Analysis

เด็กหนุ่มในต่างเเดน : จอร์แดน บราวน์ แข้งดาวรุ่งที่ออกนอกประเทศก่อน ซานโช่

Jordan Brown

ไม่ใช่แข้งดาวรุ่งแดนผู้ดีทุกคนที่จะมีโอกาสได้ไปเล่นและเติบโตที่เยอรมัน แต่หลังจากที่เขาไปไม่ถึงดวงดาวกับฮันโนเวอร์ กองหน้าหนุ่มรายนี้ก็ยังตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะได้เล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกกับสโมสรจากสาธารณรัฐเช็ก… 

We are part of The Trust Project What is it?

การย้ายไปเล่นต่างแดนในฐานะดาวรุ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนี้ ต้องขอบคุณฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของจาดอน ซานโช่ และ รีสส์ เนลสัน หลังจากที่เลือกย้ายออกจากทีมชุดยู 23 ในพรีเมียร์ลีก และไปโชว์ฟอร์มเด่นที่บุนเดสลีก้าในปีนี้ ซึ่งก็มีคนอื่นๆมากมายที่มีความทะเยอทะยานเช่นพวกเขาทั้งสอง แต่เส้นทางไปสู่จุดสูงสุดนั้นไม่ได้ง่ายเสมอไป

จอร์แดน บราวน์ วัย 19 ปี โบกมือลาเวสต์แฮม เพื่อย้ายไปเล่นกับฮันโนเวอร์ในบุนเดสลีก้า เมื่อปี 2016 เนื่องจากเขามองไม่เห็นโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่เลย บราวน์เคยอยู่ทีมเยาวชนของอาร์เซน่อลมาก่อน แต่เพราะถูกปฏิเสธสัญญาอาชีพทำให้เขาเลือกย้ายมาอีกฟากแทน และหวังว่าจะมีโอกาสที่ดีกว่ารอเขาอยู่

ผ่านไปซักพักดูเหมือนว่าเขาจะไปได้สวย หลังกองหน้าวัย 18 ปี ณ ตอนนั้น ได้ประเดิมสนามนัดแรกในศึกยูโรปา ลีก รอบเพลย์ออฟ พบกับแอสตรา กิอูรกุย ช่วง 10 นาทีสุดท้าย และได้เล่นเคียงข้างกับเควิน โนแลน และ มานูเอล ลานซินี่ แม้ทีมจะไม่ผ่านเข้ารอบไปก็ตามในปี 2015

ทีมใหม่

แต่ก็นั่นแหละ ด้วยอาการบาดเจ็บที่รบกวนรวมไปถึงกองหน้าในทีมที่ขว้างทางแจ้งเกิด อดีตหัวหอกอังกฤษชุดยู 17 จึงตัดสินใจที่ย้ายออกจากทีมในเดือนมกราคม ปี 2016 แต่การย้ายไปฮันโนเวอร์ต้องถูกเลื่อนออกไปเพราะเขาได้ลงเล่นให้กับสโมสรอื่นด้วยสัญญายืมตัวไปแล้ว อย่างไรก็ตาม บราวน์ต้องรอไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ก่อนที่เขาจะย้ายไปโชว์ฝีเท้าในบุนเดสลีก้า

“ผมว่าผมน่าจะเป็นแข้งดาวรุ่งคนที่สองหรือสามนี่แหละที่ย้ายไปเล่นในเยอรมัน แมนเดล่า (เอ็กโบ ของโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค) ได้ย้ายไปก่อนหน้านี้แล้ว” บราวน์บอกกับ FFT

“ในตอนนั้นผมคิดว่าสโมสรใหญ่ในลีกที่พวกเขาเล่นเต็มไปด้วยการแข่งขัน ดังนั้นฟุตบอลของผมน่าจะขึ้นอยู่กับบางอย่าง ผู้เล่นหนุ่มหลายคนในอังกฤษถูกบีบให้อยู่ในระบบ การเล่นฟุตบอลแบบนั้นมันไม่มีความหมายอะไรเลย พวกเขาอาจจะได้ลงเล่นหรือยิงประตูได้ แต่ผมไม่รู้ว่ามันจะพาคุณไปไหนไกลได้”

อุปสรรคต่างๆยังคงไม่ห่างบราวน์ไปไหน ที่ฮันโนเวอร์ อาการบาดเจ็บในพรีซีซั่นแรกของบราวน์ทำให้เขาพลาดลงเล่นกับทีมในช่วงแรกของฤดูกาลไป ย้อนกลับไปตอนนั้น เดเนี่ยล สเตนเดล ที่ปัจจุบันกำลังคุมบาร์นสลีย์อยู่ ทำหน้าที่เป็นเฮ้คโค้ชของทีมชุดใหญ่ โดยก่อนหน้าเขาดูแลทีมชุดยู 19 มาก่อน

Daniel Stendel Hannover

“ผมทำได้ดีและยิงประตูได้ในช่วงพรีซีซั้น แต่ผมก็ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าและนั่นทำให้ผมไม่ได้ลงเล่น ผมควรจะได้เล่นในทีมชุดสำรองนะ ซึ่งพวกเขาเล่นในอยู่ลีกระดับสี่ แต่ผมก็ไม่ไดรับโอกาสนั้นเลย”

ปัญหาและอุปสรรค

ในที่สุด โอกาสลงสนามก็มีมากขึ้น เมื่อบราวน์ได้เรียนรู้ภาษาเยอรมันและปรับตัวกับทีมใหม่ได้อย่างดี เขาสนุกกับประสบการณ์ครั้งแรกในการเล่นฟุตบอลอาชีพในดิวิชั่นสี่ของเยอรมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดหลายปีในช่วงเป็นเยาวชนที่อังกฤษ แต่ไม่ว่าเขาจะมีความพยายามมากแค่ไหน มันก็ยังมีอุปสรรคต่างๆมาขว้างกั้นไม่ให้เขาขึ้นไปอยู่ในทีมชุดใหญ่ได้

“นักเตะที่ควรจะอยู่ต่อหลังผม กลับได้ลงเล่นเป็นตัวจริงและยิงประตู รวมถึงโค้ชของทีมชุดยู 19 ก็ได้กลายเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่ไป”

“สุดท้าย เขาจะพานักเตะคนนั้นขึ้นไปทีมชุดใหญ่เพราะเขายิงประตูได้,ลงเล่นในบุนเดสลีก้า และให้สัญญาฉบับแรกกับเขา เมื่อมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับฟุตบอล ผมจึงรู้ว่าภูเขาที่ผมต้องปีนขึ้นไปมันเป็นยังไง”

Jordan Brown England

“มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณทำอะไรในตอนนั้น และก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหลังจากนั้น ผมฝึกหนักมาตลอด 2 ปีที่ผมอยู่ที่นั่น,เมื่อผมลงเล่น สถิตของผมคือลงเล่นเป็นตัวจริง 17 นัด จาก 40 เกมทั้งหมดในลีก และยิงไป 9 ประตู ดังนั้นผมคิดว่าอัตราการทำประตูต่อนาทีของผมมันดีมากๆสำหรับฮันโนเวอร์แล้ว”

หลังจากใช้เวลา 18 เดือนในเยอรมัน บราวน์ก็ตัดสินที่จะย้ายออกจาฮันโนเวอร์ด้วยความยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย กองหน้าชาวอังกฤษย้ายกลับลอนดอนอีกครั้งและย้ายไปอยู่กับบาร์เน็ต แต่ก็ไม่เคยลงเล่นให้ ‘เดอะ บีส์’ เลยซักนัด หลังจากมีการรอคอยในการเคลียร์ปัญหาอย่างยาวนาน และการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม ช่างเป็น 6 เดือนในอาชีพที่ค้าแข้งที่เสียเวลาจริงๆ

จุดพลิกผัน

ในการมองหาต้นสังกัดใหม่ บราวน์มองไปที่อื่นไกลๆเพื่อที่จะเป็นที่ที่ดีที่สุดในการพัฒนาผีเท้าของตัวเอง และคำตอบนั้นก็คือ ซนอย์โม สโมสรจากลีกระดับสองจากสาธารณเช็ก ซึ่งเป็นเมืองที่มีผู้อาศัยราวๆ 33,000 คน และอยู่ใกล้ๆกับเขตชายแดนเยอรมัน

“ผมมีตัวเลือกให้ไปเล่นกับทีมชุดยู 23 ในอังกฤษ ไม่มีสัญญาอาชีพอยู่ ผมก็เลือกอยู่ก็ได้นะ แต่ผมตัดสินใจว่าถ้าผมเลือกที่อยู่อังกฤษก็คงได้เล่นได้ฟุตบอลแหละ และน่าจะไม่มีอะไรทำให้เก่งขึ้นและช่วยให้ผมพัฒนาขึ้นไปอยู่อีกระดับได้เลย ดังนั้นผมจึงเลือก ซนอย์โม และตอนนี้ผมก็ได้ฟุตบอลอาชีพเหมือนที่ฮันโนเวอร์เลยล่ะ ”

ความแตกต่างด้านภาษาและวัฒนธรรมเรื่องฟุตบอลคือสองสิ่งที่บราวน์คุ้นเคยกับมันแล้วล่ะ แต่การได้มาอยู่ในเช็กนั้นทำให้เขาเป็นที่น่าสนใจมากๆใน ซนอย์โม

“มันไม่เรื่องลับอะไรนะ ผมเป็นคนผิวสี ดังนั้นผมจึงถูกจ้องมองในทุกที่ที่ผมไป ผมจึงต้องคิดต่างเพราะฉะนั้น ผมรู้ว่าเกิดอะไร และผมก็มีจิตใจที่แข็งแกร่งด้วย”

“วันสุดท้ายที่ผมอยู่ที่นี่ก่อนจะไปพักเบรกหนีหนาว นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นคนผิวสีคนอื่นนอกเหนือจากเพื่อนร่วมทีม แต่ผมก็ไม่เคยโดนคนอื่นเหยียดเลยนะ ไม่มีแม้กระทั่งคำพูดหรือการการกระทำด้วย”

“สิ่งรอบๆตัวนั้นแตกต่าง แต่ถ้าคุณอยากจะท่องเที่ยวไปทั่วโลกและออกจากโซนปลอดภัยของตัวเอง คุณต้องชินกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง พวกเขาก็แค่สงสัยว่าทำไมหมอนี่มาอยู่ในซนอย์โมได้ มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์อยู่แล้ว ผมก็อยากให้ทุกคนเห็นอดีตนะ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมอยู่แล้ว”

บราวน์มุ่งมั่นกับฟุตบอลในประเทศทางตะวันออกของยุโรป แต่ตั้งเป้าจะทำผลงานได้น่าประทับใจ และหวังว่าตัวเองจะช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นไปได้หรือได้รับความสนใจจากประเทศต่างๆ

“มันเป็นลีกที่ดีนะ แม้จะลีกระดับสอง แต่ก็เป็นที่เคารพในเช็ก ดังนั้นถ้าผมเล่นได้ดีที่นี่ ผมก็อาจจะได้เล่นในลีกสูงสุด มี 4 ทีมในลักนั้นได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปในปีนี้ด้วย เช่น วิคตอเรีย พัลเซ่น ก็อยู่กลุ่มเดียวกับเรอัล มาดริดในแชมเปี้ยนส์ลีก”

“ถ้ามีตัวเลือกระหว่าง เนชั่นแนล ลีก ที่เหล่าแข้งดาวรุ่งทั้งหมายไปจบชีวิตฟุตบอลที่นั่น กับลีกรองของประเทศเช็ก ผมขอเลือกอันสองดีกว่า ถ้าคุณโชว์ฟอร์มได้ดีในเนชั่นแนล ลีก ก็ไม่ต่างกับลีกวัน และต้องลงเล่นทุกสัปดาห์ด้วย แต่ถ้าคุณได้เลื่อนชั้นไปลีกสูงสุดของเช็กล่ะก็ คุณอาจจะเป็นทีมที่ได้ไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก็ได้ และนั่นคือเป้าหมายล่ะ”

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่ FourFourTwo Thailand