เควิน เดอ บรอยน์ : เพลย์เมคเกอร์ที่ทัพเรือใบขาดไม่ได้

 ติดตามกันต่อสำหรับการจัดอันดับ 100 นักเตะของโลก โดย โฟร์โฟร์ทู ไปดูกันว่าทำไม เควิน เดอ บรอยน์ ถึงเข้าป้ายมาในอันดับที่ 8 

ตอนที่ เควิน เดอ บรอยน์ เจ็บเข่า ต้องพักยาวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมในซีซั่น 2015/2016 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงคิดไม่ถึงแน่ๆ ว่าพวกเขาต้องคิดถึงการหายไปของนักเตะรายนี้มากขนาดนั้น

สุดท้ายนักเตะเบลเยี่ยมรายนี้ก็พลาดการลงสนามไปทั้งสิ้น 7 นัด ซึ่งทำให้เรือใบสีฟ้าชนะซันเดอร์แลนด์ในเกมแรกที่ไม่มีเดอ บรอยน์ แต่แพ้เลสเตอร์ (1-3), แพ้ท็อตแน่ม (1-2), แพ้ลิเวอร์พูล (0-3) และแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (0-1) แถมยังไปเสมอนอริชแบบไม่มีสกอร์อีก

ความพ่ายแพ้แต่ละนัดที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ซิตี้เป๋ไม่เป็นขบวน จากการตามหลังเลสเตอร์ 3 แต้มก็ถ่างออกเป็น 14 แต้ม แต่เมื่อเดอ บรอยน์ กลับมาลงสนามเป็นตัวจริง เขาก็ยิงประตูได้ตั้งแต่เกมแรกกับบอร์นมัธ ซึ่งประตูรวมทั้งหมดที่เขายิงได้ในฤดูกาลแรกกับซิตี้คือ 17 ลูก แต่การหายเจ็บกลับมาลงสนามของมันสายเกินไปสักหน่อย

เมื่อเดอ บรอยน์ กลับมาลงสนามด้วยความฟิตในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมซิตี้ถึงยอมลงทุนกับดาวเตะรายนี้ไปถึง 55 ล้านปอนด์

เขาเปิดตัวอย่างน่าประทับใจฤดูกาลแรก จนกระทั่งอาการบาดเจ็บทำให้มันกลายเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด และในฤดูกาล 2016/17 เขาได้ถูกเลือกให้มายืนในจุดที่เขาหยุดเดินอีกครั้ง

หลังผ่านไป 12 นัดในลีก เดอ บรอยน์ ยิงไปแล้ว 2 ประตู ซึ่ง 1 ใน 2 ประตูนั้นเกิดขึ้นในเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้แมทช์ ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ในเกมดาร์บี้แมทช์นัดนั้น เขายิงประเดิมเป็นคนแรกหลังจากพาบอลผ่านดาเลย์ บลินด์ และจบสกอร์ผ่านมือดาบิด เด เคอา ไปอย่างงดงาม แล้วก็มีส่วนร่วมในประตูที่ 2 เมื่อเขายิงไปชนเสาและเป็น เคเลชี อิเฮอานาโช ที่เข้าไปซ้ำโล่งๆ ตุงตะข่ายในระยะ 6 หรา ซิตี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งในวันนั้น และเพลย์เมกเกอร์วัย 25 ปีของพวกเขาก็แสดงความมุ่งมั่นออกมาตั้งแต่ออกสตาร์ท