อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือ บาเยิร์น มิวนิค เมืองไทย

จับเข่าคุยแบบถามมา-ตอบไป เผยทุกเรื่องราวตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ล้วงลึกทุกแง่มุมทั้งในแและนอกสนาม จากใจปีกซ้ายลูกครึ่งไทย-เยอรมัน แห่งทัพปราสาทสายฟ้า กับบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดย FFT TH ที่แรกในประเทศไทย

FFT TH: สวัสดีครับอเล็กซ์ แหม… ได้เจอตัวจริงสักที ก่อนหน้านี้เราส่งข้อความไปใน IG บ่อยมาก แต่คุณไม่เคยตอบกลับมา (ฮา)

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: (หัวเราะ) ขอโทษจริงๆ เพราะผมคงไม่เห็น มีคนส่งข้อความเข้ามาเยอะมากๆ แล้วผมก็ไม่ได้ตอบข้อความพวกนั้นเลย แต่คราวหน้าทักมาผมจะตอบ FourFourTwo แน่นอน (แหม่)

FFT TH: โอเคๆ ไม่เป็นไรครับ ขอโทษที่รบกวนนะวันนี้ พร้อมรึยังครับ?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: ไม่มีปัญหาครับ มันเป็นงานของผมอยู่แล้ว ผมพร้อมแล้วหล่ะ

FFT TH: เอาล่ะ เห็นว่าความจริงคุณเกิดที่ประเทศไทย...แล้วย้ายไปอยู่เยอรมันตอนอายุเท่าไหร่กันล่ะ?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: อื้ม น่าจะเป็นตอนวันเกิดครบรอบหนึ่งขวบของผม วันที่ 29 กรกฎาคม ก็ย้ายไปเยอรมันเลย และก็ใช้ชีวิตที่นั่นมาตลอด เอาตรงๆ คือ ด้วยความที่ตอนนั้นผมอายุแค่ขวบเดียว และเคยกลับมาไทย 2 ครั้ง ตอนอายุได้ 3 ปี กับอีกครั้งตอน อายุ 5-6 ปี มันก็พอจำอะไรได้ลางๆเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้มาประเทศไทย เพราะ ผมต้องเล่นฟุตบอลตลอด ไม่มีเวลามากพอจะหยุดยาวๆเพื่อกลับมาพักผ่อนที่ประเทศไทยนักหรอก ก่อนกลับมาอีกครั้งในฐานะนักฟุตบอลอาชีพกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เนี่ยแหละ

FFT TH: ลองเล่าเรื่องตัวคุณกับฟุตบอลตั้งแต่เด็กให้ฟังหน่อย

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: ผมเริ่มเล่นฟุตบอลน่าจะเป็นตอนอายุได้ 5 ปีน่ะ… คือจริงๆพ่อของผมเคยเป็นนักฟุตบอลมาก่อน และทุกคนในเมือง  Furstenfeldbruck  ต่างก็บอกว่าเขาเป็นนักเตะที่ดีคนหนึ่งเลยแหละ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากคุณปู่และคุณย่าของผม ในการก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาเลยอาจรู้สึกฝังใจ และผมคิดว่านั่นจึงเป็นเหตุผลที่พ่อสนับสนุนผมมาตลอด… ไม่ใช่แค่ผมนะ น้องชายผมด้วย

FFT TH: แล้วเข้าไปอยู่ในอะคาเดมีของบาเยิร์น มิวนิค ได้อย่างไรกัน?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: คือที่เมืองของผมมีบรรดาแมวมองมาดูที่สนามตลอด พอผมเล่นดีและยิงประตูได้บ่อยๆก็ไปเตะตาแมวมองเข้า แล้วก็ชวนผมไปฝึกกับนักเตะที่พวกเขาคัดมา ซึ่งผมทำได้ดีทีเดียว หลังจากนั้นเลยได้เซ็นสัญญากับบาเยิร์น มิวนิค เมื่อปี 2007

FFT TH: ยากมะ? กับการอยู่ในทีมเยาวชนของทีมเบอร์หนึ่งของประเทศ… และอาจจะของโลก

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: อื้ม… จริงก็ไม่เลยนะ มันเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่มากกว่าสำหรับผมระหว่างอยู่ที่บาเยิร์น จากตอนแรกเริ่มที่อะคาเดมี หลังจากนั้นก็เลื่อนขั้นไปอยู่กับทีมสำรอง แล้วขยับไปสู่ทีมชุดใหญ่ ซึ่งมันมีความแตกต่างกันสูงมาก แต่คุณต้องมีสมาธิ และปรับตัวให้รับมือกับแรงกดดันมหาศาลให้ได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ผมก็คิดว่าทำได้ดีพอสมควร แต่ผมต้องก้าวต่อไป อยากเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ ไม่ใช่จับเจ่าอยู่กับทีมสำรอง ซึ่งมันยากเหลือเกินกับการทะลุสู่ทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิคในตอนนั้น ผมเลยเลือกย้ายไปอุนเตอร์ฮัคกิ้ง ในเวลาต่อมา

FFT TH: ไปอยู่ตั้งแต่เด็กแบบนี้ แสดงว่าบาเยิร์น มิวนิค นี่เป็นทีมโปรดของคุณเลยหรือเปล่า?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: ถ้าตอนผมยังเด็ก แน่นอนว่าพวกเขาเป็นทีมโปรดของผม แต่สำหรับฟุตบอลสมัยใหม่ ผมชอบการเล่นของบาร์เซโลน่ามากกว่า ถ้าว่ากันตามตรง ผมเป็นแฟนบอล “บาร์ซ่า” เลยแหละ ผมชอบการเล่นของลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์, หลุยส์ ซัวเรซ และ อันเดรส อิเนียสต้า มันเข้ากันจริงๆ พวกเขายอดเยี่ยมมากๆ ทั้งทีมเลยล่ะ  ผมรักสไตล์การเล่นของพวกเขาจริงๆ

FFT TH: ผิดคาดแฮะ คนละประเทศเลย แล้วจากเพื่อนๆรุ่นเดียวกันในทีมเยาวชนบาเยิร์น มิวนิค คิดใครพอมีแววรุ่งบ้าง?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: เอิ่ม...(คิดอยู่นาน) ในรุ่นเดียวกัน ผมคิดว่าไม่มีเลยนะ (ฮา)

FFT TH: อ้าว! เป็นงั้นไป...แล้วได้ข่าวว่าเคยเล่นชุดเดียวกับ ดาวิด อลาบา ที่บาเยิร์น มิวนิค ความสัมพันธ์ระหว่างคุณสองคนเป็นยังไงบ้าง?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: โอย ไม่ได้สนิทอะไรกัน อันนั้นเราก็แค่ซ้อมด้วยกันเฉยๆ แล้วก็ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องด้วยกัน ไม่ใช่ในเกมลีก หรือเกมอย่างเป็นทางการอะไร แค่รู้จักกันเฉยๆ ตอนเจอกันก็แค่จำหน้ากันได้ แล้วคุยกันธรรมดาๆ

FFT TH: แล้ว เอ็มเร่ ชาน ล่ะ?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: นั่นก็สนิทกว่า อลาบา เล็กน้อย เราเคยอยู่ด้วยกันบ้างระหว่างเข้าแคมป์ทีมชาติและได้ซ้อมด้วยกัน แต่เราต่างคนก็ไม่มีเบอร์โทรศัพท์กัน ยิ่งตอนเขาย้ายไปเลเวอร์คูเซ่น ผมก็ไม่ได้ติดต่อกับเขาอีกเลย จริงๆก็รู้จักกันแค่ทักทาย แต่ไม่ได้สนิทกันมากนัก

FFT TH: มาที่เรื่องในประเทศไทยบ้างดีกว่า ตอนเจอนายเนวินครั้งแรก นายพูดอะไรกับคุณบ้าง?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: สิ่งแรกที่เขาพูดกับผมคือการทักทาย แต่ผมจับใจความภาษาไทยไม่ได้ เป็นการทักทายที่สุภาพและอ่อนโยน เขาพูดแต่เรื่องดีๆ และผมรู้สึกดีมากจริงๆ กับการทักทายครั้งแรกของเขา ซึ่งหลังจากนั้นเราไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน และตลอดมื้อเราก็คุยกันแต่เรื่องฟุตบอล และเรื่องทีมชาติก็มีนะ มันเป็นช่วงที่ทีมชาติไทย ลงเล่นพอดี นายเนวิน ก็เลยบอกว่าคนไหนเป็นนักเตะในทีมบุรีรัมย์บ้าง

FFT TH: ขอย้อนไปตอนอยู่เยอรมันนิดนึง...ก่อนย้ายไปอุนเตอร์ฮัคกิ้ง เคยได้รับข้อเสนอจากทีมไทยบ้างหรือเปล่า?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: ผมว่าไม่มีนะ แต่มีผู้จัดการทีมจากเวียดนามมาคุยกับผมตอนพักครึ่ง แต่ผมไม่ได้สนใจอะไร ได้แต่บอกเขาไปว่าผมต้องมีสมาธิและโฟกัสกับเกมการแข่งขัน

FFT TH: แล้วนอกจากบุรีรัมย์เนี่ย มีข้อเสนอของทีมอื่นๆในไทยลีกบ้างมั้ย?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: ผมรู้แค่ว่าบุรีรัมย์ติดต่อผมมา ไม่มีข้อเสนออื่นๆเลย

FFT TH: การย้ายข้ามมาอีกประเทศหนึ่ง มันเป็นเรื่องใหญ่นะ... ครอบครัวมีส่วนช่วยในการตัดสินใจย้ายมาประเทศไทยไหม?

ผมมีความรู้สึกที่ดีกับบุรีรัมย์ พวกเขาดีกับผมมาก มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นหนึ่งเหตุผลหลักที่ผมตัดสินใจตอบตกลง

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: แน่นอน แม่ของผมมาจากจังหวัดนครพนม แม่ช่วยผมหลายๆอย่าง และตอนนี้ก็อยู่กับผมด้วย พ่อก็บอกผมว่ามันเป็นทางเลือกและโอกาสที่ดี ผมเพิ่งมาอยู่ที่บุรีรัมย์ได้ไม่นาน แต่ก็รู้สีกมั่นใจมาก ผมชอบที่นี่และชาวบุรีรัมย์ก็ดีกับผมมากจริงๆ รู้ไหมว่าตอนแรกที่มีข้อเสนอเข้ามา แม่ผมจัดการแพ็คกระเป๋าเก็บข้าวของให้ผมเรียบร้อยเลย ผมเลยบอกว่า เดี๋ยวๆ หยุดก่อนๆ (ฮา) ขอผมดูสถานการณ์และอะไรหลายๆอย่างก่อน แต่พอได้ลองมาเยี่ยมชมที่นี่ หลังจากนั้นผมก็มีความรู้สึกที่ดีกับบุรีรัมย์ พวกเขาดีกับผมมาก มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นหนึ่งเหตุผลหลักที่ผมตัดสินใจตอบตกลง สำหรับลูกครึ่งไทยอย่างผมมันเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ และผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อประสบความสำเร็จ

FFT TH: จริงๆ ได้ข่าวว่า ก่อนหน้านี้บุรีรัมย์ติดต่อไปหลายครั้งแล้ว แล้วทำไมถึงตัดสินใจตอบตกลงมาในครั้งนี้?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: ครั้งแรกที่ได้ยินว่ามีสโมสรจากประเทศไทยต้องการตัว ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ มันไม่ได้มีอารมณ์แบบ ว้าว! ผมอยากไปเล่นที่นั่น ผมไม่คุ้นเคยกับลีกของประเทศไทยเลย พอติดต่อกันหลายครั้งก็เริ่มได้รับข้อมูลเกี่ยวกับไทยลีกมาว่าเป็นยังไงบ้าง หลังจากนั้นก็ได้คุยกับผู้จัดการส่วนตัวของผม และครอบครัวด้วยว่ามันเป็นข้อเสนอและโอกาสที่น่าสนใจ แล้วก็ตัดสินใจบอกกับอุนเตอร์ฮัคกิ้งว่า ผมอยากไปเยี่ยมชมบุรีรัมย์ ซึ่งผมประทับใจมาก และตัดสินใจย้ายทีมทันที

FFT TH: แน่นอนว่าโปรไฟล์คุณดีมากๆ คิดว่าประสบการณ์จากการเล่นในเยอรมันมาหลายปี จะทำให้ง่ายต่อการค้าแข้งในไทยมั้ย?

อเล็กซ์ ซีกฮาร์ท: ไม่ ผมไม่คิดแบบนั้นเลย อันดับแรกเลยผมต้องทำตัวให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมประเทศไทย เรื่องอากาศที่ร้อน แถมผมไม่มีเพื่อน มีแค่แม่ คิดว่าน่าจะใช้เวลา 1-2 เดือน หรือมากกว่านั้นเพื่อปรับตัว ผมคิดว่าประสบการณ์จากเยอรมันช่วยได้มาก แต่ไม่ทำให้ง่ายต่อการเล่นในไทยลีกแน่นอน เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา เกมการเล่นถูกยกระดับขึ้นมาก ผมเลยคิดว่ามันไม่ง่ายสำหรับผมแน่นอน

ว่ากันต่อด้วยเรื่องทีมชาติ ต่อเนื่องด้วยนักเตะในดวงใจของซีกฮาร์ทคือใคร? บาเยิร์น มิวนิค กับ บุรีรัมย์ ต่างกันแค่ไหน? และเขาจะอยู่ประเทศไทยไปตลอดอาชีพเลยหรือเปล่า? ติดตามได้ในหน้าถัดไป