เฮลั่นตอนได้...สุดท้ายกุมขมับ : 9 แข้งค่าตัวแพงสุดล้มเหลวของแมนฯยูไนเต็ด

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการเสริมทัพนักเตะชื่อดังด้วยค่าตัวมหาศาลมาสู่ทีมมากมาย  แต่ใช่ว่าทุกคนจะเล่นได้คุ้มค่าตัวแม้ว่าจะเป็นสตาร์ดังมาจากทีมเก่า

หลายคนล้มเหลวโดยสิ้นเชิงกับการมาเป็นนักเตะของทีม “ปีศาจแดง”​ เมื่อโรงละครแห่งความฝัน กลับกลายเป็นฝันร้ายของพวกเขาเหล่านี้

อังเคล ดิ มาเรีย

การมาของ ดิ มาเรีย นั้นสร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าบรรดาสาวก เร้ด อาร์มี่ เมื่อเขาเข้ามาสวมเบอร์ 7 อันเป็นสัญลักษณ์ของสโมสร หลังย้ายมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 59.7 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของเกาะอังกฤษในตอนนั้น

ในการลงเล่นให้กับทีมในฤดูกาล 2014-15 เขาเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว แต่ว่าจุดเปลี่ยนก็ดันมาเกิดขึ้นจากอาการบาดเจ็บตัวเขาที่ตามรบกวนอยู่เรื่อย ๆ และที่หนักที่สุดก็คือปัญหานอกสนามที่โดนขโมยขึ้นบ้าน จนทำให้เขาไม่มีสมาธิในการเล่นเหมือนเดิม

ในช่วงท้ายซีซั่น ดิ มาเรีย ต้องตกเป็นตัวสำรองในทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล ก่อนที่สุดท้ายเขาจะแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ต้องการเล่นให้กับทีมอีกแล้ว โดยหลังจากจบศึก โคปา อเมริกา กับทีมชาติอาร์เจนติน่า “เอล ฟิเดโล่” ไม่ยอมมารายงานตัวกับสโมสร เพื่อเป็นการบีบให้ทีมขายเขาให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมงต์ ด้วยค่าตัว 43 ล้านปอนด์ ในเวลาต่อมา

ฮวน เซบาสเตียน เวรอน

“เขาเป็นผู้เล่นที่โคตรเก่ง และพวกคุณแม่งโคตรกาก” นั่นคือคำที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สบถใส่นักข่าวที่ตั้งคำถามถึง ฮวน เซบาสเตียน เวรอน จอมทัพสุดคลาสสิกชาว อาร์เจนติน่า ที่ทีมซื้อมาจาก ลาซิโอ เมื่อปี 2001 ด้วยค่าตัวสถิติของสโมสรในตอนนั้น 28.1 ล้านปอนด์

“เขาเป็นผู้เล่นที่โคตรเก่ง และพวกคุณแม่งโคตรกาก”

เวรอน นั้นทำผลงานได้ดีในช่วงแรก แต่ว่าพอเริ่มเจอกับโปรแกรมที่ชุกของลีกอังกฤษ ที่เขาไม่คุ้นเคยมาก่อนผลงานของเขาก็ตกลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งแม้ว่า เซอร์ อเล็กซ์ จะพยายามสวมบทป๋าดันช่วยเขาขนาดไหนก็ตาม มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

หลังจากที่ค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเวลาสองซีซั่น ทีมก็ตัดสินใจขาย เวรอน ออกไปจากทีมด้วยค่าตัวที่ลดลงมาเกือบครึ่ง ให้กับ เชลซี ซึ่งนั่นทำให้ เวรอน ติดหนึ่งในทำเนียบนักเตะที่ทำผลงานได้สวนทางกับค่าตัวที่สุดของสโมสรเลยทีเดียว

มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดหวังว่าเขาจะเป็นคำตอบสุดท้ายในแผงมิดฟิลด์จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมที่แสดงให้เห็นกับ เซาธ์แฮมป์ตัน นั่นทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมทุ่มเงิน 25 ล้านปอนด์ ในการดึงตัวเขาเข้ามาสู่ทีมเมื่อปี 2015

ในยุคของ มูรินโญ่ ตัวของ ชไนเดอร์ลิน ได้ลงสนามไปเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น

ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล เขาได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง โดยลงเล่นรวมทุกรายการไปถึง 39 นัด ทั้งในฐานะตัวจริงและตัวสำรอง แต่ว่าหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงนายใหญ่คนใหม่แห่งโรงละครแห่งความฝันมาเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ยอดโค้ชชาวโปรตุกีส ตัวของ ชไนเดอร์ลิน ก็กลายเป็นส่วนเกินทันที

ในยุคของ มูรินโญ่ ตัวของ ชไนเดอร์ลิน ได้ลงสนามไปเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องของสภาพร่างกาย แต่ว่าอีกประเด็นก็คือเวลาเขาได้โอกาสก็มักจะทำได้ไม่ดี ก่อนที่สุดท้ายเขาจะโดนปล่อยตัวให้กับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งกลายเป็นทีมที่เขากลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งเหมือนกับตอนเล่นให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน

ซึ่งนั่นเป็นเหมือนข้อพิสูจน์ว่า ชไนเดอร์ลิน เป็นนักเตะที่ดี เพียงแต่ว่าเขาอาจจะไม่เหมาะในการเล่นให้กับทีมระดับยักษ์ใหญ่ที่มีเป้าหมายลุ้นแชมป์