เลสเตอร์ VS อาร์เซนอล : สาเหตุที่เวงเกอร์ต้องส่ง “ชิรูด์” ลงล่าตาข่าย

แม้ว่าดาวยิงเลือดน้ำหอมรายนี้จะตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นตลอดเวลาที่อยู่ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทว่าวันนี้ เขาจำเป็นจะต้องลงสนาม และนี่คือสาเหตุว่าทำไมอาร์เซนอลต้องใช้บริการเขาในเกมที่พบกับเแชมป์เก่าอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้  

ทั้ง 2 ทีมที่เพิ่งจะพลาดท่าในนัดเปิดสนามมากำลังจะมีคิวลงดวลกันเองในค่ำคืนนี้ และแน่นอนพวกเขาทั้งคู่จะต้องพยายามอย่างสุดความสามารถในการเอาชนะให้ได้ เพราะคงไม่มีใครอยากแพ้ในช่วงต้นฤดูกาล 2 นัดติดต่อกัน โดยเฉพาะทีมจิ้งจอกสยามที่ฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาแพ้เพียง 3 นัดเท่านั้น

เดอะ ฟ็อกซ์ค่อนข้างโชคร้ายในเกมที่พลาดท่าให้กับ ฮัลล์ ซิตี้ ขณะที่ทีมปืนใหญ่นั้นตรงกันข้ามเลย กองหลังของพวกเขาเล่นกันผิดฟอร์มจนทำให้โดนลิเวอร์พูลถลุงไป 4-3 แถมในวันนี้ พวกเขายังต้องพึ่งกับบรรดานักเตะที่มีให้เลือกใช้เพียงน้อยนิด

ตำแหน่งที่อาร์แซน เวงเกอร์ นายใหญ่แห่งแคมป์ปืนน่าจะปวดหัวมากที่นั้นคงจะเป็นกองหลังตัวกลาง เนื่องจากการที่ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ และ กาเบรียล 2 กองหลังตัวหลักได้รับบาดเจ็บยาวทั้งคู่ ทำให้เขาต้องหันมาใช้บริการของ คัลลัม แชมเบอร์ส และ ร็อบ โฮลดิ้ง 2 กองหลังดาวรุ่งของทีม ซึ่งจากเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังไม่พร้อมสำหรับการยืนเป็นด่านสุดท้ายให้กับทีม ด้วยเหตุนี้ เวงเกอร์อาจจะต้องเสี่ยงใช้งานบรรดาสตาร์ของทีมอย่าง โลร็องต์ กอสเซียลนี, เมซุส โอซิล และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ 3 ที่ต่างเพิ่งจะกลับมาซ้อมกับทีมได้ไม่นาน

Laurent Koscielny

กอสเซียลนีอาจจะได้ลงเล่นที่คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยมอีกครั้ง

“อย่างที่รู้ๆ กันว่าพวกเขายังไม่ฟิตสมบูรณ์ ดังนั้นผมจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างมากในการใช้านพวกเขา ผมไม่สามารถส่งทั้ง 3 ลงสนามพร้อมๆ กันได้ มันเป็นการเสี่ยงเกินไป แต่แน่นอนว่าในกรณีของกอสเซียลนีนั้นผมไม่มีทางเลือก ถ้าหากคุณให้ผมเลือกเสี่ยงกับ 1 ใน 3 คนนี้ คนๆ นั้นก็คือกอสเซียลนีอย่างแน่นอน” เวงเกอร์กล่าว

ถ้าหากขงเบ้งเลือดน้ำหอมรายนี้ตัดสินใจเข็นกองหลังอันดับ 1 ของทีมลงสนามจริงๆ มันจะช่วยจัดการกับความเร็วสูงอย่าง เจมี วาร์ดี้ และ อาเหม็ด มูซา ได้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน หากเขาเลือกเข็นกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง ชิรูด์ อีกคนลงสนาม มันก็อาจจะเป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่าได้เช่นกัน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตำแหน่งหัวหอกของทีมนั้นเป็น อเล็กซิส ซานเชซ ที่รับหน้าที่นี้ไป ทว่าเห็นได้ชัดว่ามันไม่เหมาะกับเขาเลยเพราะเขาไม่สามารถหาพื้นที่ให้กับตัวเองได้ แถมประตูทั้ง 3 ลูกที่อาร์เซนอลได้นั้น ซานเชส ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นการเลือกใช้บริการชิรูด์อาจจะดูมีประโยชน์มากกว่า เพราะมันจะทำให้เขาคอยต่อกรกับกองหลังจิ้งจอกสยามได้ แถมยังมีทีเด็ดในการเล่นลูกกลางอากาศและลูกตั้งเตะด้วย

มีปัญหากับลูกกลางอากาศ

พวกเขาลงสนามทั้งหมด 18 นัด และเสียเพียงแค่ 9 ประตู ทว่า 5 จาก 9 ประตูที่พวกเขาเสียนั้นมาจากลูกเตะมุมหรือลูกโยนจากด้านข้างทั้งนั้น

เรื่องนี้อาจจะฟังดูแปลกสักเล็กน้อย แต่หากลองย้อนไปฤดูกาลที่แล้ว เลสเตอร์คว้าแชมป์ได้สำเร็จเนื่องจากมี 2 ปราการหลังสุดแกร่งอย่าง เวส มอร์แกน และ โรเบิร์ต ฮูธ โดยรายหลังที่เขาจะกลับมาลงสนามได้แล้วในวันนี้เนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วติดโทษแบน ดังนั้นถ้าการใช้กองหน้าสไตล์แข็งแกร่งอย่างชิรูด์จะทำให้อาร์เซนอลเสียเปรียบ พวกเขาควรจะเลือกใช้งานซานเชซที่มีลีลาเหลือร้าย และว่องไวแทนหรือไม่?

ถ้าหากเราลองไปย้อนดูประตูที่ทีมจิ้งจอกสยามเสียในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล จะเห็นว่าพวกเขาลงสนามทั้งหมด 18 นัด และเสียเพียงแค่ 9 ประตู ทว่า 5 จาก 9 ประตูที่พวกเขาเสียนั้นมาจากลูกเตะมุมหรือลูกโยนจากด้านข้างทั้งนั้น

Manchester City vs Leicester City 1 3 RESUMEN GOLES All Goals & Highlights 6-02-2 2016

อเกวโรโขกลูกโยนจากริมเส้นเข้าไป

หากจะให้สรุปแบบเร็วๆ เกมที่เลสเตอร์พบกับแมนฯ ซิตี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่แล้วนั้น พวกเขาพลาดท่าปล่อยให้กองหน้าที่ไม่ได้สูงใหญ่อย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ โขกเข้าไปแบบง่ายๆ อีกทั้งในเกมกับอาร์เซนอล พวกเขาก็ปลอยให้ ธีโอ วัลคอตต์ และ แดนนี เวลเบ็ค 2 กองหน้าความเร็วสูงของทัพกันเนอร์สโขกพังประตูด้วยลูกโหม่งเช่นกัน และยิ่งไปกว่านั้นในเกมที่พบกับเวสต์แฮม พวกเขาก็มาเสียลูกจุดโทษจากลูกครอสด้านข้างอีกด้วย ดังนั้นเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีปัญหาในการรับมือกับลูกกลางอากาศ

จอมโขกเลือดน้ำหอม

รูปแบบการยืนตำแหน่งที่่ค่อนข้างแคบและอัดแน่นอยู่ตรงกลาง ทำให้บรรดาแข้งอาร์เซนอลต่างพากันเปิดเกมบุกจากริมเส้น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ชิรูด์ ทำให้ในวันนั้นกองหน้าจอมโขกรายนี้ได้โอกาสไปถึง 7 ครั้ง

อ่านมาถึงตรงนี้ มันอาจจะเริ่มฟังดูเข้าท่าขึ้นใช่มั้ยล่ะ? ลองนึกภาพทีมเลสเตอร์ดูก็ได้ มอร์แกน กับ ฮูธ อาจจะเป็นกองหลังร่างยักษ์ แต่คนอื่นๆ นั้นไม่ใช่ แคสเปอร์ ชไมเคิล ไม่ใช่แนวทางที่สั่งการรับมือกับลูกกลางอากาศได้ดีเท่าไหร่ ขณะที่ แดนนี่ ซิมป์สัน และ คริสเตรียน ฟุคส์ ก็ไม่ใช่ผู้เล่นรูปร่างสูง รวมไปถึงบรรตากองกลางแล้วกองหน้าอย่าง มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ตัวแทนของก็องเต้อย่าง แอนดี้ คิง และ นัมปาลิส เมนดี้, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, ริยาด มาห์เรซ, เจมี่ วาร์ดี้ และชินจิ โอกาซากิ ล้วนแต่ไม่ได้โดดเด่นในการเล่นลูกกลางอากาศ

นอกจากนั้น ด้วยลักษณะการยืนตำแหน่งในเกมรับของทีมจิ้งจอกสยามยังเปิดโอกาสให้คู่แข่งบอมบ์เข้ามาในกรอบเขตโทษได้ง่ายๆ ด้วย เพราะพวกเขามักจะตั้งรับลึกและจับมิดฟิลด์ทั้ง 4 คนในแดนกลางมาแพ็คตรงกลาง นั่นจึงทำให้ด้านข้างมีพื้นที่ให้คู่แข่งมีโอกาสเปิดบอลมากขึ้น เมื่อฤดูกาลที่แล้วทีมจิ้งจอกสยามมีสถิติเอาชนะลูกกลางอากาศ (ในเขตโทษตัวเอง) น้อยที่สุดในลีกเลยด้วยซ้ำ ส่วนทีมที่มากที่สุดนั้นคึอเวสต์บรอม เนื่องจากพวกเขามักจะส่งกองหลังตัวกลางลงสนามพร้อมๆ กัน 4 คน

Robert Huth, Wes Morgan

ฮูธและมอร์แกนอาจจะเป็นกองหลังร่างยักษ์ ทว่าทีมจิ้งจอกสยามก็ยังมีปัญหาในการจัดการลูกกลางอากาศอยู่ดี

ตรงนี้เองที่ชิรูด์จะเข้ามามีบทบาท หักหอกร่างโย่งรายนี้ทำประตูได้ตั้งแต่เกมที่เอาชนะเลสเตอร์ 5-2 เมื่อซีซั่นที่แล้วแม้ว่าประตูของตัวสำรองรายนี้จะแทบไม่มีความหมายแล้วก็ตาม อีกทั้งถ้าหากจะดูจากเกมในวันนั้น ก็คงเป็นดาวยิงจากชิลีที่เหมาะสมจะได้ออกสตาร์ทในคืนนี้เนื่องจากเจ้าตัวทำแฮตทริกได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าหากดูดีๆ จะเห็นว่าทั้ง 3 ประตูที่เจ้าตัวทำได้นั้นมาจากการรับบทเป็นปีกทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาว่าทำไม เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือชาวอิตาเลี่ยนของทีมจำต้องปรับแผงแบ็คโฟร์ใหม่ทันที

ฟอร์มของชิรูด์ในเกมกับเลสเตอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานับว่าไม่เลวเลย เพราะกองหน้ารายนี้สามารถสร้างปัญหาให้กับแผงแบ็คโฟร์ของทีมจิ้งจอกสยามได้อย่างต่อเนื่อง พวกเขามีปัญหากับการจัดการกองหน้าร่างโย่งรายนี้เนื่องจากรูปแบบการยืนตำแหน่งที่่ค่อนข้างแคบและอัดแน่นอยู่ตรงกลาง ทำให้บรรดาแข้งอาร์เซนอลต่างพากันเปิดเกมบุกจากริมเส้น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ชิรูด์ ทำให้ในวันนั้นกองหน้าจอมโขกรายนี้ได้โอกาสไปถึง 7 ครั้ง

Olivier Giroud

นอกจากนั้นกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ยังสามารถสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมได้อีกด้วย เห็นได้จากที่เจ้าตัวโหม่งชงให้วัลคอตต์โหม่งเข้าไป เขาเอาชนะการดวลลูกกลางอากาศได้ 12 ครั้งจากทั้งหมด 18 ครั้ง มากที่สุดหากเทียบกับทีมอื่นๆ ซึ่งสรุปแล้ววันนั้นชิรูด์นอกจากลูกแอสซิสต์แล้ว เขาสร้างโอกาสในกรอบเขตโทษให้เพื่อนได้อีก 3 ครั้งด้วยกัน

Olivier Giroud

บางคนอาจจะบอกว่าสาเหตุที่เลสเตอร์เอาชิรูด์ไม่อยู่ก็เพราะในวันนั้นพวกเขาต้องเล่น 10 คนหลังจากที่ซิมป์สันมาโดนใบแดงไล่ออกในนาที่ 54 ทว่าจริงๆ แล้ว ชิรูด์ได้ปั่นป่วนกองหลังของจิ้งจอกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาเอาชนะการดวลลูกกลางอากาศได้ถึง 8 จาก 11 ครั้ง (แถมเขายังดูจะชนะน้อยลงหลังจากซิมป์สันโดนใบแดงด้วย) เห็นได้ชัดว่า แม้แต่กองหลังตัวใหญ่ก็เอาเขาไม่อยู่ ฮูธพลาดท่าให้เขา 3 จาก 7 ครั้งที่ดวลกัน ส่วยมอร์แกนนั้น 5 จาก 7 ครั้ง

รับมือลูกตั้งแตะไม่ได้

บรรดาแข้งใหม่ที่ตบเท้าเข้าแคมป์จิ้งจอกต่างยังไม่สามารถแก้ปัญหาการรับมือลูกกลางอากาศของทีมได้ เห็นได้ชัดจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อพวกเขาปล่อยให้ เคอร์ติส เดวิส โฉบเข้ามาโหม่งลูกเปิดเตะมุมของโรเบิร์ต สน็อดกราสส์ แต่ยังโชคดีที่ลูกหลุดกรอบออกไป อย่างไรก็ตามมันเหมือนกับฉายหนังม้วนเดิม เมื่อหลังจากนั้นไม่นาน เดวิส ได้โขกลูกเปิดของสน็อดกราสส์อีกครั้ง แม้ว่าชไมเคิลที่ออกแรงเซฟไว้ได้ ทว่าสุดท้ายก็ไปเข้าทาง อดามา ดิโอมานเด จักรยานอากาศเป็นประตูขึ้นนำไปทันที

Curtis Davies

ลูกเตะมุม 2 ครั้งดังกล่าว คือครึ่งหนึ่งของโอกาสทั้งหมดที่ฮัลล์มีในเกมนั้น ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่า ช่องโหว่งในเกมรับของจิ้งจอกสยามนี้ยังคงเปิดเชื้อเชิญให้คู่แข่งมาลาตาข่าย ดังนั้น รานิเอรีคงหวังให้อาร์เซนอลเลือกใช้บริการซานเชซอีกครั้งมากกว่าจะส่งชิรูด์ของแสลงลงมา