เกาะติดทีมแชมเปี้ยนส์ลีก : อุดรธานี ทีมอกหักสู่ยักษ์ใหญ่จอมแกร่งโซนอีสาน

ฤดูกาล 2016 เป็นปีที่ทัพ “ยักษ์แสด” อุดรธานี เอฟซี สร้างความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วนการเป็นแชมป์โซนอีสานครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ พวกเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง สิ่งที่ทำให้ทีมที่เคยอกหักจากแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อปีก่อน ลุกขึ้นมาได้อย่างเข้มแข็งคืออะไร FFT TH จึงขอนำเรื่องราวน่าสนใจในฤดูกาลนี้มาให้ทุกท่านได้รู้จักกับพวกเขามากขึ้น

อุดรธานี เอฟซี

ความเปลี่ยนแปลงประจำซีซั่น

สำหรับฤดูกาลนี้ “ยักษ์แสด” อุดรธานี เอฟซี กลายเป็นทีมที่มีแฟนบอลติดตามเชียร์มากที่สุดทีมหนึ่งในศึกดิวิชั่น 2 และเป็นทีมที่สร้างประวัติศาสตร์ได้อย่างยิ่งใหญ่ให้กับตัวเอง เพราะสามารถคว้าแชมป์โซนภาคอีสานได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมา

หลังเมื่อฤดูกาลที่แล้ว อุดรธานี เอฟซี  ต้องอกหักจากรอบแชมเปี้ยนส์ลีก โดยนัดสุดท้ายบุกไปแพ้ ระยอง เอฟซี 1-2 ส่งผลให้ปีนี้ ทางบอร์ดสโมสรมีความมุ่งมั่นว่าทีมจะต้องเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนลีก และเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ให้ได้ โดยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเรียกเสียงฮือฮาอย่างมาก เมื่อทีมดึง “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ เข้ามาคุมทีมในซีซั่นนี้ ก่อนที่อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ 2015 จะพา “ยักษ์แสด” ทำผลงานได้สุดยอดจนคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

จุดเด่นที่จะพาทีมไปสู่เป้าหมาย

สิ่งสำคัญที่ทำให้ อุดรธานี เอฟซี เดินทางมาสู่จุดหมายแรกได้สำเร็จ คือแทคติกของ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ ที่อาศัยประสบการณ์ในเกมทีมชาติเข้าช่วยให้ต้นสังกัดทำผลงานให้ออกมาดีจนประสบความสำเร็จ ทำให้แฟนบอลแห่เข้ามาชมจนแน่นหนาในทุกๆเกมที่เล่นในบ้าน

นอกจากนี้ความโดดเด่นในตำแหน่งเกมรุก ยิ่งดูน่าหวั่นใจสำหรับคู่ต่อสู้ที่ต้องมาเจอกับพวกเขา ที่มีอาวุธหนักทั้ง กิตติพงษ์ วงมา ที่ยืมตัวมาจาก ศรีสะเกษ เอฟซี , รชานนท์ ศรีนอก หรือแม้กระทั่งอดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทยอย่าง พิพัฒน์ ต้นกันยา ที่พร้อมลงช่วงทีมยิงประตูอยู่เสมอ รวมถึง ภานุวัฒน์ จินตะ อดีตกองกลาง “ฉลามชล” ที่เพิ่งย้ายจาก พีทีที ระยอง มาร่วมทัพ ”ยักษ์แสด” ในเลก 2 ที่กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่คอยคุมเกมแดนกลาง ส่งผลให้เกมรุกของทีมเล่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ดาวเด่นประจำทีม

ภานุวัฒน์ จินตะ อดีตห้องเครื่องจากค่าย “พลังเพลิง” วัย 29 ปี ที่เคยสร้างชื่อเมื่อสมัยเล่นให้กับ ชลบุรี เอฟซี รายนี้ แม้เพิ่งย้ายมาร่วมทีมในเลก 2 แต่ก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวนานนัก และกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีม “ยักษ์แสด” ชนิดที่ขาดเขาไปไม่ได้เด็ดขาด

การมี ภานุวัฒน์ เข้ามาเติมเต็มในแผงกองกลาง ทำให้บรรดาศูนย์หน้าในทีม ทำงานกันง่ายขึ้น ไม่ต้องลงมาล้วงบอลต่ำเกินไป เพราะเจ้าตัวคอยเชื่อมเกม และคุมจังหวะเกมได้เด็ดขาด ส่งผลให้ทีมทำผลงานได้เยี่ยมตลอดจนจบฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์ในที่สุด

คู่แข่งที่ต้องเจอ

แม้ อุดรธานี จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่นั่นคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต้องเจอกับ “กอและพิฆาต” นรา ยูไนเต็ด ที่ได้ชื่อว่ามีสไตล์การเล่นแบบ ”แซมบ้า” บราซิล อีกทั้งเกมแรก พวกเขาต้องบุกไปเยือน ซึ่งต้องเดินทางไกลหลายกิโลเมตร อาจส่งผลกระทบต่อสภาพนักเตะ แต่อย่างไรก็ตาม โชคทวี พรหมรัตน์ กุนซือของทีมยังตั้งเป้าว่าต้องเก็บชัยชนะให้ได้ในเกมแรก ก่อนที่จะกลับมาเล่นในบ้านอีกครั้ง และหวังว่าจะพาทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

ล่าสุดของทีม อุดรธานี เอฟซี ได้เดินทางเข้ามาเก็บตัวในกรุงเทพมหานคร โดยเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ได้อุ่นเครื่องกับ สโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด จากศึกไทยลีก ก่อนจะแพ้ไป 0-2 และวันที่ 10 กันยายน อุ่นเครื่องกับ โดม เอฟซี ทีมในระดับดิวิชั่น 2 เช่นเดียวกัน ชนะไป 5-0 ซึ่งโดยรวม เฮดโค้ช “ยักษ์แสด” พอใจกับผลงานลูกทีมในระดับหนึ่ง โดยหลังจากนี้จะมีคิวอุ่นเครื่องอีกครั้งกับ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด ก่อนจะเดินทางไกลลงใต้ไปเตะเกมแรกในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก กับ นรา ยูไนเต็ด วันที่ 17 กันยายนนี้ ต้องรอดูต่อไปว่าความแข็งแกร่งนี้ หากมาเจอกับทีมโซนภาคอื่นๆ พวกเขาจะยังรักษามาตราผลงานต่อไปได้หรือไม่

เส้นทางก่อนถึงรอบแชมเปี้ยนส์ลีก

เปิดฤดูกาล 2016 พวกเขาประเดิมชัยด้วนการชนะ สกลนคร เมืองไทย เอฟซี 4-0 และเดินหน้าเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่องจนจบเลกแรกทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จ ก่อนที่เลกสอง แรกยังดีไม่มีตก อาจมีสะดุดบ้างแต่สุดท้ายพวกเขายังคงรั้งจ่าฝูงต่อไป โดยเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด 18 เกม เสมอ 4 และ แพ้เพียง 4 นัด เก็บสถิติไม่แพ้ใครในบ้านและเป็นการชนะรวดทั้ง 13 เกม