เก่งตอนแก่ : 11 แข้งเสือเฒ่าที่ฟอร์มเร่าร้อนตอนอายุใกล้เลข 3

ว่ากันว่าอาชีพนักฟุตบอลนั้นมีระยะเวลาสั้นนัก นักเตะหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จมักจะโชว์ความสามารถและแสดงความเก่งกาจออกมาตั้งแต่อายุยังน้อยๆ... 

แต่ก็มีนักเตะบางคนที่แม้ว่าการเริ่มต้นของพวกเขาจะไม่สวยนัก แต่ท้ายที่สุดเเล้วปลายทางการค้าแข้งของพวกเขาก็จบลงอย่างยิ่งใหญ่ และนี่คือ 10 นักเตะผู้ระเบิดฝีเท้าอันร้อนแรงในเก๋าที่เราอยากให้คุณได้ติดตามชม

เจมี่ คาร์ราเกอร์ (ลิเวอร์พูล)

สเกาเซอร์พันธ์แท้ขวัญใจแฟนบอลลิเวอร์พูล มีช่วงเวลาวัยรุ่นจนถึงวัยหนุ่มที่ไม่ค่อยโสภาสถาพรเสียเท่าไรนัก แต่ต้องยอมรับว่าในบั้นปลายอาชีพค้าเเข้งเขาคือยอดเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคนหนึ่งเลยทีเดียว

คาร์ราเกอร์ คือลูกหม้อที่เติบโตมาจากระบบอคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล โดยตรง เขาลงสนามรับใช้สโมสรมากว่า 17 แต่กว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตำนานบทหนึ่งของสโมสรไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยทีเดียว

ในช่วงที่เขาปรากฏตัวครั้งแรกในฤดูกาล 1996-1997 ด้วยวัยเพียง 18 ปี ในยุคนั้นเขามักจะได้รับบทบาทที่ไม่ค่อยมั่นคงนักไม่ว่าจะเป็นในตำแหน่งฟูลแบ็คหรือตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

สไตล์เข้าบอลที่โฉ่งฉ่าง, เเละดูจะไร้เซนส์บอลจนแฟนหงส์เเดงร้องยี้ทุกครั้งหากมีชื่อของ คาร์ราเกอร์ ปรากฎในรายชื่อ 11 ตัวจริง ช่วงพีคสุดๆเขาเป็นกองหลังที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำเข้าประตูตัวเองและเป็นสาเหตุที่ทำให้ทีมเสียประตูอยู่บ่อยๆจนได้ฉายาว่า "พี่เอ๋อ" เลยทีเดียว

แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ไม่ว่าจะยุค รอย อีแวนส์ ลากยาวมาจนถึงยุคของ เชร์าร์ด อุลลิเย่ร์ เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี คาร์ราเกอร์ มักได้รับโอกาสได้ลงเล่น ทำเอาสาวก "เดอะ ค็อป" เสียวไส้กันอยู่หลายปีดีดัก...

แต่กระนั้นหลังจากการเข้ามาของ ราฟา เบนิเตซ ในช่วงฤดูกาล 2004-05 คาราเกอร์ ในวัยเหยียบๆเข้าอายุ 30 กลับเล่นได้อย่างโดดเด่นขึ้นอย่างผิดหูผิดตา จนแทบเป็นคนละคน จริงอยู่ที่เทคนิคและความแพรวพราวของเขาอาจจะไม่ปรากฎให้เห็นแต่สิ่งที่เขามีเหนือคนอื่นๆคือการลงเล่นด้วยความมุ่งมั่นและความใจสู้ดุดันหาตัวจับยาก

คาร์ราเกอร์ ประสบความสำเร็จในการเป็นส่วนสำคัญพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 5 ของสโมสรในปี 2004 แน่นอนว่าหลังจากนั้นเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างแข็งขันมาตลอด ครั้งหนึ่ง หลุยส์ ซัวเรส เคยยกย่อง คาร์ราเกอร์ ว่า หากเขาไม่ใช่นักเตะที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวและเเข็งแกร่งคงเป็นไปได้ยากที่จะสามารถลงเล่นให้กับทีมระดับท็อปได้

จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามตลอดระยะเวล 17 ปีที่ลงรับใช้ทีมเราจะได้เห็นความมุ่งมั่นในตัวของเขาเสมอ

อาริตซ์ อาดูริซ (แอธฯ บิลเบา)

ยอดดาวยิงชาวสเปนรายนี้ต้องรอจนอายุ 30 ปี จนจะมีโอกาสติดทีมชาติชุดใหญ่ และเหตุผลที่เป็นเช่นนั้นนั่นก็เพราะเขาระเบิดตาข่ายเป็นว่าเล่นสมฉายาเสือเฒ่าแห่งเเคว้นบาสก์

อาดูริซ เข้าสู่ทีมสำรองของ แอธฯ บิลเบา ตอนอายุราวๆ 19 ปี และถึงแม้ว่าผลงานของเขาจะพอไปวัดไปวาได้ตลอด 2 ปีกับทีมชุดบี (90 นัด 18 ประตู) ทว่าเมื่อถึงเวลาก้าวขึ้นชุดใหญ่เขากลับไม่สามารถสอดเเทรกเข้ามาเป็นผู้เล่นตัวหลักได้เลย และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเข้าสู่โหมดดาวยิงจอมพเนจรอยู่เรื่อยมา

บิลเบา ส่งเขาให้ เบอร์กอส ทีมใน ดิวิชั่น 3 ยืมตัวไปร่วมทีมในฤดูกาล 2003-04 และหลังจากนั้นเขาก็โดนขายขาดให้กับ เรอัล บายาโดลิด และกับ บายาโดลิด นี่เอง อาดูริซ ระเบิดฟอร์มยิงได้ถึง 20 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 46 เกม บิลเบา จึงซื้อตัวเขากลับมาอยู่กับทีมเป็นคำรบที่ 2 ในฤดูกาล 2006-08

ผลงานกับ บิลเบา รอบนี้เขาทำได้ดีและโดดเด่นกว่าที่เคย อาดูริซ กลายเป็นตัวหลักในช่วง 2 ฤดูกาลแรกทว่าเมื่อการขึ้นรุ่นของ เฟร์นันโด ญอเรนเต้ ที่มาแรงกว่า อาดูริซ จึงย้ายไปอยู่กับ มายอร์ก้า และ บาเลนเซีย ตามลำดับก่อนที่ทำผลงานได้ดีในระดับพอใช้แต่ก็ไม่ได้การยกย่องอะไรมาก

คู่แล้วย่อมไม่แคล้วกันในฤดูกาล 2012 บิลเบา ตัดสินใจดึง อาดูริซ กลับสู่บ้านเก่าเป็นหนที่ 3 และการย้ายกลับมาครั้งนี้เขากลับมาในฐานะดาวยิงอันดับ 1 ของทีม

ไม่น่าเชื่อว่าในวัย 32 ปี อาดูริซ ผลิตสกอร์ให้กับ บิลเบา จนเหล่างกองหน้าวัยรุ่นต้องอายม้วนกันเลยทีเดียว ตั้งแต่การย้ายกลับหนที่ 3 ไม่มีฤดูกาลไหนเลยที่เจ้าตัวยิงได้ต่ำกว่า 18 ประตูและสถิติดังกล่าวยังยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้

ปีที่พีคที่สุดของเขาคือปีที่ผานมาในฤดูกาล 2015-16 เจ้าตัวลงสนามไป 55 นัดและยิงไปทั้งหมด 36 ประตู แน่นอนว่าความร้อนแรงระดับนี้ก็ทำให้เขาการเป็นกองหน้าขาประจำในทีมชาติสเปนเป็นที่เรียบร้อยเเล้วด้วยวัย 35 ปีในปัจจุบัน

Pages