เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก ตอน 5 (นิวโมดริช, นิวดิ มาเรีย)

หลังจากที่ FFT นำเสนอซีรี่ย์ชุดใหม่ที่รวบรวมเอาเด็กเทพอายุต่ำกว่า 21 ปีจากทั่วโลกไปเป็นสามตอนแล้ว วันนี้ เราจะมาต่อกันกับตอนที่ 5 ของ “เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก”… 

ติดตาม เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก(ตอนแรก) ได้ที่นี่

เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก (ตอน 2)

เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก (ตอน 3)

เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก (ตอน 4)

20. อันเต้ คอริค, 19 (ดินาโม ซาเกร็บ)

Ante Coric

แฟนบอลโครเอเชียต่างคาดหวังว่ากองกลางดาวรุ่งผู้นี้จะกลายเป็น “นิวโมดริช” ซึ่งจากฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาของนักเตะนั้นมีความเป็นไปได้พอสมควรเลยทีเดียว คอริคเป็นมิดฟิลด์จอมปั้นเกมที่มีลูกจ่ายอันแม่นยำเป็นอาวุธ จนถูกยกไปเปรียบกับกองกลางซูเปอร์สตาร์ของเรอัล มาดริด

คอริคมีบาร์เซโลนาเป็นทีมในดวงใจ แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำตามความต้องการ คอริคคงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับ ดินาโม ซาเกร็บ ต่อไปก่อน เขาตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทว่าสุดท้ายไม่มีการเจรจาอย่างเป็นจริงเป็นจังเกิดขึ้น  ขณะเดียวกัน เจ้าตัวเคยปฏิเสธบิ๊กทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค มาแล้ว หลังมีโอกาสไปร่วมทดสอบฝีเท้ากับทีมเสือใต้ พร้อมสร้างสถิติเป็นนักฟุตบอลคนแรกที่ได้คะแนนเต็มจากบททดสอบทุกรูปแบบ เขาทำผลงานได้อย่างสุดยอดมากแม้สุดท้ายไม่ย้ายไปค้าแข้งที่นั่น

คอริคประเดิมสนามกับซาเกร็บตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี และกลายเป็นส่วนสำคัญของทีมทันที แต่ด้วยรูปร่างที่เล็กและบางทำให้เขามักยืนระยะไม่ถึงตอนจบเกม จนเป็นเหตุให้เขาตัวไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมยุโรปในฤดูกาลที่ผ่านมา ดังนั้นหากเขาต้องการก้าวเป็นนักเตะชั้นยอดในอนาคต เขาจำเป็นต้องหาทางเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งกว่านี้ คอริคมีชื่อติดทีพตราหมากรุกชุดลุยศึกยูโร 2016 ที่ผ่านมาด้วย เพียงแต่ไม่มีโอกาสลงสัมผัสเกม หวังว่าเขาจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์และพัฒนาฝีเท้าต่อไป

19. ทิน เยดวาย, 20 (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน)

Tin Jedvaj

หลังจากทีมเสีย ดาเนียล การ์บาฆัล กองหลังตัวเก่งที่ย้ายกลับไปเล่นกับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2014 ทัพ“ห้างยา”จึงต้องเร่งหาคนมาทำหน้าที่แทน แต่ ทิน เยดวาย ที่ย้ายมาจากโรมายังทำผลงานได้ไม่เข้าตานัก แม้จะยิงประตูสุดสวยใส่แวร์เดอร์ เบรเมน จนได้รับคำชมจากแฟนบอล แต่เขายังต้องพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอีกเยอะ

อย่างไรก็ตาม แบ็คขวารายนี้เริ่มยกระดับตัวเองขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้น โดยเฉพาะการอ่านเกมที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังขยันวิ่งขึ้นวิ่งลงทางกราบขวา แต่มันยังไม่ดีพอทำให้เขาต้องเบียดแย่งตำแหน่งกับ เบนจามิน เฮนริชส์ รุ่นน้องในทีมต่อไป แน่นอนว่าการแข่งขันในทีมส่งผลดีต่อสโมสร แต่มันคงไม่ดีต่อเยดวายหากโอกาสลงเล่นของเขาเหลือน้อยลง

เยดวายถูกจับไปเล่นเป็นกองหลังตัวกลางเมื่อฤดูกาลก่อน 3 นัด แต่ทีมกลับเสียไปถึง 10 ประตู ดังนั้นเขายังต้องปรับปรุงแก้ไขอีกพอสมควร แต่อย่าลืมว่าเขาเพิ่งจะอายุ 20 ปีเท่านั้น อยู่ที่ว่านักเตะจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้หรือไม่

18. มาร์ลอส โมเรโน, 20 (เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา, ยืมตัวจากแมนฯ ซิตี้)

Marlos Moreno

โมเรโนย้ายมาร่วมทัพแอตเลติโก นาซิอองนาล ด้วยเพียงวัย 14 ปี เขาพัฒนาฝีเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นแกนหลักของสโมสรในปี 2016 พร้อมนำทีมคว้าแชมป์ ซูเปอร์ลีก้า โคลัมบิอาน่า และ โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ได้สำเร็จ

โมเรโนทำผลงานชิ้นโบว์แดงด้วยการยิงประตูทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม และทำ 5 แอสซิสต์ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ จนได้รับความสนใจจากบิ๊กทีมในยุโรปอย่าง แมนฯ ยู, ลิเวอร์พูล, เบนฟีก้า และ สปอร์ตติ้ง ลิสบอน แต่สุดท้ายกลับเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ยอมควักเงิน 5 ล้านปอนด์เพื่อแลกกับลายเซ็นของเขา

โมเรโนเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่เล่นตรงไหนก็ได้ในเกมรุก แต่ตำแหน่งที่เขาถนัดที่สุดคือกองหน้าหมายเลข 9 “ผมคิดว่าผมมีจุดเด่นที่ความเร็วและทักษะ ดังนั้นการดวล 1 ต่อ 1 กับผู้รักษาประตูคือจุดแข็งของผม” เจ้าตัวกล่าวกับทีมงานของทัพเรือใบสีฟ้า ด้วยความสูงเพียงแค่ 5 ฟุต 7 นิ้ว ทำให้เขากลายเป็นนักเตะประเภทจรวดทางเรียบที่เปี่ยมไปด้วยความเร็วและลีลาการกระชากลากเลื้อยที่หาตัวจับยาก นอกจากนี้โมเรโนยังจัดการจารึกชื่อตัวเองลงในประวัติศาสตร์ของต้นสังกัดเดิมด้วย หลังจากใช้เวลาเพียง 30 วินาที ในการยิงประตูช่วยทีม แถมประตูนั้นยังเกิดขึ้นในเกมตัดสินแชมป์นัดสุดท้ายของฤดูกาลด้วย

17. ทิโม เวอร์เนอร์, 20 (ไลป์ซิก)

Timo Werner

ในตอนที่เวอร์เนอร์อำลาต้นสังกัดตั้งแต่สมัยเยาวชนอย่างสตุทการ์ท ดูเหมือนว่าเขาจะมาได้ไกลเพียงเท่านี้หลังได้ประเดิมทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 17 ปี อย่างไรก็ตาม การย้ายมาเล่นกับไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ของเขานั้น มันคือเครื่องพิสูจน์ว่าเขายังไม่หยุดพัฒนาเสียทีเดียว เพียงแต่เขาถูกดาวรุ่งคนอื่นในทีมม้าขาวกลบรัศมีมากกว่า

ดีลนี้ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่มันพิสูจน์แล้วว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมันชุดยู-17(ร่วมกับแม็กซ์ เมเยอร์ และ ยูเลี่ยน แบนด์)เคยพาบ้านเกิดคว้าตำแหน่งรองแชมป์ยูโร 2012 โดยตอนนั้นเขาอายุอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น  เวอร์เนอร์พัฒนาฝีเท้าตัวเองมาตลอด โดยเฉพาะจังหวะจบสกอร์ที่เฉียบขาด เขาทำได้ถึง 31 ประตู จาก 34 นัด ในทีมยู-17 และ ยิงอีก 24 ประตูจาก 25 นัด ในทีมยู-19 สมัยอยู่กับสตุทการ์ท

ปัญหาของเวอร์เนอร์นั้นไม่ใช่เรื่องของประสบการณ์ เพราะเจ้าตัวผ่านการลงเล่นในเวทีบุนเดลีก้าเกินกว่า 100 นัด พร้อมทำสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำแบบนี้ได้ แต่ปัญหาของเขาคือยังขาดความนิ่งยามอยู่หน้าปากประตู แต่หากเขาสามารถเรียกความมั่นใจกลับมากับทีมใหม่ได้ ปี 2017 น่าจะเป็นปีที่สุดยอดสำหรับเขา

16. ยูริ เตเลมันส์, 19 (อันเดอร์เลชท์)

Youri Tielemans

ด้วยวัยเพียง19 ปี แต่กองกลางพรสวรรค์รายนี้กลับยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมอันเดอร์เลชท์เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน พร้อมทำสถิติเป็นแข้งชาวเบลเยียมอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกด้วย เตเลมันส์เป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีมตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันจึงน่าแปลกใจที่เขายังไม่ถูกทีมใหญ่ดึงตัวไปร่วมทัพเสียที

เตเลมันส์เป็นมิดฟิลด์สารพัดประโยชน์ที่สามารถเป็นยอดกองกลางระดับโลกได้ในอนาคต เขาเล่นได้ทั้ง 2 เท้า, มักคุมจังหวะเกมในแดนลึก รวมถึงมีลูกยิงไกลทีเด็ดที่หวังผลได้ เขาผ่านบอลได้อย่างแม่นยำและมีสถิติทำประตูที่ไม่เลว 22 ประตูจากทุกรายการว(5 ประตูจาก 13 นัดในฤดูกาลนี้)

อย่างไรก็ตาม เรื่องหนึ่งที่เตเลมันส์ยังต้องปรับคือความสม่ำเสมอ รวมถึงเขายังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในระดับที่สูงขึ้นอย่างทีมชาติ เพราะเบลเยียมเต็มไปด้วยกองกลางชื่อดังมากมาย แต่เวลาของเขาจะมาถึงในอีกไม่นานนี้