เกม-การ์ตูนสร้างฝัน : สุรเชษฐ์ ใบเจริญโรจน์ คนไทยผู้ออกแบบชุดแข่งให้ทีมระดับโลก

นี่ คือ ชายไทย...ผู้ที่ฝีมือการออกเสื้อแข่งขันได้โดนใจสโมสรฟุตบอลระดับโลกอย่าง เอซี มิลาน จนถูกคัดเลือกให้นำแบบของเขาไปใช้เป็นชุดแข่งขัน ชุดเยือนชุดที่ 3 ในฤดูกาลนี้

เขามีนามว่า สุรเชษฐ์ ใบเจริญโรจน์ นักออกแบบอิสระวัย 37 ปี…เขาไม่ได้ชื่นชอบฟุตบอลจากการดูข่าวสาร หรือ ถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์เหมือนกับใครหลายคน แต่เขาได้รับแรงบันดาลใจให้หลงใหลในฟุตบอลจากวิดีโอ และน้ำหมึก  

วิดีโอเกม และซึบาสะ

“ผมรู้จักฟุตบอลเพราะเกม จำได้แม่นเลยว่าเพื่อนแนะนำให้เล่นเกมฟุตบอล เจ-ลีก เอ็กไซต์ สเตจ 94” เอ-สุรเชษฐ์ เริ่มเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รู้จักกับกีฬาลูกหนัง

“หลังจากนั้นผมเลยได้รู้ว่าฟุตบอลมันสนุกอย่างนี้นี่เอง มันมีการแข่งขันแบบลีก ซึ่งมันเป็นอะไรที่เจ๋งดี 18 ทีม มาแข่งแบบเจอกันหมด เป็นฤดูกาล ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลย กีฬาที่เคยรู้จักมาก็มีแต่แบบแพ้คัดออก พอได้มาเจอฟุตบอลก็รู้สึกว่า เฮ้ย มันสนุกว่ะ มีแข่งแบบลีกด้วยเว้ย เหมือนดูละคร ดูซีรีส์ต่อเนื่องยาวๆ มันก็สนุกดีครับ”

แน่นอนว่ามันทำให้เขาหลงเสน่ห์กับฟุตบอลเข้าอย่างจัง และติดตามนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่เนื่องจากสมัยก่อนไม่ค่อยมีถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์มากนัก จึงใช้วิธีตามอ่านนิตยสารฟุตบอล และหนังสือการ์ตูนฟุตบอลญี่ปุ่นชื่อดังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ซึบาสะ หรือ เจ-ดรีม ก่อนเริ่มเชียร์สโมสรหนึ่งในแดนอาทิตย์อุทัยด้วยเหตุผลบางอย่าง

“ตอนเล่นเกม ก็เห็นว่าเสื้อของ เจฟ ยูไนเต็ด สีสวยดี สวยที่สุดด้วย เราก็เลยชอบ และเชียร์ เจฟ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ตอนนั้นมา”

“แต่สมัยก่อนข่าวเจ-ลีก ติดตามยาก นานๆจะเห็นในหนังสือฟุตบอลสักครั้ง ก็เลยไปตามพรีเมียร์ลีกแทน ตอนนั้นที่ตามอยู่ก็มี นอริช ซิตี้ ที่ชอบนี่ไม่ใช่อะไรหรอก สีเสื้อมันเหมือนกับ เจฟฯ (หัวเราะ)”

จุดเด่นของสโมสรในเจ-ลีก สมัยก่อน คือแฟชั่นบนชุดแข่ง ทั้งสีสัน และลวดลาย และเมื่อมาบวกกับการที่เป็นคนชอบวาดรูป วาดการ์ตูน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มเต้นที่ทำให้เขาหลงใหล และเริ่มลงมือออกแบบเสื้อฟุตบอลตามจินตนาการของตัวเอง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สานฝันวัยเด็กสู่นักออกแบบ

เวลาผ่านไปจวบจนถึงช่วงจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย การออกแบบเสื้อฟุตบอลที่ชอบ รูปที่เคยวาดนับร้อยๆใบ ไม่ใช่การขีดเขียนเล่นๆอีกต่อไป...เมื่อ “เอ” ตัดสินใจเลือกสอบเข้าศึกษาต่อ ในระดับปริญญาตรี ในสาขานี้โดยตรง

“เสื้อแข่งเจ-ลีก ยุคนั้น มีการออกแบบเสื้อที่น่าสนใจมาก ทั้งสีสันฉูดฉาด โลโก้สวยงาม เป็นคาแรคเตอร์แบบญี่ปุ่นๆ รวมถึงบรรยากาศการเชียร์ ธงสโมสร มันเฉพาะตัวมากๆ มันไม่เหมือนกับลีกอื่นๆเลย ทำให้ผมเริ่มซึมซับเรื่องการออกแบบจากตรงนั้น”

“ด้วยความที่ชอบอ่านการ์ตูน วาดการ์ตูน ก็วาดรูปนักบอลออกมาแล้วเปลี่ยนลายเสื้อไปเรื่อยๆตามจินตนาการของเรา หลังจากจบ ม.ปลาย ผมก็เอ็นทรานซ์ติด ม.ธรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ แล้วมันมีวิชาเอก ออกแบบลายผ้า แฟชั่นดีไซน์อะไรแบบนี้ ก็เข้าทางเราเลย”

เขายังคงยึดมั่นในแนวทางเดิมไม่เปลี่ยนแปลง หลังเรียนจบปริญญาตรี “เอ” จึงมุ่งหน้าทำงานในสายการออกแบบชุดและอุปกรณ์กีฬาโดยตรง ก่อนยึดอาชีพดีไซเนอร์ นับตั้งแต่ตอนนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

อาชีพออกแบบ จำเป็นต้องใฝ่หาแรงบันดาลใจ และศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ และระหว่างท่องโลกอินเตอร์เน็ต เขาก็ได้พบกับความท้าทายที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความยิ่งใหญ่ ในชีวิตของเขา

ขอลอง “ของ”

"ปกติ ผมชอบแบรนด์อาดิดาส เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และก็เหมือนทุกครั้งที่เข้าไปดูดีไซน์ของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของอาดิดาส” เอ-สุรเชษฐ์ เริ่มเล่าถึงจุดพลิกผันที่ได้มาออกแบบเสื้อให้กับปีศาจแดง-ดำ

“วันนั้นผมจำไม่ได้นะว่าเป็นเว็บ หรือในเพจ แต่เห็นแคมเปญนี้ขึ้นมา ว่าเป็น Adidas Creator Studio ประกวดออกแบบเสื้อแข่งของ 6 สโมสร มี มิลาน, ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิค, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ฟลาเมงโก้"

"ถ้าให้เลือกจากทั้ง 6 ทีม ผมชอบ มิลาน ที่สุดแล้ว สมัยก่อนก็จะรู้จักพวก เปาโล มัลดินี, คอสตาคูร์ต้า, เชฟเชนโก้ อะไรพวกนี้ แล้ว กาก้า ก็กำลังมาด้วย แล้วประสบความสำเร็จค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวก็ตามๆดู มิลาน อยู่แล้ว เลยตัดสินใจทำเสื้อของมิลาน"

แต่เพราะงานประจำที่ยุ่งเหยิง จนแทบไม่มีเวลา เขารู้สึกสองจิตสองจิตว่าควรจะทิ้งโอกาสนี้ไปหรือไม่… ในที่สุดเขาเริ่มลงมือทำ และใช้เวลาเพียง 2 วันก็รีบส่งไฟล์ออกแบบเข้าประกวดในแคมเปญดังกล่าว

“ช่วงนั้นผมยุ่งมากๆ จนผ่านไปสองวันก็พอมีเวลา เอาวะ! ลงมือทำซะเลย" เอ เริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นก่อนที่เสื้อของเขาจะปรากฏสู่สายตาชาวโลก "คิดไว้แล้วว่าอยากจะให้ลายบนเสื้อมีความหมาย ช่วงนั้นทีมยังไม่ได้เปลี่ยนเจ้าของ ผลงานก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถึงขั้นถดถอยเลยด้วยซ้ำ จึงอยากให้ทีมก้าวไปข้างหน้า ก้าวสู่ยุคใหม่"

"สำหรับสีเขาจะล็อคสเป็คเป็นช่วงลำตัวสีดำ แขนสีแดง ก็เลยออกแบบลายต่างๆมา แล้วอัพโหลดลงเว็บ ไปวางบนเสื้อ เอาแถบสีแดง ที่ปกติจะเป็นแนวตั้ง มาวางทางขวางตรงหน้าอกดู แล้วใส่ลูกศรเข้าไป สื่อถึงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคใหม่ของทีม ก่อนส่งเขาก็จะให้ระบุคอนเซปต์และความหมายลงไปด้วย ก็เขียนไปตามนี้เลย"

"จริงๆเราก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่อาจจะได้เปรียบคนอื่นอยู่นิดนึง ตรงที่เราทำงานทางด้านนี้อยู่แล้ว และพอเดาใจเจ้าของทีมได้ ก็คิดว่าถ้ามาในคอนเซปต์นี้เขาน่าจะชอบ (หัวเราะ)"

อันที่จริงแล้ว เขาไม่ได้หวังว่าจะได้รางวัลอะไร คิดแค่ว่าอยากทำเอามัน เพราะชอบอดิดาสเป็นทุนเดิม จึงอยากมีส่วนร่วมและอยากเห็นว่าเสื้อที่เขาออกแบบแล้วมีตราอดิดาสอยู่จะเป็นอย่างไร แต่ปรากฏว่ากลับผ่านการคัดเลือกเป็น 100 คนสุดท้าย เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

“เอาตรงๆคือแค่นี้ก็ดีใจแล้วครับ ที่ผลงานของเราได้ปรากฏสู่สายตาชาวโลก และเป็น 1 ใน 100 คน จากทั่วโลก เท่านี้ก็โอเคจริงๆครับ แล้วผมก็ลืมแคมเปญนี้ไปเลย จนผ่านไปครึ่งปี”

“วันหนึ่งก็มีอีเมล์ส่งเข้ามา…”

อีเมล์ตอบรับฝัน

นับตั้งแต่เดือนมกราคม จนกระทั่งเดือนมิถุนยายนที่ผ่านมา ระหว่างที่กำลังนั่งจิบกาแฟ รอชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ยูเออี ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เขาก็ได้รับอีเมล์จากทางอาดิดาส สำนักงานใหญ่

“ในเมล์ส่งมาบอกว่า คุณคือผู้ชนะ” เอ พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนงงเล็กน้อย “ใครอำรึเปล่าวะเนี่ย...ใครส่งมาแกล้ง หรือพวกต้มตุ๋นหรือเปล่า แล้วมันเป็นภาษาอังกฤษ เลยให้พี่ที่รู้จักกัน เขาเก่งภาษาอังกฤษ ช่วยดูให้ เขาก็บอกว่าน่าจะจริงนะ เพราะมีที่อยู่เป็นสำนักงานใหญ่อาดิดาส ในเยอรมัน อยู่ท้ายเมล์ แล้วก็แจ้งรายละเอียดต่างๆ”

“มีเอกสารนึงแนบมาในเมล์ด้วย เรื่องการส่งมอบลิขสิทธิ์เสื้อที่เราทำ ให้เป็นของทางอดิดาส ถ้าเราโอเค ก็เซ็นยินยอมให้กับเขาแล้วตอบกลับได้เลย”

หลังจากเซ็นส่งมอบพร้อมตอบกลับได้เพียงสัปดาห์เดียว เขาก็ได้รับอีเมล์แจ้งรายละเอียดว่าจะได้ไปชมการแข่งขันฟุตบอล ไอซีซี คัพ ระหว่าง เอซี มิลาน พบกับ บาเยิร์น มิวนิค และจะได้ไปมอบเสื้อที่เขาออกแบบด้วยตัวเอง ให้กับมือของนักเตะ “ปีศาจแดงดำ”

“ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากครับ ไปถึงตอนค่ำ เช้ามาก็ไปถ่ายทำคลิปเราส่งมอบเสื้อให้กับ ยาโคโม โบนาเวนตูร่า กับ ฮาคาน คัลฮาโนกลู เขาก็บอกกับผมประมาณว่า ผมชอบเสื้อนะ สวยดี อะไรอย่างงี้ครับ”

“ถ้าจะมีเรื่องที่เสียดายอยู่เรื่องเดียวก็คือ พอตอนจับมือเชคแฮนด์กับพวกเขาเสร็จปุ๊บ พวกเขาก็เดินไปกันเลย...ปากกาที่เตรียมมาจะให้เซ็นเสื้อ ยังไม่ทันได้หยิบออกมาเลยด้วยซ้ำ (หัวเราะ)”

“วันถัดมาผมได้ไปชมเกมที่สนาม ซึ่ง มิลาน เจอกับ บาเยิร์น… ตอนที่นักเตะเดินออกมาจากอุโมงค์ แล้วผมเห็นเขาใส่เสื้อที่เราออกแบบ โอ้โห...วินาทีมันสุดยอดจนบรรยายไม่ถูกเลยจริงๆ”

“ไอ้สิ่งที่เราวาดๆเล่นตอนเด็กๆ มันกลายมาเป็นของนักเตะของทีมระดับโลกได้สวมใส่จริงๆ ในฐานะแฟนบอล, คนที่ชอบเสื้อบอล และทำงานด้านนี้กับแบรนด์เล็กๆในไทย

“ผมดีใจแบบบอกไม่ถูกเลย”

Topics