เกาะติดทีมแชมเปี้ยนส์ลีก : จากตกชั้น...สู่การหวนคืน อย่างยิ่งใหญ่

หลังเกือบพักทีมในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ “ช้างขาวจ้าวเกาะ” ตัดสินใจกลับมาสู้อีกครั้ง ก่อนจะก้าวสู่เป้าหมายแรกอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นแชมป์ภาคตะวันออก และถูกยกเป็นทีมเต็งในรอบแชมเปี้ยนส์ลีกในปีนี้อีกหนึ่งทีม สิ่งใดทำให้พวกเขาลุกขึ้นยืนหยัดสู้อีกครั้ง และอะไรนำพาให้พวกเขามาสู้ความสำเร็จได้ในที่สุด FFT TH ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับยอดทีมโซนตะวันออก ตราด เอฟซี ให้มากขึ้นกว่าเดิม

ความเปลี่ยนแปลงประจำซีซั่น

หลังตกชั้นจากดิวิชั่น 1 เมื่อฤดูกาล 2015 “ช้างขาวจ้าวเกาะ” ประสบปัญหาหลายอย่าง และเกือบตัดสินใจพักทีม แต่สุดท้ายในซีซั่นนี้พวกเขาตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อหวังหวนคืนสู่ลีกพระรองอีกครั้ง

ภายใต้การนำของ “โค้ชป๋อง” ชยพล คชสาร กุนซือของ ตราด เอฟซี ในยุคปัจจุบันอาจจะเปลี่ยนแปลงผู้เล่นไปพอสมควร แต่ยังมีแข้งประสบการณ์สูงอย่าง  วุฒิชัย อะสุชีวะ ที่เคยเล่นไทยลีก และลีกวัน มาแล้ว อยู่ช่วยทีมต่อไป พร้อมทั้งดึงตัวผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพ โดยผนึกกำลังกับแข้งเก่าทีมีอยู่แล้ว มาใช้ลุยศึกดิวิชั่น 2 ในปีนี้ ซึ่งการตัดสินกลับมาสู่เวทีลูกหนังดูจะคุ้มค่าอย่างมาก แม้ทีมจะไม่มีงบประมาณมากเท่าปีก่อนๆ สุดท้าย การบริหารจัดการทีมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงนโยบายที่ต้องการสร้างความสำเร็จโดยใช้ทุนที่มีจำกัด แต่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ส่งผลให้ ตราด เอฟซี กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์โซนตะวันออก และมีลุ้นกลับไปเล่นในลีกวันอีกครั้งในฤดูกาล 2017

อย่างไรก็ตาม ตราด เอฟซี อาจจะต้องลุ้นต่อไปว่า หลังจากนี้ในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ผลงานงานของทีมจะออกมาเป็นอย่างไร เมื่อล่าสุดบอร์ดสโมสรประกาศเลื่อน “โค้ชป๋อง” ชยพล คชสาร ขึ้นเป็นประธานเทคนิค และตั้ง "โค้ชเป"สมเกียรติ ฟองเพ็ชร คุมทีมแทน โดยจะประเดิมเกมแรกรับมือกับ "ปลากัดนักสู้" ฉะเชิงเทรา เอฟซี ในรอบแชมเปี้ยนส์ลีกนี้

จุดเด่นที่จะพาทีมไปสู่เป้าหมาย

หลังตกชั้น แน่นอนว่างบประมาณการทำทีมก็ลดลงไปด้วย แต่กระนั้นก็ไม่ได่ทำให้ความน่ากลัวของพวกเขาลดลงไปแต่อย่างใด เพราะยังคงเป็นทีมที่น่ากลัวทีมหนึ่งแห่งโซนภาคตะวันออกเหมือนอย่างที่เป็นมา

เกมรุกของ ตราด เอฟซี ยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวลสำหรับคู่แข่งยามต้องต่อกรกับพวกเขา เพราะ “ช้างขาวจ้าวเกาะ” ติดอาวุธหนักด้วยการดึง เอริวัลโด้ โอลิเวียร่า ศูนย์หน้าความเร็วสูงที่หลายทีมในดิวิชั่น 2 คงรู้พิษสงของเจ้าตัวดี เพราะโลดแล่นอยู่ในลีกรากหญ้าของเมืองไทยมาหลายปี ที่สำคัญเคยร่วมงานกับ “โค้ชป๋อง” ชยพล คชสาร มาแล้วก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปเล่นให้กระบี่ เอฟซี

นอกจากนี้ขุมกำลังแนวรุกอย่าง วุฒิชัย อะสุชีวะ , จิราวุฒิ สารนันต์ และ อันเดร อราอูโจ ยังพร้อมลงช่วยทีมตลอดเวลา เรียกว่ามีตัวเลือกให้ใช้งานพอสมควรทีเดียว แต่ต้องรอดูว่า แทคติกของกุนซือคนใหม่อย่าง "โค้ชเป"สมเกียรติ ฟองเพ็ชร จะดึงศักยภาพของนักเตะออกมาได้แค่ไหน

ดาวเด่นประจำทีม

แม้เพิ่งย้ายมาร่วมทัพในฤดูกาลนี้ แต่ เอริวัลโด้ โอลิเวียร่า ก็กลายเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่พา “ช้างขาวจ้าวเกาะ” เดินทางมาถึงเป้าหมายแรกได้สำเร็จ

ฝีเท้าของดาวยิงรายนี้เรียกว่าเล่นในดิวิชั่น 1 ได้สบายๆ เพราะมีทั้งความเร็ว การจบสกอร์ และการเคลื่อนที่ไปกับบอล ซึ่งเขาทำได้ดีอย่างมาก และในซีซั่นนี้ หอกชาวบราซิล ซัลโวในลีกไปแล้ว 11 ประตูด้วยกัน โดยในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก น่าจะเป็นผู้เล่นอีกรายที่น่าจับตามองอย่างมากทีเดียว

คู่แข่งที่ต้องเจอ

ฉะเชิงเทรา เอฟซี คือทีมที่พวกเขาจะต้องเจอกันในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแรก โดยนัดแรก ตราด เอฟซี จะได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ปลากัดนักสู้” ก่อนที่เกมนัดสองจะต้องออกไปเยือนอีกครั้ง

ที่สำคัญในศึก เอไอเอส ลีก ดิวิชั่น 2 ทั้งสองทีม อยู่โซนเดียวกัน จึงรู้ทางกันเป็นอย่างดี แต่การดวลกันครั้งนี้ต้องรอดูต่อไปว่า ตราด เอฟซี จะย้ำชัยชนะได้หรือไม่ หลังจากฉกแชมป์ลีกมาครองเหนือทีมเยือนมาก่อนหน้านี้ หรือ ฉะเชิงเทรา จะล้างแค้นสำเร็จด้วยการเบียด “ช้างขาวจ้าวเกาะ” ตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีก และผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จกันแน่

เส้นทางก่อนถึงรอบแชมเปี้ยนส์ลีก

ผลงานที่ผ่านมาในการแข่งขันโซนภาคตะวันออก ดูสวยหรูสำหรับ ตราด เอฟซี เมื่อพวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ตั้งแต่ยังไม่ทันจบฤดูกาล หลังทำแต้มทิ้งห่างขาดรอย โดยเสร็จสิ้นการแข่งขันนัดที่ 22 พวกเขามีแต้มนำอันดับสองอย่าง ฉะเชิงเทรา เอฟซี ถึง 12 คะแนน ก่อนผงาดเป็นแชมป์เต็มตัวอย่างยิ่งใหญ่ในซีซั่นนี้

ซึ่งฟอร์มของทีมตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาก็สามารถเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง ประเดิมเลกแรกด้วยการเก็บชัยได้ 10 นัด และเสมอเพียงเกมเดียว โดยไม่เคยแพ้ใคร ก่อนที่เลกสองยังคงรักษามาตรฐานผลงานจนรั้งจ่าฝูงเรื่อยมา ก่อนจบฤดูกาลด้วยชัยชนะรวม 16 นัด เสมอ 4 และแพ้ 2 จาก 22 นัดที่ลงแข่งขัน