เค้นฟอร์มเพื่อทีมชาติ : กิตติไกร จันทะรักษา เบอร์ 10 จอมลุย แห่ง "อินทรีทัพฟ้า"

เขาเริ่มเล่นฟุตบอลเพียง 2 ปี ก็สามารถผ่านการคัดตัวเข้ารั้ว อัสสัมชัญ ศรีราชา ได้ ก่อนรับบทบาทกัปตันพาทีมโรงเรียน และทีมชาติระดับเยาวชน กวาดแชมป์มาแล้วมากมายหลายรายการ...

กิตติไกร จันทะรักษา กองกลางดาวรุ่งจอมลุยของ แอร์ฟอร์ซ  ยูไนเต็ด ยึดตำแหน่งตัวหลักของทีมได้ตั้งแต่ปีแรกที่ก้าวสู่ทีม และกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ...เขาเป็นใครมาจากไหน? เส้นทางค้าแข้งของเขาเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

แข้งวัย 21 ปี ชาวจังหวัดนครพนม เริ่มเล่นฟุตบอลเป็นครั้งแรกตอน 10 ขวบ จากการที่พ่อและแม่ อยากให้เขาเล่นกีฬาประเภทนี้ จึงส่งตัวไปฝึกฝนและบ่มเพาะวิชาลูกหนังเป็นเวลา 2 ปี ก่อนเดินทางไปคัดตัวเข้าเรียนที่ อัสสัมชัญ ศรีราชา

“นิว” ฝึกซ้อมกับสถาบันลูกหนังชื่อดังของประเทศเป็นเวลา 3 วัน ก็ผ่านการคัดตัวแบบผ่านฉลุย และสามารถยึดตำแหน่งในทีมได้ทันที แถมยังรับบทบาทเป็นกัปตันทีม พา “ฉลามชลจูเนียร์” คว้าแชมป์ไพรม์มินิสเตอร์ คัพ รุ่น 14 ปี ได้อีกด้วย

อีกหนึ่งปีให้หลัง เขายังรักษาผลงานในระดับขาสั้นได้ดีอย่างต่อเนื่อง จนถูกเรียกตัวติดทีมชาตินักเรียนไทย 15 ปี และเป็นกัปตันทีมภายใต้การคุมทัพของ “โค้ชดำ” ธนิศร์ อารีสง่ากุล รุ่นเดียวกันกับ วงศกร ชัยกุเทวินทร์ และ สันติภาพ จันทร์หง่อม ไปคว้ารองแชมป์อาเซียนที่จังหวัดอุบลราชธานี หลังพ่ายต่ออินโดนีเซีย ไปอย่างน่าเจ็บใจ 2-1

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

ปีต่อมา “นิว” ยังฟอร์มแรงไม่มีตก คว้าแชมป์ไพรม์มินิสเตอร์ คัพ รุ่น 16 ปี กับ อัสสัมชัญ ศรีราชา พร้อมติดตามทีมชาตินักเรียนไทย 16 ปี ของกุนซือชาวแซมบ้าอย่าง เลโอเนส ดอส ซานโตส แต่ผลงานไม่ดีเท่าไหร่นัก

เขาได้รับข้อเสนอจากหลายทีมหลังจบ ม.6 ไม่ว่าจะเป็น เมืองทอง ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี เอฟซี และชลบุรี เอฟซี แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจเลือก แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด

หลังจากนั้น ผลงานของเขากับสถาบัน ต้องรับบทพระรองเสียส่วนใหญ่ จากการทำได้เพียงคว้าอันดับ 2 เกือบทุกรายการ รวมไปถึงศึกฟุตบอลกรมพลศึกษา ประเภท ก ที่พ่ายต่อ อัสสัมชัญ ธนบุรี แต่เส้นทางกับทีมชาติยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อสวมปลอกแขนกัปตัน พาทีม นักเรียนไทย 18 ปี ของ “โค้ชรุณ” อรุณ ตุลย์วัฒนางกูร เอาชนะเจ้าภาพ เกาหลีใต้ 4-1 คว้าแชมป์นักเรียนเอเชียได้อย่างยิ่งใหญ่

“นิว” ติด ทีมชาติไทย รุ่น U19 ปี ของ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ แต่ผลงานก็ไม่ได้โดดเด่นเท่าไหร่ ก่อนจะได้รับข้อเสนอจากหลายทีมหลังจบ ม.6 ไม่ว่าจะเป็น เมืองทอง ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี เอฟซี และชลบุรี เอฟซี แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจเลือก แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด ตามคำชักชวนของ “โค้ชเตี้ย” พร้อมกับได้รับการติดยศเป็น จ่าอากาศตรี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แม้จะเพิ่งจบมัธยมและเข้าสู่ทีมเป็นปีแรก แต่ “นิว” ก็ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวหลักพร้อมแจ้งเกิดทันทีด้วยวัยเพียง 18 ปี เท่านั้น จนมีชื่อเป็นหนึ่งในทีม ออลสตาร์ ดิวิชั่น 1 ที่ลงแข่งขันกับ ออลสตาร์ ดิวิชั่น 1 ลีกฮอลแลนด์ และ เรดดิ้ง ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย เมื่อปี 2015

ปีที่ผ่านมา ผลงานของ “นิว” เริ่มดร็อปลง จึงทำให้ไม่ได้รับโอกาสอย่างสม่ำเสมอนัก แต่ก็ยังยิงได้เท่ากับเมื่อปี 2015 ด้วยจำนวน 2 ประตู ก่อนจะกลับมาผงาดอีกครั้งในฤดูกาล 2017 ที่ถูกส่งลงสนามทุกนัดตั้งแต่เปิดซีซั่น พร้อมกับซัดไปแล้ว 2 ประตู ในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ

จุดแข็ง

นอกจากจะเป็นนักเตะขยัน ชอบวิ่งไล่บอลแล้ว “นิว” ยังสามารถปั่นป่วนแนวรับ หาจังหวะเข้าทำ หรือยิงประตูได้อยู่เสมอ แม้จะไม่ถนัดการเปิดบอลยาว แต่จังหวะถนัดของเขาคือการผ่านบอลสั้นฝากให้เพื่อนแล้ววิ่งทะลุช่องเล่นจังหวะ 1-2 ได้อย่างเฉียบคม เรียกได้ว่าเป็นมิดฟิลด์สายบู๊ตัวจริง

จุดอ่อน

เขาอาจไม่ใช่กองกลางตัวรุกประเภทมันสมอง จังหวะพลิกบอล บังบอลจึงยังไม่แพรวพราวเท่าไหร่นัก จนโดน “โค้ชเตี้ย” บ่นอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้สภาพร่างกายยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร แต่ก็กำลังซุ่มซ้อมเล่นเวทเสริมกล้ามเนื้อเพื่อรับมือกับจังหวะเข้าปะทะอยู่ในตอนนี้ (ตามคำสั่งโค้ช)

เขาโดนวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนบอลอย่างมากถึงความเหมาะสมกับการมอบหมายเลขเสื้อที่เปรียบเสมือนนักเตะคนสำคัญของทีมให้เด็กวัยเพียง 19 ปี

รู้หรือไม่?

หลังจากที่ ศรายุทธ ชัยคำดี หมดสัญญากับทาง “อินทรีทัพฟ้า” ทำให้เบอร์ 10 ของเขาต้องถูกส่งมอบให้กับคนอื่น และเป็น “นิว” ที่ไปขอหมายเลขเสื้อดังกล่าวกับทางผู้ใหญ่ของสโมสร และได้รับการอนุญาต แต่กลับโดนวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนบอลอย่างมากถึงความเหมาะสมกับการมอบหมายเลขเสื้อที่เปรียบเสมือนนักเตะคนสำคัญของทีมให้เด็กวัยเพียง 19 ปี ทำให้เขามุ่งมั่นเค้นฟอร์มพิสูจน์ตัวเอง จนเป็นที่ยอมรับได้สำเร็จในปัจจุบัน

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ศึกเอเอฟซี U23 รอบคัดเลือก และ ซีเกมส์ 2017 คือทัวร์นาเมนต์ที่ “นิว” อย่างเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทย จึงตั้งหน้าตั้งตาเค้นฟอร์มเก่งเพื่อให้เข้าตาของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือทัพ “ช้างศึก” U23 โดยจะทำทุกโอกาสบนสนามกับ “อินทรีทัพฟ้า” ให้ดีที่สุด พร้อมตั้งเป้ายิงประตูให้ได้ 5 ลูก และช่วยทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดให้ได้แม้จะเป็นงานยากพอสมควรก็ตาม