อเล็กซิส ซานเชซ: พระเอกหรือจุดอ่อน?

Chas Newkey-Burden มองต่างมุม ดาวยิงชิลีของอาร์เซนอล อาจจะไม่ได้เป็นพระเอกในสนามหมือนที่หลายคนคิด

แฟนบอลและผู้บรรยายฟุตบอลหลายๆ คนอาจจะตั้งคำถามคล้ายๆ เกี่ยวกับฟอร์มติดๆ ดับๆ ของอาร์เซนอล นั่นคือ "ปืนใหญ่จะเป็นอย่างไรถ้าไม่มีอเล็กซิส ซานเชซ" แม้จะเป็นคำถามที่คนถามไม่คิดว่าจะต้องการคำตอบจริงจัง แต่เอียน ไรท์ อดีตนักเตะตำนานปืนใหญ่ ก็ตอบเอาไว้ได้เด็ดขาดน่าสนใจ โดยไรท์ กล่าวว่า "ขาด อเล็กซิส ก็คงเป็นแค่ทีมกลางตาราง"

ถ้ากลับมานั่งคิดให้ดีๆ คำตอบที่ว่านั่นก็อาจจะมีส่วนจริงก็ได้นะ อเล็กซิส ซานเชซ เป็นดาวยิงสูงสุดของอาร์เซนอล 14 ประตู 

ดาวยิงชิลีที่วิ่งขึ้นลงไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทำเกมกดดันกองหลังคู่แข่ง บวกกับความมุ่งมั่นทุ่มเทเกินร้อยชนิดที่แทบไม่มีเพื่อนร่วมทีมคนไหนทำได้เหมือน ทำให้ซานเชซกลายเป็นขวัญใจปืนใหญ่จนมีชื่อติด 1 ใน 11 กองหน้าที่ลุ้นตำแหน่งทีมยอดเยี่ยมแห่งปี 2014 ของยูฟ่าเมื่อปลายปีที่แล้ว

แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ยังสามารถมองได้ว่าอาร์เซนอลอาจจะทำผลงานได้ดีกว่านี้ถ้าไม่มี อเล็กซิส ซานเชซ อยู่ในทีม 

แม้ซานเชซจะเป็นเครื่องจักรพังประตู เดินเครื่องเกมบุกและช่วยทีมเก็บชัย จนคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมปืนใหญ่ 3 เดือนติดกัน แต่ในขณะเดียวกันดาวยิงชิลีก็ทำให้เกมของปืนใหญ่ขาดความต่อเนื่อง นี่ยังไม่นับจังหวะลังเลและจังหวะอันตรายในเกม

อีกก้าวหนึ่ง...

ฤดูกาลที่ผ่านมา ปืนใหญ่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และครองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกนานกว่าทีมอื่นในลีก รวมถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยมี อารอน แรมซีย์เป็นหัวใจของเกมบุกที่ทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชม มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ที่คืนฟอร์มเก่งด้วยตัวช่วยสำคัญอย่างโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ซึ่งจัดการแตะแต่งบอลก่อนจะจ่ายถวายพานให้แรมซีย์ตะลุยเข้าไปยิงประตู

อีกส่วนหนึ่งที่เป็นเฟืองจักรที่ขับเคลื่อนเกมบุกของอาร์เซนอลคือเมซุต โอซิล ผู้ปิดทองหลังพระ มิดฟิลด์พรสวรรค์ชาวเยอรมันเล่นบอลแบบใจกว้างเป็นมหาสมุทร ทั้งครองบอลและจ่ายแอสซิสต์ ช่วยให้ทัพกูนเนอร์ส์เป็นสุดยอดทีมที่เน้นการครองบอลทำเกมบุกแล้วเน้นจ่ายบอลแม่นๆ เท้าต่อเท้าแบบไม่มีหวงบอลกันเลย

FEATURE: Ozil, Ronaldo and football's distrust of introverts

คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการมาถึงของซานเชซ คือ เมซุต โอซิล

คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการมาถึงของซานเชซ คือ เมซุต โอซิล

แต่กองหน้าร่างเล็ก อเล็กซิส ซานเชซ ห่างไกลจากตำแหน่งตัวเป้า และหากว่ากันตามสัญชาตญาณ ซานเชซมักจะเน้นครองบอลหาจังหวะยิงประตูมากกว่าจะปล่อยบอลต่อให้คนอื่น คล้ายกับจะท่องไว้ในใจว่า "ส่งบอลมา ข้าจัดให้" ความมุ่งมั่นและกล้าลุยของซานเชซ ดูเหมือนกับพระเอกในหนังฮอลลีวู้ดที่ฉากจบมักจะชนะแบบประทับใจ บางครั้งความกล้าบ้าบิ่นของซานเชซก็แทบจะทำให้เพื่อนร่วมทีมรู้สึกหวั่นๆ ว่าถ้าคิดจะเล่นแผนอื่นโดยไม่ส่งบอลให้พี่แกนี่จะโดนด่าไหม

ดาวยิงชิลี ถูกส่งลงสนามแทนตำแหน่งของโอซิล และเพื่อเปิดพื้นที่ให้กองหน้าค่าตัว 35 ล้านปอนด์ โอซิลต้องถูกฉีกออกไปยืนปีก ทำให้มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมันต้องกลายเป็นหมาหลงทางอยู่พักใหญ่ๆ และเราเพิ่งจะได้เห็นโอซิลยิ้มได้ในช่วงที่ได้กลับมายืนกลางสนามในระบบ 4-1-4-1 ในระยะหลังๆ นี่เอง 

ประมาทเกินไปก็ไม่ดี

ฤดูกาลนี้ โอซิลและแรมซีย์ต้องเจอกับปัญหาการขาดความมั่นใจและอาการบาดเจ็บ และในขณะที่ทั้งสองคนต้องพัก อเล็กซิส ซานเชซก็กลายเป็นหัวใจเกมบุกของอาร์เซนอล จังหวะตะโกนเรียกบอลดังลั่นสนามของซานเชซ พ่วงด้วยค่าตัว ชื่อเสียง ดีกรีทีมชาติและสถิติการถล่มประตู คงมีเพื่อนร่วมทีมไม่กี่คนที่จะลังเลไม่ส่งบอลให้ตามที่ร้องขอ จนดูเหมือนว่าซานเชซที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นเพียงตัวสำรองของเมสซี่ที่คัมป์ นู พกความเก็บกดติดตัวมาและกลายเป็นเจ้าพ่อดาวยิงที่เอมิเรตส์

"ขาด อเล็กซิส ก็คงเป็นแค่ทีมกลางตาราง"

- อดีตดาวยิงปืนใหญ่ เอียน ไรท์

สิ่งหนึ่งที่เราคิดคือ หากความสามารถในการจ่ายบอลของซานเชซใกล้เคียงกับระดับความมั่นใจและความสามารถในการยิงประตู เกมบุกอาร์เซนอลก็จะครบเครื่องกว่านี้อีกมาก แต่น่าเสียดายที่ อเล็กซิส ซานเชซ ยังคงจ่ายบอลได้ในระดับกลางๆ เท่านั้น ในบางเกมสถิติจ่ายบอลของซานเชซอยู่ที่ประมาณ 59% ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่างเมซุส โอซิลและซานติ กาซอร์ล่า จ่ายบอลกันสำเร็จถึง 92% และนั่นคือนับเฉพาะจังหวะที่ซานเชซยอมปล่อยบอลให้คนอื่นนะ ซึ่งนั่นก็ต่างกับระบบของเวงเกอร์อยู่เหมือนกัน เพราะแทนที่จะปล่อยบอลจากเท้าไปเร็วๆ แต่ซานเชซมักจะดึงบอลไว้กับตัวนานจนบ้างครั้งเสี่ยงเสียบอลหน้าในพื้นที่อันตราย และบ่อยครั้งที่เราได้เห็นว่าเพื่อนร่วมทีมจะต้องลงมาคอยเป็นตัวซ้อน จนกลายเป็นการเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายตรงข้ามทำเกมสวนกลับเร็ว

ช่วงต้นๆ ฤดูกาลนี้เราได้เห็นจังหวะงัดข้อของเวงเกอร์กับซานเชซมาแล้วครั้งหนึ่งในเกมที่กูดิสัน ปาร์ค กุนซือเฟร้นช์ถอดซานเชซออกจากเกมในช่วงพักครึ่ง และจากนั้นก็จำเป็นต้องจับซานเชซนั่งสำรองอยู่ 2-3 เกมก่อนจะตัดสินใจส่งดาวยิงชิลีลงสนามในเกมลีกคัพ ซึ่งถ้ามองกันตามเกมแล้วยังไม่ใช่เกมในระดับซานเชซต้องลงไปเล่นเอง

ดาวยิงชิลีถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรกในเกมกับเอฟเวอร์ตัน

ดาวยิงชิลีถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรกในเกมกับเอฟเวอร์ตัน

การกลับมาของฟุตบอลชายเดี่ยว

แต่ตอนนี้ซานเชซได้กลับมาลงสนามอีกครั้งหนึ่งในตำแหน่งหัวใจเกมบุกของอาร์เซนอล และยังคงเสี่ยงต่อการเล่นฟุตบอลชายเดี่ยวเช่นเคย ไม่ต่างอะไรกับที่เอียน ไรท์ เคยกล่าวชมซานเชซไว้ ก่อนหน้านี้เมื่อราว 20 ปีที่แล้ว อาร์เซนอลก็เคยเป็นฟุตบอลชายเดี่ยว และชายที่ว่าก็คือเอียน ไรท์ ที่เคยโชว์ฟอร์มร้อนแรงและจี๊ดจ๊าดไม่ต่างกับ อเล็กซิส ซานเชซในวันนี้ เอียน ไรท์เคยเป็นหัวหอกเกมบุกของอาร์เซนอล ภายใต้การคุมทีมของจอร์จ แกรห์ม จนกระทั่งเกมบุกทุกครั้งที่อาร์เซนอลมีจังหวะเข้าทำ จะถูกส่งต่อให้กับเอียน ไรท์เพียงคนเดียว ถึงขั้นแฟนปืนใหญ่เคยแต่งเพลง "นี่คือ เอียน ไรท์ เอฟซี...ทีมนี้มีเอียน ไรท์" 

ในช่วง 1 ปีที่คุมทีมปืนใหญ่ บรูซ ริอ็อช เคยใช้ความพยายามลดบทบาทในเกมบุกของเอียน ไรท์ แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ และกว่าจะทำได้ก็ต้องรอจนถึงการคุมทีมฤดูกาลที่ 2 ของเวงเกอร์ที่สนามไฮบิวรี่ ในช่วงที่เอียน ไรท์มีอาการบาดเจ็บ จนเวงเกอร์ต้องใช้ นิโกล่า อาเนลก้า ลงสนามในตำแหน่งกองหน้า และนั่นเองเป็นครั้งแรกที่กุนซือปืนใหญ่สามารถปลดแอกตำแหน่งหัวหอกที่เอียน ไรท์ผูกขาดมาตลอดและสามารถกลับมาสร้างเกมบุกรูปแบบใหม่อีกครั้ง

นับตั้งแต่นั้นมา เวงเกอร์ก็หันมาเน้นการเล่นเป็นทีมมากกว่าการใช้ดาวยิงชายเดี่ยว เดนนิส เบิร์กแคมป์เป็นอีกคนหนึ่งที่ต่างออกไป และการประสานงานของเบิร์กแคมป์กับเธียร์รี่ อองรีในยุครุ่งเรืองที่สุดของดาวยิงฝรั่งเศสก็แสดงให้เห็นว่าทั้งสองคนมีความพยายามที่จะเล่นเพื่อทีมมากกว่าเล่นเพื่อความสำเร็จส่วนตัวของคนใดคนหนึ่ง และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อองรี ให้สัมภาษณ์กับ  Football Focus ว่ากุญแจสำคัญของความสำเร็จในฤดูกาล 2003/2004 ที่อาร์เซนอลสร้างสถิติคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกโดยไม่แพ้ทีมใดคือ "การร่วมมือกัน ทุกคนพร้อมที่จะจ่ายบอลให้คนที่อยู่ในตำแหน่งดีกว่า"

เอียน ไรท์ ยิง 128 ประตูในการลงสนามให้ปืนใหญ่ 221 นัดในช่วงปี 1991-1998

เอียน ไรท์ ยิง 128 ประตูในการลงสนามให้ปืนใหญ่ 221 นัดในช่วงปี 1991-1998

เมื่อเวงเกอร์เซ็นสัญญาคว้าตัวซานเชซมาร่วมทีมพร้อมกับกระแสฮือฮาว่า ซานเชซ จะกลายเป็นหลุยส์ ซัวเรซของอาร์เซนอล อาจจะทำให้แฟนปืนใหญ่หลายคนต้องผวาเมื่อนึกถึงลิเวอร์พูลที่ขาดซัวเรซ ซึ่งเหมือนเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกทีมได้รู้ตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากทีมพึ่งพานักเตะคนใดคนหนึ่งมากไปเหมือนที่เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เคยมีหลุยส์ ซัวเรซ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา สำหรับอาร์เซนอล ที่อาจจะยังพอมีหวังได้ว่าซานเชซ อาจจะไม่เล่นฟุตบอลชายเดี่ยวเหมือนอย่างดาวยิงฟันเหยิน แต่จะเป็นเหมือนเอเด็น อาซาร์ ที่ปรับตัวเข้ากับระบบทีมได้อย่างสวยงาม

แม้การพูดว่าอาร์เซนอลจะต้องพบกับวิกฤติฟุตบอลชายเดี่ยวจะเป็นการกังวลล่วงหน้าไกลเกินไป แต่หลังจากแสดงให้เห็นแล้วว่าอาร์แซน เวงเกอร์ พยายามหลีกเลี่ยงการพึ่งพาซานเชซ และเปลี่ยนมาใช้ระบบเกมบุก 5 ตัว โดยไม่วางภาระการยิงประตูให้เป็นหน้าที่ของดาวยิงชิลีเพียงคนเดียว ทำให้ผลงานครึ่งฤดูกาลหลังของอาร์เซนอลกลายเป็นช่วงที่เก็บชัยชนะได้เป็นกอบเป็นกำ และได้เข้าไปป้องกันแชมป์เอฟเอ คัพ และมีลุ้นรองแชมป์พรีเมียร์ลีก แม้จะไม่มีหวังแย่งแชมป์จากเชลซีแล้วก็ตาม