Analysis

เก่งสะท้านข้ามทวีป : 10 สุดยอดแข้งเอเชียในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักเตะจากเอเชียทำผลงานระเบิดเถิดในสังเวียนพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็น ซน ฮึง-มิน ของเกาหลีใต้และ อารอน มอย ชาวออสเตรเลีย ที่ต่างทำประตูให้ต้นสังกัด FFT เฟ้นหา 10 สุดยอดจากภูมิภาคเดียวกันที่สร้างชื่อระบือไกลในวงการลูกหนังเมืองผู้ดี

We are part of The Trust Project What is it?

ชินจิ คางาวะ (ญี่ปุ่น)

ชินจิ คางาวะ ย้ายสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเขาช่วยให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกา

คางาวะเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนแรกที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสำเร็จ

แม้ไม่อาจสร้างความประทับใจในระดับเดียวกันนั้นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทว่า คางาวะยังคงเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนแรกที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสำเร็จ (ก่อนหน้านี้เคยมี จุนอิจิ อินาโมโตะ ที่เคยอยู่กับ อาร์เซนอล ช่วงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่เจ้าตัวลงสนามไม่ครบเณฑ์จึงไม่ถูกนับ) เช่นเดียวกับการเป็นผู้เล่นเอเชียคนแรกที่ทำแฮตทริกในลีกนี้

น่าเสียดายที่คางาวะโชคร้ายบาดเจ็บหลายครั้ง และอยู่กับสโมสรเพียง 2 ฤดูกาล กระนั้น แฟนบอลส่วนใหญ่ต่างเห็นตรงกันว่า เขาเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ดี

ตอนนี้คางาวะหวนสู่เยอรมันอีกครั้งกับดอร์ทมุนด์ สโมสรที่เขาสร้างชื่อในฐานะหนึ่งในขวัญใจแฟนบอลของยักษ์ใหญ่แห่งเมืองเบียร์ และเมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าตัวเพิ่งกลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของแข้งญี่ปุ่นในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกาด้วยสถิติ 38 ประตู

อาลี อัล-ฮับซี่ (โอมาน)

นายทวารนำเข้าชาวโอมานใช้เวลาส่วนใหญ่ในเส้นทางค้าแข้งกับสโมสรในอังกฤษ โดยเฝ้าเสาให้ โบลตัน และ วีแกน แอธเลติก

อัล-ฮับซี่ สร้างชื่อในพรีเมียร์ลีกกับ "เดอะ ลาติกส์" ไม่ใช่แค่สุดยอดจอมเซฟจุดโทษ แต่ยังเป็นมือกาวที่มีปฏิกริยาอันยอดเยี่ยมอีกด้วย

เขาย้ายไปเป็นสตาร์ของเร้ดดิ้งในแชมเปี้ยนชิพ ก่อนโยกไปเล่นให้สโมสรในซาอุดิอาระเบียอย่าง อัล ฮิลาล เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ในช่วงพีค อัล-ฮับซี่มีข่าวเชื่อมโยงในการย้ายไปอยู่กับสโมสรใหญ่อย่างลิเวอร์พูลและอาร์เซน่อลด้วค่าตัวมหาศาล แต่นั่นเป็นเพียงข่าวลือที่ไม่เคยเป็นจริงเป็นจังแต่อย่างใด

นี่คือยอดนายทวารที่เต็มไปด้วยความสม่ำเสมอ จากครั้งวันวานจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

มายะ โยชิดะ (ญี่ปุ่น)

โยชิดะเป็นกองหลังรายเดียวในลิสต์นี้ จากผลงานอันยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน

แม้เริ่มต้นอย่างตะกุกตะกักกับชีวิตใหม่ในเกาะอังกฤษ โยชิดะกลายเป็นกำแพงเหล็กที่ไว้ใจได้ในแนวรับเซาธ์แฮมป์ตัน และลงสนามกว่า 100 นัดใน "นักบุญ" ในช่วง 5 ฤดูกาลที่ผ่านมา

ความสารพัดประโยชน์ในแนวรับของโยชิดะ ถูกพิสูจน์มาแล้วจากการเล่นให้สโมสร และเขายังมีทีเด็ดจากการเล่นลูกเซ็ตพีชอีกด้วย

ด้วยปัญหาในแนวรับอันอ่อนยวบ อย่าแปลกใจหากลิเวอร์พูลเริ่มต้นแสดงความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับเขา!

คี ชุง-ยอง (เกาหลีใต้)

กัปตันทีมชาติเกาหลีใต้ คี เซ็นสัญญากับสวอนซีเมื่อปี 2012 ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ หลังโดนจับตาจากผลงานในการเล่นให้เซลติกก่อนหน้านั้น

แม้จะเปี่ยมด้วยเทคนิค แต่เขาเป็นกองกลางที่ถูกประเมินค่าต่ำกว่าความจริงไม่น้อย ถึงกระนั้นเขามีความสามารถในการวางบอลยาวเป็นจุดขาย

ผลงานของ คี กับสโมสรไม่ได้ถูกหมางเมิน เมื่อเขาได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นแห่งปีของสวอนซี ซิตี้ ในฤดูกาล 2014-15

หลังเพิ่งหายเจ็บหัวเข่า ดาวเตะวัย 28 ปี หวังที่จะกลับมาโชว์ฟอร์มเปรี้ยงปร้างกับสวอนซีอีกครั้งในฤดูกาลนี้

แฮร์รี่ คีเวลล์ (ออสเตรเลีย)

ปีกจอมเลื้อยผู้มีเวทมนต์อยู่ที่เท้าซ้าย กลับไม่สามารถระเบิดฟอร์มในระดับสูงสุดของตัวเอง และหากไม่ได้รับบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า คีเวลล์มีโอกาสประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีกมากกว่าที่เป็น

หลังสร้างชื่อกระฉ่อนกับลีดส์ ยูไนเต็ด คีเวลล์ย้ายสู่สโมสรที่เขารักอย่าง ลิเวอร์พูล พร้อมกับสวมเสื้อหมายเลข 7 เบอร์ของตำนานแข้งแห่งถิ่นแอนฟิลด์

คีเวลล์ได้รับการประเมินค่าอย่างสูงจาก "หงส์แดง" ซึ่งอดีตกุนซือ เชราร์ อุลลิเย่ร์ เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า ลิเวอร์พูล ตัดสินใจที่จะปฏิเสธการเซ็นสัญญากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เนื่องจากค่าเหนื่อยของ CR7 และที่สำคัญ พวกเขามีคีเวลล์อยู่แล้ว

เมื่อมองย้อนกลับไป มีการตั้งคำถามอย่างมากมายเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนั้น กระนั้น ด้วยการคว้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และลงเล่นกว่า 250 นัดในพรีเมียร์ลีก มันย่อมสามารถพูดได้ว่า คีเวลล์ สร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะหนึ่งในตำนานแข้งชาวออสเตรเลียน