อเล็กซ์ เกอร์สบัก: ออสซี่ดีกรีเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก

แม้จะเพิ่งอายุแค่ 19 แต่ อเล็กซ์ เกอร์สบัก ก็พกความสำเร็จที่น่าประทับใจระดับหนึ่งแล้วทั้งกับสโมสรและทีมชาติ และนี่ก็เพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้นตามการให้สัมภาษณ์กับ คอน สตาโมคอสตาส

ขณะที่ปี 2016 อาจนับได้ว่าเป็นฤดูกาลแจ้งเกิดของ อเล็กซ์ เกอร์สบัก แต่ในปี 12 เดือนข้างหน้านี้จะเป็นการยึดตำแหน่งทั้งในสโมสรและทีมชาติชุดใหญ่ของเขา

หากดาวโรจน์คนนี้ทำได้จริงล่ะก็ ปี 2017 นี้ก็มีสิทธิ์จะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมสำหรับวัยรุ่นชาวออสเตรเลีย

สำหรับซีซั่นแรกในแผ่นดินยุโรปนั้น เกอร์สบักวัย 19 ปีลงสนามให้กับโรเซนบอร์กที่คว้าแชมป์นอร์วีเจี้ยนลีกและบอลถ้วยในประเทศไป 23 เกม

และเมื่อพูดถึงเส้นทางในทีมชาติ เกอร์สบักก็ติดธงนัดแรกให้กับซ็อคเกอร์รูส์ไปแล้วในเกมอุ่นเครื่องกับกรีซเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน

แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะดีเลิศไปเสียทั้งหมดเนื่องจากปราการหลังดาวรุ่งเริ่มต้นปีที่ผ่านมาด้วยความผิดหวังหลังจากออสเตรเลียยู-23 ไม่ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายที่ริโอเกมส์ 2016 เป็นการดับฝันการเข้าไปชิงชัยในกีฬาโอลิมปิกของเขา

อย่างไรก็ตามเขาก็ผิดหวังได้ไม่นานเพราะเมื่อกลับไปยังออสเตรเลียแล้ว เกอร์สบักก็ได้ย้ายจากซิดนีย์ เอฟซี ในเอลีก ไปอยู่กับโรเซนบอร์ก ทีมแชมป์ลีกนอร์เวย์ในตลาดนักเตะเดือนมกราคม

ในวันที่ 19 มีนาคม 2016 เกอร์สบักมีชื่อเป็น 11 ตัวจริงและได้ประเดิมการเล่นอาชีพในยุโรปให้กับยักษ์ใหญ่แถบสแกนดิเนเวีย ในเกมเปิดบ้านเฉือนชนะสตอรมสก็อดเซ็ท 1-0

นักเตะออสซี่บางรายประสบปัญหาการสอดแทรกขึ้นทีมชุดใหญ่ยามย้ายไปค้าแข้งต่างแดน แต่เกอร์สบักกลับมองฤดูกาลแรกในต่างประเทศนี้เป็นประสบการณ์แบบผลพลอยได้

“ไม่ใช่เรื่องง่ายนะที่เด็กอายุ 18 จะทิ้งทุกอย่างแล้วย้ายไปเล่นฟุตบอลในยุโรป” เขาออกความเห็น

“ปีแรกถือว่าดี ผมได้ลงเล่นเยอะและก็หาทางยึดตำแหน่งในทีมจนได้ และแน่นอนว่าผมก็ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันด้วยซึ่งนับเป็นเรื่องที่วิเศษ”

เมื่อมองย้อนกลับไปใน 12 เดือนที่ผ่านมา เกอร์สบักบอกว่าการคว้าแชมป์ลีกนั้นคือช่วงสำคัญของอาชีพเลย

“การเจอกับโมลด์ในบ้านของพวกเขาและได้แชมป์ลีกอย่างเป็นทางการนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างตื่นเต้นทีเดียว” เขาบอก

“เราตามหลังอยู่ 1-0 และก็กลับมายิงคืน 3 ประตูในครึ่งหลัง มันถือเป็นการได้ฉลองของแท้เลยและก็เป็นการคว้าแชมป์ที่ยอดเยี่ยม”

“จากนั้นก็มาลงเล่นในบ้านตัวเองเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาลซึ่งการได้รับมอบถ้วยแชมป์เป็นอะไรที่พิเศษจริงๆ การได้แชมป์ในซีซั่นแรกของตัวเองที่นอร์เวย์คือสิ่งที่ผมจะภูมิใจไปตลอดอาชีพค้าแข้งของตัวเองเลย”

 

และหลังจากถูกเรียกไปเข้าแคมป์ของซ็อคเกอร์รูส์อยู่หลายครั้ง เกอร์สบักก็ติดทีมชาติเป็นนัดแรกในเดือนมิถุนายนซึ่งมีการลงอุ่นเครื่องกับกรีซ 2 เกม

สำหรับ 10 นาทีในสนามของเขา แข้งดาวรุ่งเปิดเตะมุมสุดสมบูรณ์แบบไปให้ ทิม เคฮิลล์ ได้โขกตุงตาข่ายแต่กลับไม่ได้ประตู

แต่หลังจากรออย่างใจเย็น ไม่นานเขาก็ใส่พานให้ แมทธิว เล็กกี พังประตูชัย

ถือได้ว่าการประเดิมในนามทีมชาตินั้นแทบจะลงตัวไปเสียทุกอย่างเลยทีเดียว

“รู้สึกดีนะที่เป็นคนได้แอสซิสต์” เขากล่าว “การประเดิมให้ซ็อคเกอร์รูส์ของผมเป็นความรู้สึกที่น่าทึ่งและเป็นช่วงเวลาที่วิเศษ”

“จริงอยู่ที่ตายายและแม่ของผมเป็นคนกรีก แต่การได้ประเดิมนัดแรกเจอกับกรีซต่อหน้าครอบครัวและเพื่อนๆ ของตัวเองในเมืองเกิดอย่างซิดนีย์เป็นอะไรที่พิเศษจริงๆ ผมจะจำช่วงเวลานั้นตลอดไป”

จากนั้นเกอร์สบักก็มุ่งหน้ากลับสู่นอร์เวย์เพื่อไปสัมผัสเกมระดับแชมเปี้ยนส์ลีกของยุโรป สโมสรสัญชาตินอร์วีเจี้ยนทีมนี้อยู่ในรอบคัดเลือกรอบสามและมีโอกาสจะทะลุถึงรอบแบ่งกลุ่ม แต่พวกเขาก็พลาดไปอย่างน่าเศร้า

“อีกแค่ไม่กี่นาทีเราก็เฉียดจะได้เข้าไปเพลย์ออฟแชมเปี้ยนส์ลีกอยู่แล้วในตอนเจอกับอาโปเอลในไซปรัส แต่พวกเขายิงช่วงทดเวลา 3 ลูกรวดพร้อมกับส่งเราตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีก”

 

“นั่นคือจุดที่น่าผิดหวังและการไม่ผ่านเข้าไปเล่นยูโรป้าลีกหลังจากนั้นก็ยิ่งเป็นอะไรน่าผิดหวังของแท้เลย”

สำหรับเป้าหมายในปี 2017 นี้ เกอร์สบักบอกว่าฤดูกาลที่สองในยุโรปของเขาจะเป็นเรื่องการรักษาผลงานให้คงเส้นคงวาเอาไว้

“หวังว่าผมจะยึดตำแหน่งของตัวเองได้ตั้งแต่เนิ่นๆ นะ” เขาบอก “ผมยังต้องพัฒนาฟอร์มของตัวเองและพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับตัวจริง”

“ผมต้องการได้ลงเล่นเป็นประจำในทุกสัปดาห์ แต่ไม่ใช่แค่ได้ลงไปเฉยๆ นะ ต้องเล่นได้ดีด้วย นั่นคือเป้าหมายหลักของผม”

แน่นอนว่าการได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอของเกอร์สบักจะยิ่งทำให้เขามีโอกาสในทีมชาติเพิ่มขึ้น

โปรแกรมแข่งใน 12 เดือนข้างหน้านี้คือหนึ่งในช่วงเวลาที่งานชุกที่สุดของออสเตรเลียเลยทีเดียว และแน่นอนว่าการจะเบียดแย่งตัวจริงในทีมของ อันเก ปอสเตโคกลู นั้นต้องมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม

“ปี 2017 นี้งานชุกมาก” เขาว่าต่อ “มันเป็นปีที่สำคัญกับซ็อคเกอร์รูส์จริงๆ เพราะเรามีงานรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่ผ่านไปครึ่งทางของแบ่งกลุ่มแล้ว เรามีหลายเกมในบ้านและเราก็จะมีแฟนๆ คอยส่งเสียงเชียร์ แล้วก็หวังว่าเราจะไปรัสเซีย 2018 ได้สำเร็จ”

“แล้วกลางปีก็มีคอนเฟดเดเรชั่นส์คัพที่รัสเซียด้วยเช่นกัน ตอนนี้ผมติดทีมมาปีนึงแล้ว แต่เพิ่งจะได้ลงสนามเพียง 2 นัดจากเกมอุ่นเครื่องเหล่านั้น”

“ผมคงต้องทำผลงานกับสโมสรให้ดีและพิสูจน์ว่าตัวเองดีพอสำหรับซ็อคเกอร์รูส์”