อเล็กซานเดอร์ ดูริช: ถึงเวลาที่สิงคโปร์จะใช้โค้ชในประเทศเสียที

อเล็กซานเดอร์ ดูริช อดีตกองหน้าทีมชาติสิงคโปร์ชุดแชมป์เอเอฟเอฟ คัพ ปี 2012 ชี้ว่ากุนซือท้องถิ่นควรได้รับโอกาสให้คุมทีมชาติในชั่วโมงนี้ หลังจากที่มีข่าวว่า แบรนด์ สตางก์ จะไม่ต่อสัญญาออกมา...

ถือว่าออกมาไม่ถูกจังหวะเอาเสียเลย สำหรับข่าวที่ว่า แบรนด์ สตางก์ เฮดโค้ชทีมชาติสิงคโปร์จะออกจากตำแหน่งก่อนเกมสำคัญกับอัฟกานิสถาน

เพราะแม้ว่าทีม “เมอร์ไลอ้อนส์” จะหมดหวังกับการเข้ารอบฟุตบอลโลกไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือสิทธิ์การผ่านเข้าไปเล่นรอบคัดเลือกรอบ 3 ของศึกเอเชียน คัพ อยู่ เพียงแค่ไม่แพ้ในนัดดังกล่าวเท่านั้น

ซึ่งถ้าพูดถึงในแง่ของนักเตะแล้ว พวกเขามีงานต้องทำและพวกเขาก็รู้ดี ดังนั้นจึงไม่น่ามีแนวโน้มว่าพวกเขาจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากข่าวนี้

แต่กับตัวสตางก์เอง มันทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่าเขาจะมีสมาธิแค่ไหนกับการคุมทีมนัดสุดท้ายก่อนที่สัญญาจะหมดลงในวันที่ 15 เมษายน

หวังว่าเทรนเนอร์ชาวเยอรมันจะมีความเป็นมืออาชีพพอที่จะทำให้ลูกทีมมีความพร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ เพื่อทำให้ตัวเองสามารถอำลาทีมอย่างสง่าผ่าเผยได้

ไม่ใช่ว่าไม่เคารพในตัวกุนซือวัย 68 ปีนะ แต่ผมรู้สึกดีใจมากกว่าที่เขาตัดสินใจไม่ต่อสัญญาออกไป ที่จริงแล้วผมรู้สึกประหลาดใจด้วยซ้ำที่เขาได้รับการขยายสัญญาออกไปอีก 6 เดือน เพราะถ้าคุณตัดสินโค้ชจากผลการแข่งขันด้วยความตรงไปตรงมาแล้ว ถือว่าสตางก์ไม่สามารถทำตามสัญญาที่จะทำให้สิงคโปร์เป็นทีมที่แข็งแกร่งได้

จริงอยู่ที่มีช่วงเวลาดีๆให้นึกถึงอยู่บ้าง อย่างนัดที่ชนะซีเรีย 2-1 เมื่อปี 2013 และการบุกไปเสมอญี่ปุ่น 0-0 แต่ถ้าคุณมองภาพรวมทั้งหมดแล้ว มันก็เป็นผลการแข่งขันที่หายากอยู่เหมือนกัน

และการที่สตางก์เคยงัดข้อออกสื่อกับ ไอดี อิสกันดาร์ โค้ชทีมชาติสิงคโปร์ชุดยู-23 รวมถึงความล้มเหลวในซีเกมส์ก็ทำให้รู้สึกแย่กับตัวเขาไม่น้อย

โดยไอดีได้หั่น อิคบัล ฮุสเซน ออกจากทีมเนื่องจากเห็นว่ากองหน้ารายนี้คือส่วนเกินของทีม แต่สตางก์กลับเรียกตัวดาวรุ่งผู้นี้ติดทีมชาติชุดใหญ่ในอีกไม่กี่วันหลังจากนั้น


ไม่ว่าเหตุผลของสตางก์จะเป็นอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่ามันได้นำไปสู่ความขัดแย้งที่บรรดาสื่อนำมาเล่นกันอย่างสนุกสนาน หลังจากที่ไอดีออกจากตำแหน่ง

ซึ่งความยุ่งเหยิงในหมู่สต๊าฟฟ์โค้ชไม่ได้มีประโยชน์ต่อทีมเลย และสตางก์ก็ควรจะรับมือกับผลที่ตามมาด้วยความละเอียดอ่อนกว่านี้สักหน่อย

 

และที่จำได้ไม่ลืมเลยก็คือคำพูดของเขาในวันที่เข้ามารับตำแหน่งนายใหญ่คนใหม่ของทีม “เมอร์ไลอ้อนส์” ที่พูดว่า “ผมเข้าใจดีว่างานที่รออยู่ตรงหน้านั้นไม่ง่าย แต่ผมเองก็มั่นใจและเชื่อว่าประสบการณ์ของผมในระดับนานาชาติ และคอนเนคชั่นในเกมลูกหนังของผมจะเป็นประโยชน์ล้ำค่าแก่วงการฟุตบอลสิงคโปร์”

แบรนด์ สตางก์ ในวันที่เข้ามารับตำแหน่ง

แต่จนถึงตอนนี้ คอนเนคชั่นของเขาทำได้แค่ให้สิงคโปร์อุ่นเครื่องกับกวม และตอนนี้ก็เป็นเมียนมาร์ที่จะเป็นคู่เคาะสนิมก่อนเกมกับอัฟกานิสถาน


อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดก็คือการตกรอบแบ่งกลุ่มซูซูกิ คัพ ปี 2014 เพราะในฐานะเจ้าภาพแล้ว การที่ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของทัวร์นาเม้นต์คือสิ่งที่ยากจะกล้ำกลืนฝืนทน


และตอนนี้สมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ (FAS) ก็มีโอกาสทำในสิ่งที่ถูกต้อง ด้วยการมอบตำแหน่งให้กับกุนซือท้องถิ่น แทนที่จะเสียเงินจำนวนมากไปให้กับคนนอก

เพราะสตางก์ไม่เคยรู้เลยว่าวงการฟุตบอลอาเซียนเป็นอย่างไร และบางทีตอนนี้เขาอาจจะไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ เขาพยายามจะเล่นฟุตบอลที่น่าตื่นตาตื่นใจโดยไม่ดูเลยว่านักเตะของเราเหมาะสมกับแทคติกดังกล่าวแล้วหรือยัง

และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องการโค้ชอย่าง ฟานดี้ อาหมัด และ ว. สุนทรมูรติ เข้ามารับงานนี้ เพราะถ้านั่นคือมาตรฐานที่โค้ชต่างชาตินำเข้ามาแล้ว ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะต่างหรือดีกว่าจากโค้ชในประเทศของเราตรงไหน

ซึ่งทั้งฟานดี้และสุนทรถือว่าคุ้นเคยกับฟุตบอลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากๆ และนั่นจะทำให้พวกเขาสามารถวางกลยุทธที่เหมาะสมกับจุดแข็งของทีมได้

นอกจากนี้นักเตะทีมชาติชุดปัจจุบันและบรรดาดาวรุ่งทีมเยาวชนต่างก็รู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี ในฐานะที่ทั้งคู่เคยรับงานทั้งยัง ไลอ้อนส์ และไลอ้อนส์ XII มาก่อน

แน่นอนว่าตำแหน่งนี้ไม่ใช่ว่าจะกล้วยๆ ผมเคยอยู่ในทีมชาติยุคที่ ‘รัดดี้’ (ราดอจโก้ อัฟราโมวิช) คุมทีม และผมก็ได้เห็นถึงความเครียดและการถูกเพ่งเล็งที่เขาต้องรับมือ

 

แต่ 2 คนนี้ก็เคยเป็นลูกทีมภายใต้การฝึกสอนของรัดดี้ พวกเขาได้เรียนรู้จากหนึ่งในโค้ชที่ดีที่สุดที่สิงคโปร์เคยมีมา เขาคือชายผู้สร้างทีมชาติสิงคโปร์ชุดที่น่าเกรงขาม และเคยพาเราไปอยู่ในอันดับที่ 92 ของการจัดลำดับทีมชาติโดยฟีฟ่า ซึ่งถือว่าแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับอันดับที่ 148 ในตอนนี้

 

พวกเขาพร้อมแล้วสำหรับอนาคต และถ้าไม่ใช่ตอนนี้ เมื่อไรถึงจะเหมาะสม?

ทำในสิ่งที่ถูกต้องเถอะเอฟเอเอส ชะตากรรมอยู้ในมือคุณเองแล้ว อย่าทำพลาดอีกเลย

แฟนๆต้องการมันอยู่ และนักเตะก็จะชอบด้วย ทำในสิ่งที่ถูกต้องตอนนี้เลยเอฟเอเอส มอบเกมฟุตบอลให้กับคนที่เขาแคร์ไปดีกว่า

 

Photos: Football Association of Singapore