Interviews

เดวิด เมกิตต์ : แข้งไทยที่ครั้งหนึ่งเคยดวลกับเจมี่ วาร์ดี้

“ครั้งแรกที่ผมเห็น วาร์ดี้ เขาไม่ควรจะมาอยู่ในลีกระดับนี้” 

We are part of The Trust Project What is it?

เขาหอบสตั๊ดล่าฝันถึงแดนผู้ดี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกือบได้เป็นแข้งเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่มีเหตุบางอย่างจนต้องเริ่มต้นในลีกล่าง และเคยปะทะแข้งกับ เจมี่ วาร์ดี้ ยอดหัวหอกชาวอังกฤษตัวเป็นๆมาแล้ว นี่คือส่วนหนึ่งกับเรื่องราวชีวิตของ เดวิด เมกิตต์ ก่อนที่จะกลับสู่บ้านเกิดเพื่อออกเดินทางครั้งใหม่บนเส้นทางลูกหนังอีกครั้ง

สัมภาษณ์ - เขียนโดย

กิตติธัช ศรีสุข

อะไรทำให้เขาต้องพลาดเซ็นสัญญากับ “เรือใบสีฟ้า”? ชีวิตในลีกระดับล่างที่อังกฤษเป็นอย่างไร? และเหตุใดเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาต้องนับหนึ่งใหม่บนถนนลูกหนังที่เมืองไทยอีกครั้ง ติดตามชีวิตสุดเข้มข้นของเขาได้ที่นี่

ล่าฝันที่อังกฤษ

“จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมไปอังกฤษน่ะเหรอ อืม...ก็มาจากคำแนะนำของพ่อนี่แหละ” เมกิตต์ เท้าความในวันที่ตัดสินใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปล่าฝันในแดนผู้ดีที่เมืองแมนเชสเตอร์

“เขาเห็นผมเล่นฟุตบอลได้ดีก็เลยส่งผมไปลองเล่นที่นั่นดู จริงๆแล้วมันน่าจะไปได้สวย เพราะมีแมวมองของ เอฟซี ยูไนเต็ด รวมถึง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ติดต่อให้ผมไปร่วมทีมกับพวกเขา แต่ติดปัญหาเรื่องสัญชาติ คือที่นั่นเขาต้องมีสัญชาติอังกฤษด้วยถึงจะเข้าอคาเดมี่ได้ แต่ผมถือแค่สัญชาติไทยเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องกลับมาเมืองไทยอีกครั้งเพื่อขอถือทั้งสองสัญชาติหลังจากนั้นก็กลับไปอังกฤษ”

“ผมได้เล่นฟุตบอลอย่างที่ตั้งใจไว้ นั่นคือจุดเริ่มต้นในชีวิตกับการเล่นฟุตบอลที่อังกฤษ...”

เดวิด เมกิตต์ เป็นเพียงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ไม่กี่คนที่มีจุดเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังเมืองไทยแบบเรียบง่าย เขาไม่เคยผ่านอคาเดมี่มาก่อนหรือแม้กระทั่งฟุตบอลขาสั้นรายการใหญ่ๆ แต่เสน่ห์เกมลูกหนัง กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขากล้าออกไปเรียนรู้ และเผชิญชีวิตในประเทศอังกฤษ มหาอำนาจลูกหนังของโลกบนวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น

“จริงๆผมชอบเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆก็มีคุณพ่อนี่แหละเป็นคนคอยสอน และพาไปเล่นฟุตบอลด้วยบ่อยๆ” เมกิตต์ เล่าถึงชีวิตวัยเด็กในเมืองไทยที่จังหวัดนครราชสีมาบ้านเกิดของเขา “หลังจากนั้นไม่นาน ผมต้องย้ายตามพ่อไปอยู่ชัยภูมิด้วยเหตุผลเรื่องงาน ผมเข้าเรียนที่โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา  ตอนนั้นเขามีคัดนักฟุตบอลจากโรงเรียนทั่วจังหวัดเพื่อเป็นตัวแทนแข่งขันระดับประเทศ ผมถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนนักฟุตบอลเยาวชนของชัยภูมิ แต่ไม่นานก็ต้องย้ายบ้านมาอยู่กรุงเทพฯ”

“ผมเข้าเรียนที่ปทุมคงคาชั้นม.1 ผมไม่รู้หรอกว่าเขาดังเรื่องฟุตบอล พูดกันตามตรงผมแทบไม่รู้เรื่องฟุตบอลขาสั้นเมืองไทยเลย แต่ปทุมคงคา อยู่ใกล้บ้านก็เลยเข้าไปเรียนที่นั่น แต่ก็ไม่ได้เป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน เพราะตอนเขาเปิดคัดผมเกิดเจ็บซะก่อน”

“ผมเรียนปทุมคงคา ถึงม.5 ระหว่างก็ได้เล่นฟุตบอลอยู่บ้าง แม้ไม่ถึงกับเล่นรายการใหญ่ๆอะไร แต่พ่อเขาดูเราเล่นมาตลอดก็เลยถามว่าจะลองไปเล่นฟุตบอลที่อังกฤษดูไหม ผมตอบกลับไปทันที มันเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยาก แต่พอเอาเข้าจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

เมกิตต์ หอบความฝันลัดฟ้าสู่แดนผู้ดีประเทศที่มีลีกฟุตบอลเป็นอันดับต้นๆของโลก และเป็นดินแดน ที่เหล่านักเตะจากทั่วทุกมุมโลกต่างหวังจะมาค้าแข้งที่นี่

ความท้าทาย และการผจญภัยครั้งใหม่กำลังรอคอยเขาอยู่...

เนื้อหอม

เมกิตต์ ในวัย 17 ปี ย้ายไปปักหลักอยู่ที่แมนเชสเตอร์ เมืองที่มีสองสุดยอดทีมลูกหนังแห่งเกาะอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมกับคุณพ่อของเขา โดยเริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนระดับท้องถิ่น แม้จะใช้เวลาไม่นานกับฟุตบอลที่นั่น แต่เขากลับได้รับข้อเสนอจากยอดสโมสรชื่อดังของอังกฤษที่ยากเกินปฏิเสธได้...

มีสตาฟฟ์โค้ชของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาเห็น เขาก็เลยอยากให้ไปร่วมทีม ผมอยากจะเข้าไปอยู่กับซิตี้ แต่ผมยังเซ็นสัญญากับพวกเขาไม่ได้

“ผมจำไม่ได้ว่าเล่นให้ทีมอะไรในตอนนั้นรู้แค่เป็นทีมระดับท้องถิ่นนี่แหละก็เล่นอยู่ประมาณ 4 เดือน มีสตาฟฟ์โค้ชของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาเห็น เขาก็เลยอยากให้ไปร่วมทีม ผมเป็นแฟนบอลทีมนี้ด้วยนะ แล้วก็มีอีกทีมคือ เอฟซี ยูไนเต็ด (สโมสรท้องถิ่นที่แฟน แมนฯ ยูไนเต็ด ลงขันกันสร้างทีมใหม่ เพื่อต่อต้านการเทคโอเวอร์ทีม) ผมอยากจะเข้าไปอยู่กับซิตี้ แต่ผมยังเซ็นสัญญากับพวกเขาไม่ได้ เพราะตอนนั้นผมถือแค่สัญชาติไทย ถ้าจะเข้าอคาเดมี่ได้ต้องมีสัญชาติอังกฤษด้วย ทางสโมสรเลยให้กลับมาทำเรื่องที่เมืองไทย”

เด็กหนุ่มลูกครึ่งอังกฤษ-ไทย เดินทางกลับเมืองไทยอีกครั้งเพื่อทำเรื่องขอถือสองสัญชาติ แต่ต้องรอเวลากว่า 7 เดือนกว่าที่จะเดินเอกสารเรียบร้อย ระหว่างนั้นเขาขอร่วมฝึกซ้อมกับ ไทยฮอนด้า เอฟซี เพื่อรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมเสมอกับการกลับไปล่าฝันที่อังกฤษอีกครั้ง

หลังจัดการเรื่องเอกสารครบถ้วน เมกิตต์ ได้ถือทั้งสัญชาติไทย และอังกฤษ เขาเดินทางกลับไปอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่อายุเกินเกณฑ์จะเป็นนักเตะอะคาเดมี่ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเป็นช่วงเดียวกับที่ ทักษิณ ชินวัตร มหาเศรษฐีชาวไทยเข้าเทคโอเวอร์สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมพานักเตะอย่าง เกียรติประวุฒิ สายแวว, ธีรศิลป์ แดงดา และสุรีย์ สุขะ ไปค้าแข้งที่นั่น แม้ดูจะเป็นเรื่องดีเพราะแข้งเชื้อสายไทยอย่างเขาอาจได้รับความสนใจจากสโมสรมากขึ้น แต่เขากลับไม่ได้สนใจ และตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องไต่ระดับด้วยฝีเท้าของตัวเองเท่านั้น เมกิตต์ ที่ขณะนั้นวัย 18 ปี ลงไปเริ่มต้นใหม่ในลีกระดับล่างกับ วูดลีย์ สปอร์ต เอฟซี ซึ่งทีมสำรองของ สตอกพอร์ท เคาน์ตี้

การผจญภัยบนเส้นทางลูกหนังในลีกแดนผู้ดีของเขาเริ่มต้นขึ้นแล้ว…

ติดตามชีวิตลูกหนังของ เดวิด เมกิตต์ กับการต่อสู้ในลีกล่างแดนผู้ดีได้ในหน้าต่อไป