เขาคือใคร ? รู้จัก เซอัด โคลาซินัช แข้งจอมโหดแห่งค่ายปืนใหญ่

Sead Kolasniac

ไมเคิล โยคิน จะพาเราไปรู้จักกับฟูลแบ็กคนใหม่แห่งถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

รู้จักกับเขาในเวลา 60 วินาที

ความสม่ำเสมอในการเล่นเกมรับของเขาทำให้เจ้าตัวได้รับการยกย่องว่าเป็นแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดของศึก บุนเดสลีกา

อาร์เซน่อล ได้ประกาศคว้าตัว เซอัด โคลาซินัช แบ็กซ้ายจาก สโมสรชาลเก้ มาแบบไม่มีค่าตัว พวกเขาสามารถปาดหน้าเหล่าบรรดาทีมดังหลายทีมที่หมายปองในตัวของ แบ็กซ้ายชาวบอสเนีย รายนี้ โดยแม้ว่า ชาลเก้ จะมีซีซั่นที่น่าผิดหวัง แต่สำหรับ โคลาซินัช เขามีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพของเขาเลยก็ว่าได้

ดาวเตะวัย 23 ปีทำได้ 3 ประตู กับอีก 9 แอสซิสต์ ในการแข่งขันรวมทุกรายการแต่ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น เพราะว่าความสม่ำเสมอในการเล่นเกมรับของเขาทำให้เจ้าตัวได้รับการยกย่องว่าเป็นแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดของศึก บุนเดสลีกา เมื่อฤดกาลที่ผ่านมา และเมื่อสัญญาของ โคลาซินัช หมดลง เขาก็กลายเป็นที่ต้องการของหลายทีมทั่วยุโรป

Sead Kolasinac

โคลาซินัช ขอบคุณแฟนบอล ชาลเก้ หลังจบเกมที่เอาชนะ พีเอโอเค ในยูฟ่า ยูโรปา ลีก

ทำไมคุณต้องรู้จักเขา

โคลาซินัช กลายเป็น วิงแบ็กที่สามารถรับผิดชอบบทบาททางริมเส้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เขามาเล่นที่ เกลเซนเคียร์เช่น ตั้งแต่ปี 2011 หลังจากที่มีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนักที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ และ สตุ๊ตการ์ท  ที่เขาถูกพูดถึงในด้านลบซะเป็นส่วนมาก แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่เป็นเหมือนผู้นำของทีมเยาวชน ชาลเก้ และเป็นกัปตันช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ในระดับเยาวชน ร่วมกับ มักซ์ เมเยอร์ อีกหนึ่งนักเตะพรสวรรค์สูงของสโมสร

เขาเล่นได้อย่างโดดเด่นในเกมนัดชิงชนะเลิศกับ บาเยิร์น มิวนิค และได้ติดทีมชาติเยอรมัน ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ตามด้วยการขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ ชาลเก้ ตั้งแต่ปี 2014 เขาได้ประเดิมสนามในเกมที่พบกับ บาเยิร์น ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น แม้ว่าเกมนัดนั้นจะจบลงด้วยการแพ้ต่อทีม “เสือใต้” 4-0 ก็ตาม

แต่ว่าปัญหามันก็เกิดขึ้น ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะเรียกมันเป็นปัญหาหรือเปล่า , เพราะว่า เขาสารพัดประโยชน์เกินไป เขาเริ่มเล่นในตำแหน่งกองหน้าเมื่อสมัยอยู่กับทีมเยาวชนของ คาร์ลสรูห์ , แต่ว่าเขากลับถูกจดจำในฐานะนักเตะตัวทำลายล้าง จากการเล่นที่ดุดัน

กับทีมสำรองของ ชาลเก้ เขาได้ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับ โดยเขามีลักษณะการเล่นที่คล้ายคลึงกับ เจอร์เมน โจนส์ เพราะว่า เขามักจะมีการสั่งการเพื่อนร่วมทีมอยู่เป็นประจำ , ในขระเดียวกัน โคลาซินัช ก็ยอมรับว่าการเขานั้นเหมาะกับการเล่นในตำแหน่ง เซนเตอร์ มากกว่า แม้ว่าส่วนใหญ่ ตำแหน่งที่เขาได้ลงเล่นจะเป็นแบ็กซ้ายก็ตาม

Sead Kolasinac

แม้แต่ อาร์เยน ร็อบเบน ก็ต้องเจองานหนัก

ในขณะที่เขากำลังเล่นได้ดี และสร้างประทับใจให้กับหลายๆ ฝ่าย แต่ทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเขาต้องบาดเจ็บเอ็นเข่าฉีกในเกมแรกของฤดูกาล 2014/15 ทำให้ต้องพักเกือบทั้งฤดูกาล แม้ว่าจะเรียกความฟิตกลับมาได้ เขาก็ต้องหลุดจากตำแหน่งตัวจริง พร้อมกับเสียงวิจารณ์ในเรื่องการเติมเกมรุกของเขา

เขามีปัญหาเรื่องการเปิดบอลยาว โดยในตอนนั้น เขาทำได้เป็นเพียงแค่ตัวสำรองของแบ็กจอมเทคนิคอย่าง เดนิส อาโอโก้ ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มที่ทำให้ ชาลเก้ ไม่สามารถต่อสัญญากับ โคลาซินัช ได้ การค้องเป็นสำรองทำให้ โคลาซินัช ไม่ต้องการต่อสัญญากับทีม เนื่องจากเขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเคารพจากทีมมากเพียงพอ

ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว เมื่อ ชาลเก้ เซ็นสัญญาคว้าตัว บาบา ราห์มาน มาจาก เชลซี แบบยืมตัว ดาวเตะชาวกาน่า ถูกคาดหมายว่าจะเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งแบ็กซ้าย ซึ่งนั่นทำให้ โคลาซินัช ได้เจอแรงกระตุ้นใหม่ ๆ ในการยกระดับของตัวเอง เขาเริ่มต้นฤดูกาลด้วยฟอร์มสุดยอด ในการพา ชาลเก้ ถล่ม โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค 4-0 และจากนั้นก็ไม่มีอะไรจะมาหยุดเขาได้

นอกจากนี้ การเติมเกมบุกที่เคยโดนมองว่าเป็นจุดอ่อน เขาก็กลับแก้ไขมันได้อย่างน่าทึ่ง กับระบบ 3-5-2 ที่ มาร์คุส ไวน์ซีเริล นำเข้ามา

Sead Kolasinac

โคลาซินัช มีแรงวิ่งเหลือเฟือ รวมทั้งมีการเข้าสกัดที่ดุดัน

โคลาซินัช กลายเป็น วิงแบ็กที่สามารถรับผิดชอบบทบาททางริมเส้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งรุกละก็รับ ตำแหน่งนี้คือตำแหน่งที่เหมาะกับเขา และการเปิดบอลที่เคยเป็นจุดอ่อน กลายมาเป็นทีเด็ด เขาพัฒนาขึ้นมาใสทุก ๆ ด้าน โดยจำนวนประตูและแอสซิสต์ที่เขาทำได้ในฤดูกาล 2016/17 นั้นมากกว่าทุกฤดูกาลก่อนหน้านี้รวมกันเสียอีก

ไม่มีใครคิดว่า โคลาซินัช จะเล่นได้ถึงขนาดนี้ เช่นเดียวกับ ชาลเก้ พวกเขาคงต้องเสียใจกับการที่ทำผิดพลาดด้วยการไม่สามารถต่อสัญญากับ โคลาซินัช ได้ เพราะกว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว สำหรับทีมที่ไม่ได้ไปเล่นแม้แต่ฟุตบอลยุโรปถ้วยเล็กในซีซั่นหน้า