เกาะติดทีมแชมเปี้ยนส์ลีก : กำแพงเพชร...ยอดทีมแห่งความมุมานะสู่เส้นทางประวัติศาสตร์

นี่คือทีมที่อาจเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น อดทน และความพยายาม ซึ่งทำทุกวิถีทางที่จะเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จให้ได้ แม้จะต้องเจออุปสรรคมากแค่ไหนก็ตาม ในซีซั่นนี้กว่าจะประสบความสำเร็จได้ พวกเขาต้องเจออะไรมาบ้าง หัวใจสำคัญของทีมที่ไม่ได้มีทุนมากเหมือนสโมสรอื่น แต่กลับทำตามเป้าหมายได้สำเร็จเกิดขึ้นได้อย่างไร FFT TH ขอพาคุณไปทำความรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้นของ “นักรบชากังราว” กำแพงเพชร เอฟซี

เครดิตภาพ : Supeecha Chaimankong

กำแพงเพชร เอฟซี

ความเปลี่ยนแปลงประจำซีซั่น

“นักรบชากังราว” เป็นทีมหนึ่งที่ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นมากเท่ากับทีมอื่นๆที่ใช้เงินทุ่นซื้อเข้าทีมหวังเลื่อนชั้นให้ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จ เพราะสุดท้ายแล้ว ลูกทีมของ “โค้ชเสก” เศกสรร ศิริพงษ์ ผู้ที่เป็นทุกอย่างของทีม ทั้งประธานสโมสร , เฮดโค้ช และตำแหน่งอื่นๆ สามารถพาทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย

ที่สำคัญในศึกดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือที่ผ่านมา พวกเขาไม่ใช่แค่ได้ลุ้นเลื่อนชั้นเท่านั้น แต่ยังเกือบคว้าแชมป์มาครองอีกต่างหาก แต่น่าเสียดายที่ในเกมสุดท้ายทำได้แค่เสมอกับ พิษณุโลก เอฟซี 0-0 ส่งผลให้ หนองบัวพิชญ เอฟซี ฉกถ้วยแชมป์ไปนอนกอดด้วยคะแนนทิ้งห่างกันเพียงแต้มเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม “โค้ชเสก” ยังพอใจกับผลงานทีม แม้สุดท้ายจะพลาดแชมป์ไป แต่ก็สามารถพาทีมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกให้สโมสรด้วยการเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีกในปีนี้ได้อย่างน่าประทับใจ

จุดเด่นที่จะพาทีมไปสู่เป้าหมาย

การที่ “นักรบชากังราว” เดินทางมาถึงจุดนี้ได้ มาจากความพยายามหลายปีที่ทุกคนในสโมสรร่วมกันฝ่าฟันมา นักเตะในทีมไม่ได้มีเกรดสูงๆเหมือนบางทีมที่เข้ามาเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก งบประมาณไม่ได้มีเยอะ ส่วนผู้เล่นบางรายยังเรียนหนังสืออยู่ด้วยซ้ำ เพราะอย่างที่รู้กันว่า สโมสรกำแพงเพชร ก่อตั้งมาจากการที่ “ โค้ชเสก” หวังให้เด็กในพื้นที่ได้เรียนรู้การเล่นฟุตบอล นักเตะส่วนใหญ่จึงถูกปลุกปั้นมาตั้งแต่เด็ก และอยู่กับทีมมานาน จนวันนี้ความพยายาม ความสามัคคี การเล่นด้วยใจที่พร้อมสู้ทุกอย่างที่มี ทำให้พวกเขาเดินทางมาสู่ความสำเร็จในที่สุด

ที่สำคัญหัวใจของทีมคงไม่ใช่ใคร หากแต่เป็น “โค้ชเสก” เศกสรร ศิริพงษ์ ที่ตั้งใจสร้างทีมขึ้นมา ล้มกี่ครั้งก็ยังลุกขึ้นมาใหม่ ใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อพาทีมไปสู่จุดหมายให้ได้ จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ในปีนี้ การเข้ามาเล่นแชมเปี้ยนส์ พวกเขาอาจจะไปไกลเกินกว่าที่ฝันไว้ก็เป็นได้

ดาวเด่นประจำทีม

กิลเบอร์ตี้ ชิลวา ห้องเครื่องชาวบราซิล กลายเป็นคีย์แมนคนสำคัญของ “นักรบชากังราว” ในฤดูกาลนี้ ด้วยสไตล์การเล่นที่โดดเด่น จ่ายบอลดี มีชั้งเชิงสูง ทำให้การสร้างสรรค์เกมตรงกลางสนามของ กำแพงเพชร น่าจะทำให้คู่ต่อสู้ต้องเจองานที่ยากพอสมควร

ในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก หากขาดแข้งชาวแซมบ้ารายนี้ไป น่าจะสงผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับทีม ซึ่งนั่นอาจทำให้รูปเกมของพวกเขาดูจะลดประสิทธิภาพไปพอสมควร อยากไรก็ตามต้องรอติดตามว่า เมื่อเข้ามาสู่รอบที่ต้องเจอทีมจากโซนภาคอื่น และแข็งแกร่งด้วยกันทั้งนั้น มิฟิลด์ผู้นี้จะบัญชาเกม หรือสร้างโอกาสให้ทีมได้เหมือนตอนเล่นในลีกได้มากแค่ไหน

คู่แข่งที่ต้องเจอ

กำแพงเพชร เอฟซี ถูกจับอยู่ในกลุ่มสายบี โดยทีมแรกที่จะต้องเจอคือ อยุธยา วอริเออร์ ซึ่งถือเป็นงานหนักทีเดียว เพราะฟอร์มคู่แข่งในปีนี้แข็งแกร่งอย่างมาก แม้จะเพิ่งก่อตั้งทีมขึ้นมา แต่พวกเขาก็เพียบพร้อมไปด้วยงบประมาณ และนักเตะที่อัดแน่นคุณภาพ จนคว้าแชมป์โซนภาคกลางไปครองได้แบบสวยหรู

ที่สำคัญคือในเกมแรก “นักรบชากังราว” จะต้องเป็นฝ่ายไปเยือนก่อนในวันที่ 17 กันยายนนี้ หากเทียบกันจริงๆก็ดูจะเสียเปรียบอยู่พอสมควร แต่ด้าน “โค้ชเสก”ก็ยังตั้งเป้าว่าจะต้องพาทีมไปเล่นในลีกวันให้ได้ โดยหลังจบการแข่งนัดสุดท้ายของโซนภาคเหนือ ได้เน้นการพักผ่อนของนักเตะเป็นหลัก ก่อนที่จะให้ลูกทีมได้อุ่นเครื่องกับสมาคมกีฬาจังหวัดพิจิตร อายุไม่เกิน 19 ปี และเอาชนะไปได้ 6-1 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลุยรอบแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง

เส้นทางก่อนถึงรอบแชมเปี้ยนส์ลีก

กว่าจะมาถึงจุดนี้ การแข่งขันในลีกภูมิภาคของพวกเขาที่ผ่านมา แต่ละเกมต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพราะในทีมไม่ได้มีผู้เล่นระดับห้าดาว หรือความพร้อมด้านอื่นๆมากเท่ากับบางสโมสร แต่อาศัยทีมเวิร์คช่วยกันเล่นจนสุดท้ายคว้าตั๋วใบที่สอบเข้าไปเล่นรอบแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ

โดยโซนภาคเหนือนี้เป็นอีกโซนหนึ่งที่อันดับ 1-4 สู้กันได้อย่างสูสี แต้มเบียดบี้กันจนต้องลุ้นถึงนัดสุดท้าย แม้การแข่งขันจะสูง ตลอด 22 เกมที่ผ่านมา ลูกทีมของ “โค้ชเสก” เก็บชัยชนะได้ถึง 22 เกม เสมอ 7 และแพ้ 2 นัดซึ่งเป็นการแพ้น้อยกว่าจ่าฝูง 1 นัด แต่ก็ต้องลุ้นกันอย่างหนักเพราะ อันดับ 3 อย่างแพร่ ยูไนเต็ด