มีที่ว่างในทีม ต้องถูกปล่อยยืมตัวหลายครั้ง ทั้งกับ สุรินทร์ ซิตี้, "พญาชาละวัน" พิจิตร เอฟซี, ขอนแก่น ยูไนเต็ด ทั้งในลีก ดิวิชั่น 1 และ ดิวิชั่น 2

แต่ท้ายที่สุด ในปีนี้ เขาก็กลับมาเป็นมือสองภายในทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง โดยสวมหมายเลข 29 รอคอยเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสการลงสนามอยู่เสมอ

ชาคริต ระวันประโคน

“โตโต้” ชาคริต ระวันประโคน อดีตนักกีฬาที่เริ่มต้นกับการเป็นนักมวยไทยค่าตัวเรือนหมื่น ก่อนจะหันมาเอาดีทางฟุตบอลกับ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และได้เซ็นสัญญากับ เมืองทอง ยูไนเต็ด แล้วถูกส่งตัวให้ ภูเก็ต เอฟซี ยืมใช้งานในฤดูกาล 2009

ปีต่อมา ชาคริต ระวันประโคน และ อดิศักดิ์ ไกรษร สองดาวรุ่งกิเลนผยอง ถูกปล่อยตัวไปร่วมทีมบ้านเกิดของทั้งสองนักเตะอย่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ พีอีเอ จากนั้นเส้นทางของทั้งคู่ก็เริ่มแตกต่างกันออกไป อดิศักดิ์ ไกรษร ได้ขึ้นชุดใหญ่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่วน ชาคริต ระวันประโคน ต้องออกสตาร์ทกับ บุรีรัมย์ เอฟซี

ฤดูกาล 2013 ชาคริต พร้อมด้วยเพื่อนร่วมทีมอีก 9 ราย ย้ายมาร่วมทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัวบ้าง ซื้อขาดบ้าง เขาค้าแข้งกับทีมราชันมังกรได้ 2 ฤดูกาล จากนั้นกลายเป็นแข้งพเนจร ย้ายไป นครปฐม ยูไนเต็ด และ “สิงห์อมควัน” ยาสูบ เอฟซี

กระทั่งหวนกลับคืนไทยลีกอีกครั้งกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ช่วงแรกๆ เขาต้องเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง จนมาถึงช่วงของการเปลี่ยนแปลง เมื่อ มิลอส โยซิค กุนซือร่างท้วม เข้ามาทำหน้าที่เป็นเฮดโค้ชแทน ซูกาโอะ คัมเบะ ด้วยปรัชญาการทำทีมที่เน้นบอลบุก เพรสซิ่ง ทำให้ ชาคริต กลายเป็นอาวุธคู่ใจ และปลุกปั้นจนเขาได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งบนเส้นทางนักฟุตบอล

ปัจจุบัน “โตโต้” ชาคริต ยังอยู่กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี โดยลงสนามไปแล้วในซีซั่นนี้ 21 นัด ยิงไปได้ 4 ประตูด้วยกัน