เหล่าผู้กุมชะตาทีมชาติไทยรุ่นใหม่? เผยแหล่งผลิตนักเตะ “ช้างศึก” รุ่นจิ๋ว

นี่คือบทวิเคราะห์บรรดาดาวรุ่งทีมชาติไทยตั้งแต่ชุด ยู-14 ไปจนถึง ยู-21 ซึ่งมันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน…

แผนงานระยะยาวของวงการลูกหนังไทยคือ การสร้างดาวรุ่งที่พร้อมรับใช้ทัพ “ช้างศึก” ชุดใหญ่ ซึ่งรู้หรือไม่? ว่าดาวรุ่งแต่ละรายนั้นมาจากไหนกัน

FFT TH ได้จัดการไล่ดูบรรดาแข้งรุ่นจิ๋วตั้งแต่ชุด ยู-14 ไล่ไปจนถึง ยู-21 ซึ่งทำให้เราพบบางอย่างที่น่าสนใจไม่น้อย

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ จริงๆ แล้วมีเพียงไม่กี่สโมสรเท่านั้นที่ผลิตนักเตะจำนวนมาก เพราะจากที่เห็นในรูปด้านบน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือสโมสรที่ส่งออกนักเตะดาวรุ่งทีมชาติมากที่สุด (14 คน) ตามด้วย ชลบุรี เอฟซี (13 คน) แบงค็อก ยูไนเต็ด (6 คน), เมืองทอง ยูไนเต็ด (5 คน), บีอีซี เทโรศาสน, แอร์ฟอร์ซ โรบินสัน เอฟซี (4 คน) และ บางกอกกล๊าส เอฟซี, เชียงราย ยูไนเต็ด, และ การท่าเรือ เอฟซี (3 คน)

ในส่วนของทีมโรงเรียนนั้น ก็หนีไม่พ้นบรรดาโรงเรียนชื่อดังของประเทศ คือ อัสสัมชัญธนบุรี (5 คน), กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (3 คน), สวนป่าเขาชะอางค์ (2 คน) และ อัสสัมชัญกรุงเทพ, อัสสัมชัญศรีราชา, เทพศิรินทร์, สวนกุหลาบวิทยาลัย และ โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี (1 คน)

จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นว่า “กิเลนผยอง” ส่งออกนักเตะสู่ทีมระดับเยาวชนน้อยกว่าคู่อริตลอดกาลอย่าง “ปราสาทสายฟ้า” เสียอีก อาจเป็นเพราะพวกเขาใช้แข้ง “ช้างศึก” ชุดใหญ่ เป็นขุมกำลังหลักของทีมเสียส่วนใหญ่ แต่ตัวเลขที่น่าสนใจคือ “ฉลามชล” ที่มีนักเตะในสังกัดอยู่ในทีมชาติชุด ยู14-ยู21 ถึง 13 คน แสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือแหล่งบ่มเพาะดาวรุ่งฝีเท้าดีไม่แพ้กับยอดทีมแห่งแดนอีสาน

ลำเลียงสู่ชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

ไม่เพียงแค่นั้น จำนวนตัวเลขเหล่านี้ยังสามารถบอกอะไรได้อีก เพราะใต้ความเป็นดาวรุ่งนั้น ดาวรุ่งไฟแรงของทีมยู-14 ก็ต่างจากยอดแข้งของทีมยู-21 ผู้พร้อมจะก้าวขึ้นไปเล่นทีมชุดใหญ่ ดังนั้นเราจึงได้แบ่งจำนวนดาวรุ่งทีมชาติของแต่ละทีมตามรุ่นอายุของแต่ละคนอีกทีด้วย

และก็เป็นอีกครั้งที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นทีมที่ดูดีกว่าทีมอื่นๆ เนื่องจากบรรดาดาวรุ่งวัยเยาว์ชุด ยู14 ของพวกเขา พาเหรดกันติดทีมชาติถึง 9 คน อาทิเช่น ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา น้องชายของ สุภโชค สารชาติ ผู้เล่นตัวหลักของทีมชุดใหญ่และทีมยู19 และ ธนิศร ไพบูลย์กิจเจริญ ที่นอกจากหน้าตาจะหล่อเหลา แต่ฝีเท้าก็ไม่ธรรมดาอีกด้วย ส่วนทีมที่ส่งออกนักเตะรุ่นเด็กมากรองลงมาก็หนีไม่พ้น ชลบุรี เอฟซี ด้วยจำนวน 6 คน

สำหรับชุดยู16 กลับกลายเป็นสถาบันการศึกษา ที่มีนักเตะในสังกัดเป็นผู้เล่นของทีมชาติมากกว่าบรรดาสโมสรต่างๆ อาจเป็นเพราะอยู่ในวัยที่กำลังศึกษา โดยมี อัสสัมชัญธนบุรี ที่ส่งออกแข้งวัยขาสั้นสู่ทีมชาติถึง 5 คน รองลงมายังคงหนีไม่พ้น “ปราสาทสายฟ้า” และ “ฉลามชล” ด้วยจำนวน 3 คน เท่ากัน ตามมาด้วย “กิเลนผยอง” 2 คน และจาก แบงค็อก ยูไนเต็ด, บางกอกกล๊าส เอฟซี, นครปฐม ยูไนเต็ด, อัสสัมชัญกรุงเทพ, อัสสัมชัญศรีราชา, วัดเทพศิรินทราวาส, สวนกุหลาบวิทยาลัย และ โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ละหนึ่งคน

มาต่อกันที่ทัพ “ช้างศึก” ชุดยู19 ที่กำลังทำการแข่งขัน AFF U19 Championship ที่เวียดนาม ณ ขณะนี้ น่าแปลกใจที่ไม่มีผู้เล่นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลยแม้แต่คนเดียว โดยคราวนี้เจ้าของตำแหน่งส่งออกแข้งไปป้องกันแชมป์อาเซียนมากที่สุดคือ แบงค็อก ยูไนเต็ด และ ชลบุรี เอฟซี ด้วยจำนวน 3 คน เท่ากัน แถมเป็นกำลังหลักของทีมอีกด้วย อาทิเช่น วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ชาคร พิลาคลัง และ สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ เป็นต้น

สุดท้ายคือชุดยู21 ว่าที่อนาคตทีมชุดใหญ่ ที่อุดมไปด้วยบรรดาแข้งดาวรุ่งชื่อดังที่คุ้นหน้าคุ้นตากันหลายคน แต่นักเตะที่ติดทีมชาติชุดนี้มากที่สุดกลับไม่ได้มากจากทีมหัวตาราง ซึ่งก็คือ บีอีซี เทโรศาสน ด้วยจำนวน 4 คน แถมรองลงมายังเป็นทีมจากศึกยามาฮ่า ลีก วัน อย่าง แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ถึง 3 คน ส่วนทีมยักษ์ใหญ่จากไทยลีก ต้องบอกว่ามีแข้งในสังกัดอยู่ในขุนพลชุดนี้น้อยเหลือเกิน ตามกราฟทางด้านบน

จากตัวเลขทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า ทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ชลบุรี เอฟซี มีรากฐานในระดับเยาวชนที่ดีเยี่ยมตั้งแต่อายุ 14 ปี แม้เป็นที่รู้กันดีว่า “ปราสาทสายฟ้า” คือเจ้าบุญทุ่มแห่งแดนสยาม แต่บรรดาแข้งรุ่นเยาว์เหล่านี้ ก็พร้อมที่จะรอวันพัฒนาฝีเท้าเพื่อก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดใหญ่ได้ในอนาคต และสำหรับสองสโมสรหัวตารางอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด นั้น ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าพวกเขาจะผลิตแข้งรุ่นจิ๋วติดทัพ “ช้างศึก” ได้มากกว่านี้หรือไม่ในภายภาคหน้า

หมายเหตุ - นักเตะเหล่านี้เป็นเพียงคนที่ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติเท่านั้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าพวกเขาได้ลงเล่นแต่อย่างใด