เก่งนักใช่มั้ย? : 7 แข้งดังที่ป่วนคู่แข่งจนถูกซื้อไปร่วมทีม

Willian, Shakhtar Donetsk vs Chelsea

คุณจะทำอย่างไรเมื่อผู้เล่นฝั่งตรงข้ามปั่นป่วนทีมของคุณได้ทุกครั้งที่เจอกัน สำหรับบางคนอาจจะหาแผนที่ใช้ปิดตายแข้งเหล่านั้น ทว่าสำหรับในลิสต์นี้ พวกเขาเหล่านั้นกลับถูกซื้อตัวไปร่วมทีมเสียเลยเพื่อจะได้ไม่ต้องมาป่วนกันอีก ซึ่งจะมีใครกันบ้างนั้น ติดตามได้ที่นี่

1. คริสเตียโน โรนัลโด้ (แมนฯ ยู)

“ผมใส่ชื่อเขาในทีม และตอนนี้ผมรู้สึกเสียใจที่ทำแบบนั้น” เฟร์นานโด ซานโต๊ส อดีตกุนซือของสปอร์ตติ้ง ลิสบอน ให้สัมภาษณ์เอาไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อนหลังจากที่คว้าแชมป์ยูโร 2016 มาหมาดๆ โดยคนที่เขาพูดถึงก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกชาวโปรตุกีสที่โชว์ฟอร์มน่าประทับใจจนแมนฯ ยูยอมทุ่มเงิน 12.2 ล้านปอนด์ซื้อตัวไปร่วมทีม

ในตอนนั้น ปีกจอมเลื้อยวัย 18 กะรัตรายนี้จัดการพา จอห์น โอเชีย กองหลังของทัพปีศาจแดงพาทัวร์ชนิดที่ปั่นป่วนไปหมด ก่อนที่จะช่วยให้ทีมเอาชนะแมนฯ ยูไปได้ 3-1 ในเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่น “คืนนั้น ผมเล่นได้น่าเหลือเชื่อเลย ผมคิดว่าผมเล่นดีมากๆ นะ” โรนัลโด้ยอมรับในภายหลัง

ฟอร์มของโรนัลโด้ทำให้เหล่าแข้งปีศาจแดงประทับใจมากๆ โดยเฉพาะ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่ถึงกับออกปากบอกให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ของทีมเวลานั้นซื้อตัวเขามาทัพให้ได้ และแน่นอน กุนซือชาวสก็อตต์รายนี้ก็ไม่พลาด เขาปิดดีลโรนัลโด้ตั้งแต่วันนั้นทันที ขณะที่ซานโต๊สก็ได้ประโยชน์จากการขายครั้งนั้นอีก 13 ปีถัดมา

2. อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ (เรอัล มาดริด)

ในปี 1952 ฟอร์มการเล่นของนักเตะคนหนึ่งทำให้เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลนา 2 คู่อริแห่งวงการลูกหนังสเปนต้องฟาดฟันแย่งชิงกันเป็นเจ้าของลายเซ็นต์ของเขา นักเตะคนๆ นั้นก็คือ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ โดยแข้งรายนี้โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในเกมที่ มิลโลนาริออส สโมสรจากโคลอมเบีย สร้างเซอไพรส์เอาชนะทัพราชันชุดขายไปได้ 4-2 โดยเขาเป็นผู้ทำ 2 ประตูด้วย

ความจริงแล้วเป็นทางบาร์เซโลนาที่เปิดฉากเจรจาซื้อตัวแข้งรายนี้กับริเวอร์เพลท(สโมสรผู้ถือสิทธิ์สเตฟาโน่ เนื่องจากเขาย้ายทีมในช่วงการประท้วงของผู้เล่นอาร์เจนตินา) ก่อน ทว่ามาดริดเองก็เจรจากับทางสโมสรจากโคลอมเบียเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ดีลนี้เกิดความไม่แน่ชัดว่าใครควรจะได้ตัวเขาไปครอง ซึ่งสุดท้ายก็เป็นฟีฟ่าที่ตัดสินให้แข้งรายนี้ลงเล่นให้กับทั้ง 2 สโมสรผลัดกันคนละฤดูกาล ทว่าบาร์ซ่าที่ไม่เห็นด้วยจึงตัดสินใจหันหลังให้กับดีลนี้ ปล่อยให้มาดริดได้ตัวเขาไปครองแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งก็นับว่าเป็นผลดีต่อทัพราชันชุดขาว เพราะดิ สเตฟาโน่สามารถพามาดริดคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 8 สมัย รวมถึงแชมป์ยุโรปอีก 5 สมัยตลอดช่วง 11 ปีที่อยู่กับสโมสร

3. วิลเลี่ยน (เชลซี)

จริงๆ แล้วแข้งรายนี้ไม่ได้โชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมที่พบกับเชลซีแล้วจึงถูกซื้อตัวมาร่วมทัพทันที เพราะก่อนที่จะย้ายมาร่วมทัพสิงห์บลูในฤดูกาลปี 2013 ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์นั้น เจ้าตัวได้โอกาสย้ายไปค้าแข้งกับ อันจิ มาคัชคาล่า อยู่พักหนึ่งหลังจากที่โชว์ฟอร์มเก่งสมัยที่อยู่กับ ชัคเตอร์ โดเน็ทส์ค

เชลซีเป็นฝ่ายแพ้ชัคเตอร์ โดเน็ทส์ค ไป 2-1 ในเดือนตุลาคมปี 2010 ซึ่งในเกมนั้น วิลเลี่ยนเป็นคนแอสซิสให้เฟร์นานดินโญยิงประตูชัย ขณะที่อีก 2 สัปดาห์ต่อมา เขาก็จัดการทำ 2 ประตูด้วยตัวเองในเกมที่บุกไปเยือนถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

วิลเลี่ยนอยู่กับทีมแดนหมีขาวได้พักเดียวก่อนที่อันจิจะเข้าสู่ช่วงทีมแตก โดยปีกแซมบ้ารายนี้ก็ถูกขายให้เชลซีในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร ซึ่งความจริงแล้วก่อนหน้านั้น สื่อตีข่าวอย่างหนักว่าวิลเลี่ยนกำลังจะตกลงย้ายซบท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ทว่าสุดท้ายกลับเป็นเชซีที่ได้ตัวเขาไป เรียกได้ว่า ตัดหน้าซื้อมาในวินาทีสุดท้ายจริงๆ

4. เลียม เบรดี้ (ยูเวนตุส)

ในปี 1980 สมาคมฟุตบอลอิตาลีตัดสินใจยกเลิกกฏห้ามซื้อนักเตะต่างชาติที่ใช้มาตลอด 16 ปี ทำให้ยูเวนตุสของกุนซือ จิโอวานนี่ ตราปัตโตนี่ ที่ร้างแชมป์ลีกมานาน 2 ปี หันไปหาอาร์เซนอลและควักเงิน 500,000 ปอนด์เพื่อซื้อตัวเบรดี้มาร่วมทีมทันที

เบรดี้เป็นเด็กปั้นของอาร์เซนอลที่ช่วยทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในปี 1979 ขณะที่ทัพม้าลายหันมาสนใจกองกลางรายนี้ตั้งแต่เกม ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ ฤดูกาล 1979/80 ที่เบรดี้โชว์ผลงานไปเตะตาตราปัตโตนี่เข้า

ตอนนั้นเบรดี้โชว์ฟอร์มเก่งจนช่วยให้ทัพปืนใหญ่เอาชนะทัพเบียงโคเนลลี่ไปได้ 1-0 และนั่นทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายเสริมทัพของทัพม้าลายทันที และหลังจากย้ายมาถิ่นตูริน เขาก็สามารถช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกที่ห่างหายไปได้สำเร็จ ขณะที่ในปี 1982 เขาก็มีอันต้องอำลาทีมเพิื่อหลีกทางให้แข้งต่างชาติคนใหม่ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครแต่เป็น มิเชล พลาตินี่ ตำนานลูกหนังของโลก