เลสเตอร์แห่งแดนน้ำแข็ง : “มารีฮามน์” แชมป์ลีกฟินแลนด์ทีมล่าสุด

เกาะเล็กๆที่อยู่กลางทะเลบอลติก ซึ่งมีประชากรเพียง 29,000 คน วันนี้สโมสรที่นั่นกลับกลายเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศฟินแลนด์

หรือว่านี่คือปีแห่งทีมรองบ่อน

หลังจากที่ เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างปรากฎการณ์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไอซ์แลนด์เองก็ทำเซอร์ไพรส์แฟนบอลทั่วโลกด้วยการผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในศึกยูโร 2016 เช่นเดียวกับเวลส์ที่ไปได้ไกลกว่าผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ

เราขอพาทุกท่านไปที่ฟินแลนด์เพื่อทำความรู้จักกับ ’ไอเอฟเค มารีฮามน์’ สโมสรที่สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรก ซึ่งต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่งานง่ายเลยกว่าพวกเขาจะมาถึงจุดนี้

ยารี ลิตมาเน่น อดีตกองกลางคนดังของบาร์เซโลนา, ลิเวอร์พูล และทีมชาติฟินแลนด์ ถึงกับออกปากยกย่องสโมสรว่าเป็น “เลสเตอร์แห่งฟินแลนด์” หลังจากเถลิงบัลลังก์แชมป์ลีกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน โดย โรเบิร์ต โซเดอร์ดัลห์ ประธานมารีฮามน์ยอมรับว่าชื่นชอบในฉายานี้ พร้อมเสริมว่า ทีมของเขาทำในสิ่งที่ท้าทายกว่าเลสเตอร์ด้วยซ้ำ

“ผมชอบฉายานี้นะ แต่ผมคิดว่าเราต่างจากพวกเขา(เลสเตอร์)เล็กน้อย เพราะพวกเขาเป็นสโมสรใหญ่ที่มีเงินเยอะเมื่อเทียบกับเรา แต่หากมองในแง่ของการสร้างเซอร์ไพรส์ พวกเราก็เหมือนกันจริงๆ” ประธานสโมสรกล่าว

เมื่อ 13 ปีก่อน สโมสรแห่งนี้ยังเล่นอยู่ในลีกระดับ 3 ของประเทศอยู่เลย โดยทีมของพวกเขาตั้งอยู่บนเกาะอลันด์ในทะเลบอลติกที่อยู่ระหว่างฟินแลนด์และสวีเดน และมีประชากรเพียงแค่ 29,000 คนเท่านั้น

แม้ว่าจะมีฐานแฟนคลับน้อยเมื่อเทียบกับทีมอื่น แต่ในเกมที่พวกเขาคว้าแชมป์นั้นมีแฟนบอลเข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานถึง 4,500 คน ก่อน ดิเอโก อัสซิส แข้งชาวบราซิลเลี่ยนจะยิงประตูชัยช่วยทีมเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-1

“ตอนที่เราถูกตีเสมอ เราค่อนข้างกังวลกัน เพราะพวกเขาเป็นทีมที่ดีกว่า จังหวะที่ดิเอโก้ยิงผมนึกว่าบอลจะโด่งข้ามคานเสียอีก แต่อยู่ดีๆมันก็มุดเข้าประตูไป มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดเลยล่ะ” ประธานสโมสรกล่าวต่อ

“มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานจริงๆ หากคุณลองมองกลับไป เราเล่นอยู่ในลีกล่างหลายปีก่อนที่จะขึ้นมาบนลีกสูงสุดเมื่อปี 1977 ดังนั้นสำหรับทีมที่ตั้งอยู่บนเกาะแบบเรา มันจึงเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก มันเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจสำหรับเรา เพราะมันทำให้เราถูกคนทั่วโลกพูดถึง มันทำให้เรามีที่ยืนเล็กๆบนโลกใบนี้”

หลังจากที่หันมาเป็นทีมอาชีพแบบเต็มตัวเมื่อปี 2009 มารีฮามน์เริ่มได้รับการสนับสนุนจากเหล่านักธุรกิจในพื้นที่ พวกเขาจัดหาสถานที่ฝึกซ้อม ทีมงาน และอีกมากมายช่วยสโมสร แถมยังมีชาวเมืองอาสาสมัครเข้ามาช่วยติดตั้งเก้าอี้ในสนามเหย้าของทีมเพื่อนับยอดคนดูแบบจริงจังด้วย

“เราเป็นหมู่เกาะที่ผู้คนช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมอ คนที่นี่บางคนก็ทำงานประจำ บางคนทำธุรกิจของตัวเอง เราอยู่ด้วยกันอย่างสามัคคี”

คนเหล่านี้มีความผูกพันธ์กันมาก เมื่อใดที่ทีมออกไปเตะเกมนอกบ้าน พวกเขาจะขึ้นเรือเฟอร์รีไปสู่แผ่นดินใหญ่ เช่น เมืองเฮลซิงกิซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางร่วม 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว

โดยผู้ให้บริการเรือเฟอร์รีเหล่านั้นคือ 1 ในสปอนเซอร์ของทีมนั้นเอง ส่วนใหญ่แล้วนักเตะจะใช้เวลาเดินทางในแต่ละครั้งมากกว่า 24 ชั่วโมงเสมอ

“เวลาที่คุณต้องเดินทางไปไหนไกลๆ เราต้องอยู่ในห้องโดยสารด้วยกันนานมาก มันทำให้ทีมของเราได้ใช้เวลาร่วมกันและเกิดความสามัคคี ผมคิดว่าเราเป็นทีมที่มีสปิริตดีที่สุดในฟินแลนด์ด้วยซ้ำ”

“ถ้าเราได้ไปแข่งที่เฮลซิงกิ มันก็ดีหน่อย เพราะเราจะขึ้นเรือประมาณเที่ยงคืน และเดินทางไปถึงที่นั่นในตอนเช้าพอดี แต่ถ้าหากเราต้องไปที่อื่น เราก็ต้องออกเร็วกว่านั้น”

นอกจากทีมจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแล้ว ผู้ฝึกสอนของพวกเขาก็พัฒนาด้วยเช่นกัน

เป็กก้า ลินสกี้ อดีตกุนซือที่อยู่ในตำแหน่งมานานถึง 12 ปี นำทีมเลื่อนชั้นมาอยู่ลีกบนสูงสุดและคว้าแชมป์บอลถ้วยในฤดูกาลที่แล้ว ก่อนตัดสินใจส่งไม้ต่อให้กับ ปีเตอร์ ลุนด์เบิร์ก ผู้ช่วยของเขา และ คารี เวอร์ตาเน่น โค้ชที่เข้ามาเป็นกุนซือร่วม ตอนนั้นหลายคนคิดว่าทีมคงเสียศูนย์จากการลาออกไปของเขา ทว่ากลับกลายเป็นสโมสรทำผลงานได้ดีกว่าเดิมเสียอีก

การใช้ผู้จัดการทีมสองคนเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถพบเห็นได้ในทีมใหญ่ แต่มารีฮามน์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันเป็นไปได้ สองกุนซือของพวกเขาผนึกกำลังช่วยทีมเก็บชัยเหนือ เอสเจเต ไซนาโจเอน แชมป์เก่าฤดูกาลก่อน ถึง 2 จาก 3 ครั้งที่พบกัน รวมถึงแย่งแชมป์มาจาก เอชเจเค เฮลซิงกิ ทีมยักษ์ใหญ่เจ้าของแชมป์ลีกหลายสมัยด้วย

“คุณคงเห็นว่าแฟนบอลทั้งในฟินแลนด์และต่างประเทศต่างร่วมยินดีกับเราที่คว้าแชมป์มาได้ เฮลซิงกิคือทีมที่ได้แชมป์มาตลอดจน 2 ปีหลังสุดนี้ ขณะที่เอสเจเคเองก็เป็นทีมที่มีทุนเยอะ ดังนั้นแฟนบอลหลายๆคนจึงเชียร์เราที่เป็นทีมรองให้คว้าแชมป์” โซเดอร์ดัลห์กล่าว

 

“ผมได้มีโอกาสคุยกับคนจากเมืองโรวานีมีที่อยู่ทางเหนือของฟินแลนด์ (ที่ตั้งของทีม อาร์โอพีเอส รองแชมป์จากฤดูกาลที่แล้ว) พวกเขาบอกว่าอยากให้ทีมของผมคว้าแชมป์แทนพวกเขา”

“เรื่องราวของเรามันทำให้ใครหลายคนมีกำลังใจ เพราะเราคือทีมเล็กๆ จากเกาะๆหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับแฟนบอลทุกคน”

จากการคว้าแชมป์ครั้งนี้ทำให้ มารีฮามน์ จะได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก รอบที่ 2 ในฤดูกาลหน้า ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาจะมีรายได้ก้อนโตจากการลงแข่งขัน แถมประธานสโมสรยังเชื่อว่า ลูกทีมของเขาจะยังคงรักษาฟอร์มเก่งและหวังผ่านเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มด้วย

“แน่นอนว่ามันช่วยเรื่องการเงินของเรามาก การลงเล่นนัดหนึ่งเราได้เงินกว่า 300,000 ยูโร แม้ว่าเราต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่อย่างน้อยเราก็มีเงินเข้ามาหมุนเวียนซึ่งมันเป็นผลดีสำหรับสโมสร มันช่วยให้เราไม่ต้องพะวงกับเรื่องการเงินสักพัก เราไม่จำเป็นต้องเร่งหาผู้สนับสนุนรายใหม่และสามารถวางแผนพัฒนาสโมสรต่อไปได้”

“เราจะลงเล่นในฟุตบอลยุโรปเหมือนกับที่เราทำในลีก เราจะวางแผนเป็นเกมต่อเกม เราจะโฟกัสกับคู่แข่งนัดต่อไปเท่านั้น อย่างนัดสุดท้ายในลีกที่ผ่านมา ถ้าเราไปมัวคิดแต่ตำแหน่งแชมป์ บางทีเราอาจจะพลาดกันก็ได้”

“ตอนนี้ผมคิดว่าการได้เล่นในรอบแบ่งกลุ่มถือเป็นความความสำเร็จของสโมสร แต่อย่างที่บอกไปว่า เราจะมองเป็นเกมต่อเกม ผมไม่รู้ว่าเราจะไปถึงรอบนั้นได้หรือป่าว แต่เป้าหมายของเราจะไม่เปลี่ยนแปลง”