เกาะติดทีมแชมเปี้ยนส์ลีก : ดินสู่ดาวกับก้าวประวัติศาสตร์ของ “เดอะรูสเตอร์”

ก่อนหน้านี้นี่คือทีมที่เกือบไม่ได้ลงแข่งในฤดูกาลที่ผ่านมา อดีตเป็นทีมเล็กๆทีมหนึ่งจากแดนใต้ แต่วันนี้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โซนภาคใต้อย่างยิ่งใหญ่ เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ช่วงที่ผ่านมาเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไร เหตุใดพวกเขาได้ชื่อว่าเป็นทีมสุดแกร่งทีมหนึ่งในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก FFT TH ขอนำทุกท่านไปรู้จัก สุราษฎร์ธานี เอฟซี ทีมที่จะสร้างความมันส์ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกปีนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม…

ความเปลี่ยนแปลงประจำซีซั่น

“เดอะรูสเตอร์” ช่วงปีที่ผ่านมาได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่น สุราษฎร์ธานี เอฟซี ประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสิทธิ์ทับซ้อน จนถึงขั้นฟ้องร้องกันอยู่เป็นเวลานาน และเกือบไม่ได้ส่งทีมลุยศึกเอไอเอส ลีก ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาลนี้ แต่สุดท้ายเรื่องก็จบลงได้ด้วยดี

หลังทีมได้สิทธิ์ลงแข่งดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ ภายใต้การทำงานของทีมบริหารชุดใหม่ก็ไม่รอช้า เดินหน้าดึงผู้เล่นรายใหม่มาเสริมทัพ โดยได้ดาวเตะดีกรีไทยลีกอย่าง ประหยัด บุญญา เป็นตัวชูโรง พร้อมตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเลื่อนชั้นไปสู่ดิวิชั่น 1 ให้ได้ โดยการนำของ “โค้ชอี๊ด” มณเทียร มรกต ในฤดูกาลนี้ขุนพล “เดอะรูสเตอร์”  ยกระดับตัวเองขึ้นมากลายเป็นทีมที่น่ากลัวอีกทีมหนึ่ง ด้วยการผงาดคว้าแชมป์โซนภาคใต้ได้สำเร็จ

จุดเด่นที่จะพาทีมไปสู่เป้าหมาย

การแข่งขันในโซนภาคใต้ เป็นอีกโซนหนึ่งที่มีความเข้มข้นอย่างมาก หลังแต่ละทีมเบียดบี้กันมาตลอดทั้ง 22 เกม เพราะหลายทีมเคยเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว ส่งผลให้ศึกแดนใต้เต็มไปด้วยความมันส์ในเกือบทุกๆเกม

แต่กระนั้น “เดอะรูสเตอร์” ก็สามารถคว้าแชมป์ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ จากสไตล์การเล่นที่ลงตัว เกมไหลลื่น และมีเกมรุกที่ดุดัน ซึ่งทีมเต็มไปด้วยนักเตะคุณภาพดีทั้ง ประหยัด บุญญา , วิทูร สุขจิตร , วรวุฒิ โคตรชาดา รวมถึง สุพจน์ จดจำ ดาวยิงของทีม และรองดาวซัลโวโซนภาคใต้ ที่ยิงไปแล้ว 13 ประตู ช่วยกันพา สุราษฎร์ธานี เอฟซี เข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีก ในฐานะแชมป์ได้สำเร็จ

ดาวเด่นประจำทีม

นอกจากหัวใจในแนวรับอย่าง ประหยัด บุญญา แข้งคนสำคัญที่พาทีมมาถึงจุดนี้ได้คงหนีไม่พ้นชื่อของ สุพจน์ จดจำ จอมถล่มประตูของทีมที่ซัลโวไป 13 ประตู ในฤดูกาลนี้

โดยดาวยิงวัย 26 ปี เคยโม่แข้งกับสโมสรในไทยลีกอย่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี รวมถึง นครราชสีมา เอฟซี ก่อนที่ย้ายมาเล่นในระดับลีกล่างจนกลายเป็นขุนพลของ “เดอะรูสเตอร์” ในที่สุด ซึ่งหลังย้ายมาเจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มถล่มประตูเป็นว่าเล่น และกลายเป็นดาวยิงอีกรายที่น่าจะสร้างความปวดหัวต่อคู่แข่งในรอบแชมเปี้ยนส์ได้ไม่น้อย

คู่แข่งที่ต้องเจอ

สุราษฎร์ธานี เอฟซี อาจมีผลกระทบต่อนักเตะสักเล็กน้อย จากการที่พวกเขาต้องเดินทางไกล หลังจับฉลากในรอบแรกต้องพบกับ กรุงธนบุรี เอฟซี รองแชมป์โซนภาคตะวันตก ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเขาจะเก็บชัยในนัดแรกนี้

แต่ทาง “โค้ชอี๊ด” มณเทียร มรกต ยังตั้งเป้าว่าจะทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด เพื่อพาทีมเข้ารอบต่อไปให่ได้ โดยที่ผ่านมาได้ให้ลูกทีมลงอุ่นเครื่องกับยักษ์ใหญ่จากไทยลีกอย่าง ชลบุรี เอฟซี ก่อนจะทำผลงานได้น่าพอใจด้วยผลเสมอ 3-3 แต่เกมกับ กระบี่ เอฟซี ทีมจากดิวิชั่น 1 ดูจะไม่สวยนัก หลังโดน “อินทรีอันดามัน” ถล่มไปถึง 0-5 ทำให้ “โค้ชอี๊ด” ยังต้องเร่งแก้ไขข้อผิดพลาดให้ได้ก่อนที่จะถึงเกมแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแรกวันที่ 18 กันยายนนี้ ซึ่งหลังจากนี้ทีมจะเดินทางไปเก็บตัวล่วงหน้า 2 วัน ก่อนจะถึงวันแข่งขัน เพื่อให้นักเตะได้ปรับสภาพร่างกายพร้อมทำศึกต่อไป

เส้นทางก่อนถึงรอบแชมเปี้ยนส์ลีก

เปิดมาฤดูกาลมาไม่สวยเท่าไหร่ หลังบุกไปแพ้ ระนอง ยูไนเต็ด 0-2 แต่เกมที่สองพวกเขาแก้ตัวได้ทันควัน ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ นรา ยูไนเต็ด 1-0 ก่อนจะเดินหน้าเก็บแต้มเรื่อยมา โดยในนัดรองสุดท้ายของฤดูกาลที่เจอกับ พัทลุง เอฟซี หากทัพ “เดอะรูสเตอร์” เก็บชัยในเกมนี้ได้ จะส่งผลให้พวกเขาเป็นแชมป์ทันที แม้จะเหลือการแข่งอีก 1 นัดก็ตาม และสุดท้ายพวกเขาก็ทำสำเร็จด้วยการเฉือนชนะทีมเยือน 1-0 ได้แชมป์ไปครองพร้อมเดินเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีกไปอย่างสวยงาม