เหมือนจะมาแล้วจากไป : 10 (อดีต) ดาวรุ่งท่าดีทีเหลวแห่งเกาะอังกฤษ

แฟนฟุตบอลทุกๆคนคงรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เห็นสโมสรอันเป็นที่นักผลักดันนักเตะเยาวชนลงสนาม หลายครั้งเราตั้งความหวังว่าหลังจากพวกเขาเหล่านั้นได้รับโอกาสแล้วจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะตัวหลักของทีมได้ แต่สำหรับ 10 นักเตะที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้กลับไม่ใช่อย่างนั้น

เจย์ สเปียร์ริ่ง

ดาวรุ่งชาวสเก๊าเซอร์เเท้ๆผลผลิตจากอคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล รายนี้ได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2008 ก่อนในปัจจุบันจะต้อลงไปเล่นในลีกวันกับ โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส

สเปียร์ริ่ง คือขวัญใจของแฟนๆหงส์เเดงด้วยความหวังว่าจะได้มิดฟิลด์ใจเพชรสู้ไม่ถอยเหมือนที่เคยได้จาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด เมื่อครั้งอดีต ครั้งหนึ่งมีการคาดหมายว่าเขาจะเป็นกัปตันทีมคนต่อไปเลยทีเดียว ... ด้าน "เดอะ ปั๊ก" ก็เริ่มต้นด้วยการโดยส่งลงสนามอยู่เป็นเนื่องก่อนจะถูกส่งไปอยู่กับ เลสเตอร์ แบบยืมตัวและได้กลับมาลงเล่นกับทีมชุดใหญ่มากขึ้นในปี 2010-11 ที่ รอย ฮอดจ์สัน เข้ามาคุมทีม

ฤดูกาล 2011-2012 คือปีที่ดีที่สุดของเขากับ ลิเวอร์พูล เมื่อเคนนี ดัลกลิช เขามาคุมทีมและใช้นักเตะเยาวชนลงสนามมากขึ้นโดยเจ้าตัวได้ลงสนามไปถึง 25 เกม นั่นนับว่าไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลยวำหรับนักเตะในวัย 21 ปี นอกจากนี้เขายังมีส่วนในการพาทีมคว้าแชมป์ คาร์ลิ่ง คัพ ในฤดูกาลดังกล่าวด้วย

"ผมต้องการจะเดินหน้าต่อไปเพื่อคว้าแชมป์เหมือนอย่างที่พวกเขาทำได้ ผมต้องการมองย้อนกลับไปในอาชีพของผม และพูดได้ว่าผมประสบความสำเร็จเช่นนั้น รวมถึงคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกได้" นั่นคือสิ่งที่ สเปียริ่ง คาดหวังและเปิดเผยหลังจากนั้น

แต่จนแล้วจนรอดดันแค่ไหนก็เข็นไม่ขึ้น สเปียร์ริ่ง มีเพียงลูกบ้าเท่านั้นที่พอเป็นจุดขาย และเมื่อเทียบกับกองกลางที่มีอยู่ในเวลานั้นอย่าง จอร์เเดน เฮนเดอร์สัน ก็ยังเป็นรองอยู่หลายขุม นั่นจึงทำให้เขาไม่ดีพอสำหรับการคุมเกมกลางสนามให้กับทีมอย่างลิเวอร์พูล และในที่สุดเมื่อ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส เข้ามาคุมทีม สเปียร์ริ่ง ก็โดนปล่อยให้กับ โบลตัน ยืมตัวไปใช้งานในช่วงฤดูกาล 2012-13 และหลังจากนั้นเขาก็ถูกขายขาดให้กับ เดอะ ทร็อตเตอร์ และยังอยู่กับทีมจนถึงทุกวันนี้

  

นิล เมลเลอร์

หลังจากปลุกปั้น ไมเคิล โอเว่น จนสามารถคว้ารางวัลบัลลงดอร์ได้สำเร็จ สาวกหงส์เเดงก็ได้ฮือฮากันอีกหนเมื่อมีกองหน้าดาวรุ่งฝีเท้าดีนามว่า นีล เมลเลอร์ ขึ้นมาแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2002-2003

เมลเลอร์ นั้นลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ให้กับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่อายุ 19 ปี ในยุคทีมี เชราร์ด อุลลิเย่ร์ เป็นกุนซือ  ก่อนจะเเจ้งเกิดได้ทันทีในเกม ลีกคัพ รอบ 4 ทีมสุดท้ายที่เป็นผู้ทำประตูในเกมนั้นได้ และได้รับสัญญาอาชีพ 3 ปีเป็นรางวัลจากประตูดังกล่าว และหลังจากนั้นเขาก็ถูกส่งให้ เวสต์แฮม ยืมตัว ทว่าเขาก็โชคร้ายเพราะได้บาดเจ็บไปเสียก่อนก่อนที่จะได้โชว์ฟอร์มอย่างเมที่

หลังจากสิ้นสัญญายืมตัว เมลเลอร์ ก็กลับมาเล่นให้ลิเวอร์พูลอีกครั้บ และฤดูกาล 2004-05 คือปีที่ดีที่สุดของเขา ภายใต้การคุมทีมของ ราฟา เบนิเตซ กุนซือคนใหม่ เมลเลอร์ ก็ได้ลงเล่น 16 นัดและยิงไป 5 ประตูในฤดูกาลดังกล่าว

แม้จะดูเป็นสัญญาณที่ดีแต่สุดท้ายเขาก็ถูกส่งยืมตัวให้ วีแกน ยืมตัวอีกครั้ง และหนนี้เขาไม่ได้กลับมาเริ่มใหม่อีกแล้ว ราฟา ตัดสินใจขายขาด เมลเลอร์ ให้กับ เปรสตัน และหลังจากนั้นเขาก็วนเวียนอยู่ในลีกล่างตลอดมา แม้เจ้าตัวจะยิงประตูให้กับ เปรสตัน 43 ลูกจากการลงสนาม 150 เกม แต่ที่สุดเเล้ว เปรสตัน ก็ตกชั้นในฤดูกาล 2010-11  ก่อนที่เจ้าตัวจะประกาศแขวนสตั๊ดแบบสุดช็อคหลังจากจบฤดูกาลดังกล่าวด้วยเหตุผลของอาการบาดเจ็บที่ตามเล่นงานเขามาตั้งแต่วัยหนุ่ม

"มันเป็นวันอันแสนเศร้าของผม รวมทั้งครอบครัวของผมด้วย แพทย์ได้แนะนำผมว่า ควรตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลถ้ายังห่วงร่างกายตัวเอง" เมลเลอร์ กล่าวในวันที่เขาประกาศแขวนสตั๊ดในวัยเพียง 29 ปีเท่านั้น

Pages