เหตุไฉน เป๊ปและบาเยิร์น ต้องแยกทางเดิน?

ข่าวล่าสุดเพิ่งยืนยันว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับ บาเยิร์น มิวนิค ทั้งๆที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผลงานของเขาถือว่าสุดยอด เพราะอะไร อดีตนายใหญ่บาร์ซ่า ถึงเลือกแบบนั้น และ อนาคตของ “เสือใต้” จะเป็นเช่นใด โจนาธาน ฮาร์ดดิ้ง คอลัมนิสต์ของเรามีคำตอบ..

ตลอดเวลาสามปีในถิ่น อลิอันซ์ อารีน่า ถือว่า เป๊ป ประสบความสำเร็จพอตัว แม้เขายังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปได้ แต่ในปีนี้ กุนซือชาวสแปนิช ก็ยังมีโอกาสอยู่ ซึ่งคงจะเป็นเรื่องเหมือนฝันไม่ใช่น้อย หาก เป๊ป อำลำทีมด้วยการคว้าถ้วยหูกางใบนั้นได้สำเร็จ

ทว่า สิ่งที่หลายคนสงสัยก็คือ ในเมื่อภารกิจของเขายังไม่เสร็จ แล้วทำไม เป๊ป ถึงไม่อยู่สร้างทีมดังแห่งเยอรมันต่อไปเสียก่อน คำตอบทั้งหมดอยู่ตรงหน้า…

เสือใต้ยุคใหม่

นับตั้งแต่วันแรกที่ เป๊ป ก้าวเท้าเข้าสู่แดนบาวาเรีย เขาตั้งเผชิญกับการตั้งคำถามของแฟนบอลมากมาย เมื่อ เป๊ป รับมรดกต่อจากทีมของ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส อดีตยอดกุนซือผู้พา “เสือใต้” คว้าแชมป์ยูซีแอลเมื่อปี 2013 โดยสไตล์การเล่นของ ไฮย์เกส เป็นที่ถูกอดถูกใจของเหล่าคอบอลทั่วโลกเป็นอย่างมาก

ทว่าอย่างที่รู้กันว่า อดีตกุนซือบาร์เซโลน่า มักชอบให้ลูกทีมครองบอล พร้อมกับถ่ายบอลไปเรื่อยๆ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาติดตั้งระบบนี้ให้กับ บาเยิร์นฯ ได้สำเร็จ พร้อมกับพาทีมคว้าชัยเป็นว่าเล่น

ในฤดูกาลนี้ ผลงานของ เป็ปและลูกทีม ยังดีต่อเนื่อง เมื่อพวกเขานำโด่งจ่าฝูงของบุนเดสลีก้า พร้อมกับยิงประตูถล่มทลาย 

Pep Guardiola, Bayern Munich

บาเยิร์นในยุคเป๊ปแทบจะเป็นทีมไร้เทียมทาน

ปัจจุบัน “เสือใต้” กลายเป็น สุดยอดทีมของโลก พวกเขาพร้อมที่จะยิงถล่มคู่แข่งในทุกเกม พร้อมกับสร้างสถิติการครองบอล จ่ายบอล มากขึ้นในทุกเกม นอกจากนี้ ทุกคนยังช่วยกันทำลายสถิติแล้วสถิติเล่าของบุนเดสลีก้า ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประตู จำนวนเกมที่ชนะ หรือจำนวนแต้ม และแน่นอนว่า จำนวนแชมป์มากมายที่หลั่งไหลสู่ทีมดังแห่งเมืองเบียร์..

กุนซือนับสาม(ปี)

รอยด่างเพียงจุดเดียวในถิ่น อลิอันซ์ อารีน่า ก็คือ เป๊ป ยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ เขาเคยได้ถึงสองสมัยในช่วงที่คุม “บาร์ซ่า” อย่างปีที่แล้ว เป๊ป พาบาเยิร์นฯ ไปถึงรอบรองชนะเลิศ ทว่าด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บของกำลังสำคัญหลายคน ทำให้ทีมของเขาแพ้ต่ออดีตต้นสังกัดอย่าง บาร์เซโลน่า อย่างเละเทะ เช่นเดียวกับในปี 2014 ที่เจอความสุดยอดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และผองเพื่อน จนทำให้พ่ายแพ้ไป ซึ่งปีนี้ เป๊ป คาดหวังเป็นอย่างมากที่จะพา “เสือใต้” เถลิงแชมป์ยุโรปให้ได้

และแม้ว่า เขาจะทำไม่สำเร็จ เราก็ต้องถือว่า อดีตยอดกองกลางคนนี้ เป็นสุดยอดผู้จัดการทีมของโลกอยู่ดี เพราะหากให้เขาคุมทีมต่อไป เชื่อได้ว่า ไม่ปีนี้ก็ปีหน้า เป๊ป จะพาทีมคว้าแชมป์ยูซีแอลได้แน่นอน

ที่น่าคิดก็คือ ทำไม เป๊ป ถึงชอบเปลี่ยนงานบ่อยขนาดนี้? ทั้งๆที่แต่ละทีมที่เขาคุมนั้น คือ ยอดทีมของโลกทั้งสิ้น

Pep Guardiola, Barcelona

เป๊ป ตัดสินใจลาบาร์ซ่าเอง

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า สัญญา 3 ปีกับทีมดังแห่งเยอรมัน คือ สัญญาที่ เป็ป เซ็นยาวที่สุดในชีวิตการคุมทีม โดยก่อนหน้านี้ เขามักเซ็นสัญญาระยะสั้นกับ “เจ้าบุญทุ่ม” เท่านั้น

อดีตเด็กปั้นรุ่นแรกของ ลามาเซีย เคยให้เหตุผลที่เขาลาออกจากตำแหน่งกุนซือใหญ่ของทีมรักว่า เขาให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับทีมแล้ว ไม่มีอะไรที่เขาจะให้ทีมได้อีก

โดยในปีสุดท้ายของ เป็ป กับ บาร์ซ่า นั้น ผลงานของเขาไม่ค่อยดีเท่าไร เมื่อทีมเสียแชมป์ลีกให้กับ เรอัล มาดริด ขณะเดียวกัน ในยูซีแอลที่พวกเขาเป็นแชมป์เก่า ก็โดน เชลซี เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศ และทำให้ เป็ป รู้สึกว่า เขาไม่สามารถทำให้ทีมเก่งไปกว่านี้ได้อีก

และนั่นก็อาจจะเป็นเหตุผลเดียวกันในครั้งนี้..

ก่อนถึงคิว “คาร์ล็อตโต้”

สำหรับผู้ที่มาแทนเขาอย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ก็พกดีกรีมาไม่แพ้กัน และที่เหนือกว่า คือ กุนซือชาวอิตาเลียน เคยได้แชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 3 ครั้ง

แม้ว่าก่อนหน้านี้ “คาร์ล็อตโต้” อาจจะเคยให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ค่อยอยากคุมทีมในบุนเดสลีก้า เท่าไร (เพราะยังไงๆ “เสือใต้” ก็นอนมาทุกปี) แต่ในเมื่อยอดทีมอย่าง บาเยิร์นฯเสนอโอกาสเข้ามาทั้งที อันเชล็อตติ ก็พร้อมที่จะลิ้มลองประสบการณ์ใหม่ๆ

Carlo Ancelotti

อันเชล็อตติ ผ่านประสบการณ์ทั้งอิตาลี อังกฤษ และ สเปน

จากวันนี้ เป็ป กับ บาเยิร์น ก็เหลือเพียงแต่การนับถอยหลังเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งสองฝ่ายคงอยากทำให้ช่วงเวลาที่เหลือเป็นความทรงจำชั่วนิรันดร์ของทั้งคู่ ซึ่งทีมที่ เป็ป ปลุกปั้นขึ้นมาตลอดสามปี จะต่อยอดความสำเร็จไปอีกยาวนานและครองความยิ่งใหญ่ไปอีกหลายปี(เหมือนกับที่ “บาร์ซ่า” ทำในตอนนี้) และสักวัน พวกเขาอาจจะต้องพบเจอกันอีกครั้ง ไม่ว่าในฐานะเพื่อนหรือคู่แข่งก็ตาม

แต่ตอนนี้ ทั้งคู่คงต้องฝ่าฟันให้ไปถึงความสุขสุดท้ายในวันที่ 28 พฤษาคม 2016 ที่มิลาน

ความสุขชื่อ “แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก” นั่นเอง…

More features every day on FFT.com