Analysis

เข้าถ้ำเสือ...ไม่ได้เสือ : 10 แข้งที่อุตส่าห์คว้า มาจากทีมคู่อริ แต่ฟอร์มไม่ปังตามคาด

ชาคสัน โคเอลโญ่ คือแข้งรายล่าสุดที่ย้ายข้ามฟากระหว่างคู่อริตลอดกาลอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาสู่ เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งผลงานจะเป็นอย่างไร แฟนๆ “กิเลนผยอง” คงได้เห็นในเร็วๆนี้ 

We are part of The Trust Project What is it?

แต่ก่อนถึงดีล “ชาช่า” ก็เคยมีนักเตะบางรายที่ถูกสโมสรคว้าตัวจากทีมคู่แข่งมาแล้วหลายคน บางรายมาพร้อมความหวัง แต่กลับไปไม่สุดตามเป้าหมายของทีม บางรายเป็นดีลซื้อขายระหว่างสองยักษ์ใหญ่ไทยลีก แต่สุดท้ายก็ทำผลงานไม่น่าประทับใจนัก จะมีใครบ้าง ติดตามได้ที่นี่

เขียนโดย

กิตติธัช ศรีสุข

ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร - บุรีรัมย์ ไป เมืองทองฯ

เจ้าของฉายา “นุ๊กเนย์มา” ถูกมองว่าจะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยในอนาคตหลังย้ายมาค้าแข้งในแดนสยามเมื่อปี 2013 ทว่าตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เขาไม่อาจประสบความสำเร็จเหมือนที่ใครหลายคนคิดไว้ได้เลย

“กิเลนผยอง” คือหนึ่งในยอดทีมระดับยักษ์ของเมืองไทยที่มีเหล่าแข้งฝีเท้าดีมารวมกันอยู่มากมาย ส่งผลให้เขาไม่อาจสอดแทรกเป็นตำแหน่งตัวจริงได้เลย และต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนม้านั่งสำรอง

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือสโมสรแรกที่พาดาวยิงลูกครึ่งลาว-ไทย ย้ายมาค้าแข้งบนเวทีไทยลีก ชิตชนก พกดีกรีอดีตนักเตะซามพ์โดเรีย เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของ “ปราสาทสายฟ้า” แต่ยังไม่ทันไรก็ต้องได้รับบาดเจ็บยาว ก่อนจะถูกคู่อริตลอดกาลอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าตัวไปร่วมทัพหลังอยู่กับ บุรีรัมย์ ได้เพียง 6 เดือน

เป็นอีกครั้งที่ ชิตชนก ได้รับการคาดหวังจากแฟนบอลที่จะเห็นเขาลงสนาม และช่วยทีมประสบความสำเร็จ แต่ทุกอย่างเต็มไปด้วยอุปสรรค เพราะ “กิเลนผยอง” คือหนึ่งในยอดทีมระดับยักษ์ของเมืองไทยที่มีเหล่าแข้งฝีเท้าดีมารวมกันอยู่มากมาย ส่งผลให้เขาไม่อาจสอดแทรกเป็นตำแหน่งตัวจริงได้เลย ตลอดระยะเวลากับเมืองทอง และต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนม้านั่งสำรอง

เขาไม่อาจประสบความสำเร็จกับ “กิเลนผยอง” และกลายการย้ามข้ามฟากระหว่างสองทีมคู่อริที่ไม่คุ้มค่าสักเท่าไหร่นัก ก่อนที่หลังจากนั้นจะย้ายไปอยู่กับ บีอีซี เทโรศาสน ในปี 2014 ตามด้วย สุพรรณบุรี โดยฤดูกาล 2017 ที่ผ่านมา เขาได้ลงเล่นให้ “ช้างศึกยุทธหัตถี” ไปเพียง 8 นัด ซึ่งเป็นตังจริงแค่ 2 เกมเท่านั้น ก่อนจะเก็บกระเป๋าไปค้าแข้งที่ยุโรปกับสโมสรชิอัสโซ่ ในลีกสวิตเซอร์แลนด์

เอกพันธ์ อินทเสน - ชลบุรี ไป บีอีซี เทโรฯ

เขาประสบความสำเร็จอย่างสูงสมัยค้าแข้งกับ ชลบุรี เอฟซี และถือได้ว่าเป็นผู้เล่นตำแหน่งปีกที่ดีที่สุดคนหนึ่งของศึกไทยพรีเมียร์ลีก และทีมชาติไทยในเวลานั้น

ในวัยหนึ่ง เอกพันธ์ เปี่ยมไปด้วยความเร็ว และแพรวพราวด้วยลีลากระชากบอลแหวกคู่แข่งสุดมันส์ แถมยังครอสลูกได้แม่นยำ โดยเขารับบทบาทปีกขวาจอมบุกในทัพ “ฉลามชล” พร้อมพายอดทีมเมืองน้ำเค็มเถลิงบัลลังก์แชมป์ไทยลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรเมื่อฤดูกาล 2007

ผลงานที่ยอดเยี่ยมกับ ชลบุรี ทำให้เขาถูก บีอีซี เทโรศาสน อีกหนึ่งมหาอำนาจลูกหนังคู่แข่งของเมืองไทยในยุคนั้นฉกตัวไปร่วมทัพด้วยค่าตัวระดับสถิติของสโมสรเพื่อหวังจะเป็นกำลังสำคัญช่วย “มังกรไฟ” ไล่ล่าความสำเร็จสู่การเป็นแชมป์ไทยลีก

ทว่าดีลสุดสะเทือนนั้นกลับกลายเป็นเม็ดเงินที่จ่ายไปแบบไม่คุ้มค่า เพราะตลอดช่วงเวลาในทัพ “มังกรไฟ” เขาไม่อาจยึดตำแหน่งตัวจริงได้ถาวรอีกทั้งยังมีอาการบาดเจ็บคอยเล่นงานจนฟอร์มแผ่วอย่างน่าใจหาย ก่อนที่ต่อมากราฟชีวิตของเขาไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งคืนมาได้เลย โดย เทโรฯ ตัดสินใจปล่อยเขาไปอยู่กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี, การท่าเรือ เอฟซี และซุปเปอร์พาวเวอร์ ในปัจจุบัน

Pages